จี้แก้ปัญหาเด็กอาชีวะ - ป.ตรีเตะฝุ่น ทีดีอาร์ไอแนะเข้มคุณภาพสนองตลาดแรงงาน




      

จี้แก้ปัญหาเด็กอาชีวะ - ป.ตรีเตะฝุ่น ทีดีอาร์ไอแนะเข้มคุณภาพสนองตลาดแรงงาน

 

          ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและนโยบายการศึกษาว่า ผู้จบอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาในอนาคต ต้องมีสมรรถนะหรือคุณภาพสูงเท่านั้นจึงจะเอาตัวรอดได้ เศรษฐกิจไทยช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ใช้ผู้ที่จบการศึกษาในระดับบน คือ มัธยมศึกษาตอนปลายขึ้นไปเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 20 และเพิ่มเป็นร้อยละ 30 ในปี 2553 โดยหลังจากปี 2533 เป็นต้นมา ภาคเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นการผลิตแบบกึ่งเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น และรัฐบาลมีนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษาให้เรียนฟรีจาก 9 ปี เป็น 12 ปี ทำให้มีผู้เข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมากขึ้นและกลายเป็นกำลังแรงงานให้ภาคการผลิตและบริการขยายตัวถึงร้อยละ 8 ต่อปี
          ความจริงแล้วควรจะมีผู้จบการศึกษาระดับกลางสายสามัญและสายอาชีพเข้าสู่ตลาดแรงงานมากกว่านี้ แต่ผู้เรียนทั้งสองกลุ่มกลับมุ่งเรียนต่อปริญญาตรีและ ปวส. โดยคิดว่าจะได้ค่าตอบแทนและมั่นคงกว่า แต่สภาพเป็นจริงอุปสงค์ของตลาดแรงงานภาคการผลิตและบริการยังไม่สามารถขยายตัวได้ทันกับการเพิ่มขึ้นของผู้จบทั้ง 2 กลุ่มนี้ ถึงแม้ในปี 2553 การขยายตัวของภาคการผลิตและบริการสามารถจ้างงาน 2 กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นสัดส่วนถึงร้อยละ 9.9 และ 5.7 ตามลำดับ
          ผลตามมา คือ เกิดการว่างงานทั้งในระดับ ปวส. และปริญญาตรี กระจายอยู่ทั่วประเทศ ปัญหาการว่างงานในระดับปริญญาตรีรวมกันมากกว่า 1 แสนคน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามปรับทิศทางนโยบายการศึกษาใหม่ โดยกำหนดให้แผนการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 (2552-2561) เน้นพัฒนาสมรรถนะหรือคุณภาพผู้เรียนอย่างเร่งด่วน โดยเน้นพัฒนาคุณภาพครู สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งการบริหารจัดการทางการศึกษาให้มีความรับผิดชอบ กับผู้จบการศึกษามากขึ้น เพื่อลดปัญหาการว่างงานดร.ยงยุทธกล่าว

          --ข่าวสด ฉบับวันที่ 25 เม.ย. 2555 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 24 เม.ย. 55   อ่าน 2402 ครั้ง      คำค้นหา :