ล้มสมัครสอบ’รอง-ผอ.ร.ร.’ ’สุชาติ’อ้างมีรับเงิน-วิ่งเต้น




      

ล้มสมัครสอบ'รอง-ผอ.ร.ร.' 'สุชาติ'อ้างมีรับเงิน-วิ่งเต้น

 

          ก.ค.ศ.เลื่อนรับสมัครสอบ'รอง-ผอ.ร.ร.'เกือบ 1,700 คนทั่วประเทศ เหตุ'สุชาติ'สั่งล้มสอบสัมภาษณ์ภาค ข อ้างมีผู้ร้องเรียนเรียกรับเงินวิ่งเต้น เล็งรื้อสอบบรรจุครูเหลือสอบปรนัยอย่างเดียว
          เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ.มีมติให้ปรับหลักเกณฑ์ วิธีการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษาในตำแหน่งผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่ง ก.ค.ศ.ได้มีมติเห็นชอบไปเมื่อเร็วๆ นี้ และได้ประกาศปฏิทินเปิดรับสมัครสอบให้ขึ้นบัญชีระหว่างวันที่ 31 มกราคม-6 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าการเข้าสู่ตำแหน่งเหล่านี้มีคนจำนวนมากที่ต้องการเข้าสู่ตำแหน่ง และมีข้อร้องเรียนว่ามีการเรียกเงินทองด้วย ดังนั้น เพื่อขจัดความไม่โปร่งใส ไม่ให้มีการคอร์รัปชั่นการเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่ประชุมก.ค.ศ.จึงมีมติให้ปรับหลักเกณฑ์การสอบจากเดิมที่กำหนดให้มีการสอบภาค ก ทั่วไป และสอบภาค ขการประเมินวิสัยทัศน์ แนวคิด วิธีการและข้อเสนอในการพัฒนาสถานศึกษา รวมถึงการสัมภาษณ์ ให้เหลือเพียงแค่การสอบภาค ก เท่านั้นเนื่องจากการสอบภาค ข ที่จะเป็นการประเมินวิสัยทัศน์ด้วยวิธีการสัมภาษณ์นั้น ผลคะแนนที่ออกมาจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ที่เป็นกรรมการสอบเท่านั้น และที่ผ่านมาก็มีข้อร้องเรียนว่ามีการจ่ายเงินจ่ายทองเพื่อให้สอบได้ในตำแหน่งดังกล่าว นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้เลื่อนการรับสมัครสอบที่เริ่มรับสมัครวันที่ 31 มกราคมนี้ออกไปก่อน จนกว่าจะจัดทำหลักเกณฑ์ใหม่เสร็จซึ่งที่ประชุมได้มอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียดหลักเกณฑ์ใหม่มานำเสนอที่ประชุม ก.ค.ศ.ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์
          การสอบจะเหลือเพียงภาค ก จะเน้นข้อสอบปรนัย ออกข้อสอบโดยสถาบันที่มีชื่อเสียง เน้นการสอบเรื่องการบริหารจัดการ และเมื่อสอบเสร็จให้ประกาศคะแนนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ส่วนผู้ที่มีประสบการณ์เป็นผู้บริหารสถานศึกษามาก่อนก็จะมีคะแนนพิเศษให้ เพราะอาจจะเสียเปรียบคนที่ทำข้อสอบปรนัยเก่ง แต่ไม่มีประสบการณ์ด้านการบริหารมาก่อน ผมคิดว่าแนวทางเหล่านี้จะแก้ปัญหาไม่ให้มีการวิ่งเต้นเสียเงินเสียทองซื้อตำแหน่งได้ และจะทำให้ลดรายจ่าย ลดหนี้สินต่างๆ ของข้าราชการครูได้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าว และว่า สำหรับการสอบบรรจุข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ตนอยากจะให้มีการยกเลิกการสอบภาค ข ด้วยเช่นกัน ให้เหลือแค่การสอบภาคก เพียงอย่างเดียว
          ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ว่างจากการเกษียณอายุราชการประมาณ1,287 คน และรองผู้อำนวยการสถานศึกษา 369 คน และที่ผ่านมาได้มีการกำหนดให้เรียกผู้ที่สอบขึ้นบัญชีเอาไว้มาแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษาก่อนที่จะมีการประกาศผลสอบภาค ก ผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษารอบใหม่ตามปฏิทินเดิม ฉะนั้น เมื่อมีการเลื่อนปฏิทินการสมัครสอบออกไป จึงยังสามารถเรียกผู้ที่สอบขึ้นบัญชีเดิมมาแต่งตั้งได้ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่คาดว่าจะมีสิทธิสมัครสอบในตำแหน่งดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มครูชำนาญการที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ประมาณ 30,000 คนและกลุ่มรองผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ 1 ปี ยังไม่ข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีจำนวนกี่คน
          รายงานข่าวแจ้งว่า การออกมติของ ก.ค.ศ.นี้เป็นความต้องการของนายสุชาติที่ต้องการให้ปรับหลักเกณฑ์ใหม่
          ด้านนายธวัชชัย พิกุลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)กาญจนบุรี เขต 4 ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เหมือนเป็นการดึงอำนาจกลับไปสู่ส่วนกลางและผิดหลักการกระจายอำนาจ ที่ระบุว่าการดำเนินการของเขตพื้นที่ฯอาจไม่โปร่งใสนั้น ก็น่าจะไปตรวจสอบเป็นรายเขตพื้นที่ฯไป เพราะเชื่อว่าเขตพื้นที่ฯส่วนใหญ่ดำเนินการได้ดีและโปร่งใสทั้งนี้ หากจะให้สอบเฉพาะภาค ก เพียงอย่างเดียวแล้วทราบผลเลยนั้น อาจจะไม่ได้ เพราะตามวิธีการที่กำหนดไว้จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ที่จะต้องมีการสัมภาษณ์
          ผมคิดว่าเมื่อมีการปรับเกณฑ์แบบนี้แล้วต่อไปทางเขตพื้นที่ฯก็คงไม่อยากจะจัดสอบเองเพราะต้องรับผิดชอบมาก ดังนั้น จึงอยากให้ส่วนกลางเป็นผู้รับสมัครและจัดสอบรวมไปเลยทั้งหมดที่กรุงเทพฯ และให้ทางเขตพื้นที่ฯเรียกบัญชีมาใช้แต่งตั้ง แต่การสอบของส่วนกลางก็ต้องบริสุทธิ์และโปร่งใสทุกขั้นตอน ไม่เช่นนั้นเมื่อมีการร้องเรียนมาก็จะมีปัญหาได้ นายธวัชชัยกล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 31 ม.ค. 55   อ่าน 65937 ครั้ง      คำค้นหา :