คอลัมน์: อาชีวะ...สร้างสรรค์: ประกาศปฏิญญา 2555 สถาบันการอาชีวศึกษา
คอลัมน์: อาชีวะ...สร้างสรรค์: ประกาศปฏิญญา 2555 สถาบันการอาชีวศึกษา
ก้าวหน้าไปอีกขั้นสำหรับการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา19 แห่งโดยล่าสุดในการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสู่สถาบันการอาชีวศึกษาระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษา19 แห่งและผู้อำนวยการสถานศึกษาในเครือข่ายสถาบันการอาชีวศึกษาเข้าร่วมซึ่ง นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมพร้อมกล่าวบรรยายพิเศษเรื่องนโยบายการจัดการศึกษาภายใต้สถาบันการอาชีวศึกษาว่าสถาบันการอาชีวศึกษาจะต้องจัดการศึกษาสายปฏิบัติการที่มีคุณภาพนักศึกษาไม่ตกงานไม่ใช่ไปเน้นใบปริญญาบัตรซึ่งการจะดำเนินการดังกล่าวได้จะต้องสังคายนาทั้งระบบโดยเฉพาะหลักสูตรการเรียนการสอนจะต้องประชุมหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสภาหอการค้าไทยรวมถึงกลุ่มทุนขนาดใหญ่เพื่อกำหนดจุดเน้นที่ต้องตอบสนองต่อตลาดแรงงานและรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ในงานยังได้มีการ 2555 สถาบันการอาชีวศึกษาซึ่งมีสาระว่าพวกเราชาวอาชีวศึกษาขอร่วมกันประกาศปฏิญญาว่าพวกเราจะมุ่งมั่นร่วมแรงร่วมใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลยึดหลักธรรมาภิบาลยกระดับการศึกษาวิชาชีพให้สูงขึ้นเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในด้านวิชาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพได้มาตรฐานพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนผลักดันให้สถาบันการอาชีวศึกษาเป็นสถาบันหลักที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศบรรลุตามวัตถุประสงค์ของสถาบันการอาชีวศึกษาที่ระบุว่าสถาบันการอาชีวศึกษาเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่ชำนาญการปฏิบัติการสอนการวิจัยการถ่ายทอดวิทยาการและเทคโนโลยีทะนุบำรุงศาสนาศิลปะและวัฒนธรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรวมทั้งให้บริการวิชาการและวิชาชีพแก่สังคม ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)กล่าวว่าปฏิญญาดังกล่าวเป็นการนำสาระที่อยู่ในกฎหมายมาประกาศการเกิดสถาบันการอาชีวศึกษาเป็นการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงซึ่งต้องกำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนต้องไม่เหมือนสถาบันอุดมศึกษาอื่นแต่ต้องสร้างความแตกต่างโดยอาศัยความถนัดของตนเองและต้องเป็นตัวของตัวเองดังนั้นต้องกำหนดแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมีความเป็นไปได้ตอบสนองต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศและต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาพที่พึงประสงค์ทั้งระยะสั้นระยะกลางและระยะยาว ผมยังเชื่อทฤษฎีดอกไม้หลากสีดังนั้นการจัดการอาชีวศึกษาจะมีกระแสเดียวคือสถาบัน 19 แห่งหรือสถาบันการอาชีวเกษตร 4 ภาคไม่ได้แต่ต้องมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาประเภทอื่นที่สามารถจัดการอาชีวศึกษาได้หลากหลายเพราะการผลิตกำลังคนเพื่อพัฒนาประเทศยังมีความต้องการที่หลากหลายทั้งระดับฝีมือคือประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ระดับเทคนิคคือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาสายปฏิบัติคือเทคโนโลยีการมีสถาบันการอาชีวศึกษาที่สอนถึงปริญญาตรีจึงเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มกำลังคนเพื่อป้อนตลาดแรงงานแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องมุ่งไปทางนั้นฉะนั้นไม่ควรตั้งเป้าว่าทุกสาขาในวิทยาลัยที่เป็นสถาบันการอาชีวศึกษาต้องเปิดสอนปริญญาตรีสาขาที่อยู่นอกเหนือ 28 ขอให้เปิดสอนระดับปวช.และปวส.ต่อไปตลอดปี 2555-2556 จึงมีกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิทยาลัยขนาดเล็กที่ไม่ได้เข้าเป็นสถาบันการอาชีวศึกษาได้ค้นพบความถนัดและสร้างความเข้มแข็งเพื่อผลิตกำลังคนสายอาชีวะตอบสนองความต้องการของชุมชน *นับเป็นอีกก้าวเพื่อสร้างความพร้อมให้กับชาวอาชีวศึกษาได้ก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ได้อย่างมั่นใจ...
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
09 ส.ค. 55
อ่าน 2407 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |