แนะผนึกพลัง 1 จังหวัดหลายมหาวิทยาลัย



Pic_127542
ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล


อธิการฯ ม. รัฐชี้ควรช่วยเหลือกัน พราะแต่ละมหาวิทยาลัยไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทุกเรื่อง หากสามารถยืดหยุ่นได้ ไม่ยึดว่าต้องดูแลแค่มหาวิทยาลัยเดียว ผลดี ก็จะเกิดกับทุกจังหวัด ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ไม่เริ่มจากศูนย์

ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการ 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัด ว่า ในส่วนของจุฬาฯ มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ของจังหวัดน่าน และ อ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี พร้อมกันนี้หากมีทางเป็นไปได้ จุฬาฯก็อยากจะเจรจาขอต่อยอดในพื้นที่ ที่จุฬาฯลงไปช่วยเหลืออยู่แล้ว เพื่อให้งานเกิดความต่อเนื่อง ไม่ต้องเริ่มต้นงานจากศูนย์ ซึ่งหากมหาวิทยาลัยใดมีลักษณะเดียวกันนี้ก็น่าจะลงไปดูแลจังหวัดนั้นๆด้วย เพราะมีข้อมูล รวมทั้งการวิจัยพื้นที่พร้อม บุคลากรก็มีความใกล้ชิดกับชุมชน และจะส่งผลให้ทุกฝ่ายมีความสุข

ต่อข้อถามถึงบางจังหวัดมี มหาวิทยาลัยหลายแห่งอยู่ในจังหวัดเดียวกันนั้น อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนเชื่อว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งคุยกันได้ และโดยส่วนตัวก็มองว่า ไม่น่าจะไปจำกัดว่าจังหวัดหนึ่งมีแค่มหาวิทยาลัยเดียวที่คอยดูแล เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทุกเรื่อง หากสามารถยืดหยุ่นได้ ไม่ยึดว่าต้องดูแลแค่มหาวิทยาลัยเดียว ผลดี ก็จะเกิดกับทุกจังหวัด

รศ.ดร.บุญ สม ศิริบำรุง อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าวว่า การดำเนินงานตามโครงการ 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัดนั้น จะเป็นการทำงานร่วมกันโดยไม่แบ่งว่ามหาวิทยาลัยใดรับผิดชอบจังหวัดใด เนื่องจากบางจังหวัดมีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่หลายแห่ง การทำงานก็จะทำในลักษณะพัฒนาศักยภาพของคนในจังหวัดนั้นๆให้มีความพร้อมใน ทุกๆด้าน สำหรับ มอ. นั้น ร่วมมือกับมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการนำร่องที่เกาะโหลน จ.สตูล โดยจะพัฒนาด้านการเรียนการสอนสาธารณสุข ความเป็นอยู่ ก่อนจะไปพัฒนาในพื้นที่ต่างๆของ จ.สงขลา ซึ่ง มอ.มีวิทยาเขตอยู่ พร้อมร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ในจังหวัดด้วย

รศ.วุฒิ ชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า มก.วิทยาเขตบางเขน ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครจัดกิจกรรมอบรมวิชาชีพเพื่อชาว กทม.นำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่อง ส่วนวิทยาเขตอื่นๆของ มก.ก็ดำเนินการโดยจัดอบรมให้ความรู้ด้านวิชาชีพแก่ชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็ส่งนิสิตออกค่ายและทำงานวิจัยร่วมกับชาวบ้าน ทั้งนี้ตนคิดว่าไม่ควรแบ่งว่ามหาวิทยาลัยใดดูแลจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่ควรช่วยกันจะดีที่สุดสำหรับประชาชนในพื้นที่.


โพสเมื่อ : 17 พ.ย. 53   อ่าน 14344 ครั้ง      คำค้นหา :