การศึกษาปีกระต่าย รอยต่อรัฐบาล "ปชป.-พท."เงียบสงัด!!
การศึกษาปีกระต่าย รอยต่อรัฐบาล ปชป.-พท.เงียบสงัด!!
สุพินดา ณ มหาไชย
การศึกษาไทย ในช่วงปีกระต่าย พ.ศ.2554 สาเหตุเพราะเป็นช่วงรอยต่อผลัดเปลี่ยนจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มาสู่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม ก่อน ชินวรณ์ บุณยเกียรติ จะลุกจากเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ฝากผลงานชิ้นโบแดงไว้เหมือนกัน อย่างเช่น กองทุนครูของแผ่นดิน รวมถึงผลักดัน โครงการเรียนดี เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ควบคู่กับการขับเคลื่อน การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 มี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นั่งเก้าอี้ ประธานคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ผุดกองทุนครูของแผ่นดิน ชินวรณ์ ผลักดันให้เกิด กองทุนเพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้สำเร็จ ภายใต้ชื่อ กองทุนครูของแผ่นดิน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ กระทรวงศึกษาธิการได้ถวายพระราชสมัญญา พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน วัตถุประสงค์ของกองทุน เพื่อเป็นทุนในการศึกษาอบรมและวิจัย พัฒนายกระดับครู รวมทั้งยกย่องเชิญชูเกียรติครูที่มีความสามารถ ครูที่เป็นต้นแบบ ซึ่งกระทรวงเปิดรับบริจาคผ่านสื่อต่างๆ เข้ากองทุน ยอดทะลุ 120 ล้านบาท ม.อีสานซื้อขายป.บัณฑิต อื้อฉาวทิ้งท้ายรัฐบาลประชาธิปัตย์ เมื่อ องค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา ออกมาแฉว่า มีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งขายใบประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) หลักสูตร 4+1 ในราคา 5 หมื่นบาทต่อคน เจ้าตัวยอมเผยรายชื่อภายหลังว่า คือ มหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) นำมาสู่การตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และนำไปสู่การแจ้งความเอาผิดนายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการมอส. พร้อมส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับไปสอบสวนเชิงลึก เพื่อขจัดขบวนการดังกล่าว รวมไปถึงลงนามตั้งคณะกรรมการควบคุม มอส.มีนายสมนึก พิมลเสถียร เป็นประธาน พร้อมแต่งตั้ง รศ.ดร.สุมนต์ สกลไชย อดีตอธิการบดี ม.ขอนแก่น นั่งแท่นอธิการบดี มอส. เพื่อสางปัญหา ล่าสุดต้องเยียวยานักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ หลังการเลือกตั้งใหญ่ จนถึงเดือนสิงหาคม 3 รัฐมนตรี วรวัจน์ เอื้ออภิญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ป้ารื่น บุญรื่น ศรีธเรศ สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล เข้ามารับหน้าที่ต่อจาก ชินวรณ์ บุญยเกียรติ ดูเหมือนว่างานด้านการศึกษาแทบชะงัก ท่ามกลางกระแสข่าวเกิด เกาเหลา 3 รัฐมนตรีศึกษา อันเนื่องมาจาก วรวัจน์ ไม่ยอมแบ่งงานเป็นลายลักษณ์อักษรเสียที มีเพียงแบ่งงานผ่านหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น รัฐบาลต่างขั้วย่อมไม่สามารถทนสานต่อคอนเซ็ปต์การทำงานของอีกฝ่ายได้ เพราะธีมหลักรัฐบาลประชาธิปัตย์เน้นการขยายโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางด้านการศึกษา ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 3 รัฐมนตรีศึกษาฯ ยังคงสานต่อนโยบายเรียนฟรี 15 ปี แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมองคนไทยเป็น แรงงานจัดการศึกษาเพื่อผลิต ฉันทนา ป้อนภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการต่างๆ ได้อย่างลงตัว ด้วยเหตุนี้จึงต้องโละโครงการต่างๆ ให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ใหม่ โดยเฉพาะการปรับงบประมาณปี 2555 แต่ทุกอย่างเป็นไปอย่างเชื่องช้า และช้าออกไปอีก เมื่อต้องเผชิญกับมหาอุทกภัย สถานศึกษาได้รับผลกระทบกว่า 3,000 แห่ง นักเรียนนักศึกษาเดือดร้อนกว่า 7 แสนคน แต่ระหว่างที่รอ พิมพ์เขียว ก็เริ่มมีขบวนการ โละ ผลผลิตคนอื่น ฟื้น สินค้าของตัวเอง พร้อมออกรายการใหม่ รวมถึงมีข่าวสีสันต่างๆ ที่สร้างโดย วรวัจน์ ออกมาเป็นระยะ 3 สัปดาห์ ย้าย 3 โผ การโยกย้ายในยุค วรวัจน์ คล้ายดูซีรีส์เรื่องยาว กว่าทุกอย่างจะลงตัวก็มีโผเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึง 3 ครั้งใน 3 สัปดาห์ ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีตำแหน่งระดับ 11 ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาว่างลง 1 ตำแหน่ง ซึ่งแคนดิเดตคนแรก คือ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ สมัยยังเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) คนสนิท วรวัจน์ แต่สุดท้ายก็ล่ม เพราะนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ไฟเขียว โผรอบแรกแค่แต่งตั้งซี 10 จำนวน 4 รายชื่อ หนึ่งในนั้น ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ผู้ตรวจฯ ไปนั่ง รองเลขาธิการกพฐ. แต่สัปดาห์ถัดมาโผที่สองเสนอ ประเสริฐ บุญเรือง คนสนิท เนวิน ชิดชอบ ขึ้นซี 11 ในตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) สลับเก้าอี้ ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการ กอศ. มาเป็นปลัดศธ. และให้ นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัด ศธ.ไปเป็นเลขาฯกกอ. แต่สุดท้ายโผนี้ก็ไปไม่ถึงฝั่ง เพราะความไม่พอใจของส.ส.พรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวว่า มีสายตรงจากนายใหญ่ สั่งแบนเด็กเนวิน จน ประเสริฐ ต้องไขก๊อกไม่ขึ้นซี 11 สุดท้ายก็มาจบที่โผที่ 3 ดึง ดร.ชัยพฤกษ์ ที่เพิ่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรองกพฐ. มาเป็นเลขาฯกอศ.แบบไม่ทันตั้งตัว วุ่นวายขนาดนี้ ไม่รู้รออีกกี่ปีจะได้เจออีกรอบเน้อ! ยุบกยศ.ฟื้นกรอ.วืด!! ทันทีที่รัฐบาลเพื่อไทยกลับมาเข้ามาบริหารกระทรวงศึกษาธิการก็เดินหน้าฟื้นกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ซึ่งเป็นผลผลิตโดยตรงของรัฐบาลทักษิณ ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 แต่ปล่อยกู้ไปได้แค่ 2 รุ่น ก็ถูกยุบไปโดยรัฐบาลประชาธิปัตย์ กลับไปใช้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ผลผลิตโดยตรงของรัฐบาลชวน หลีกภัย วรวัจน์ ให้เหตุผลในการยุบ กยศ.ว่า การปล่อนกู้ของ กยศ.สะเปะสะปะ แถมยังบังคับให้ใช้หนี้คืนภายใน 2 ปี นำไปสู่หนี้เสียและการฟ้องร้องจำนวนมาก ดังนั้นจึงควรกลับมาใช้กรอ. ที่จะเน้นปล่อยกู้ในสาขาขาดแคลน จบแล้วมีงานทำ ที่สำคัญกรอ.เปิดกว้างให้คนรวยคนจนกู้ได้หมด แถมมีเงื่อนใช้คืนเมื่อมีเงินเดือนถึง 1.6 หมื่นบาท เท่ากับว่ารัฐบาลต้องร่วมรับผิดชอบ แต่จนถึงขณะร่างพ.ร.บ.กรอ.ภาค 2 ที่ตั้งใจจะปล่อยกู้ในปี 2555 กฎหมายก็ยังไม่เสร็จ แจกแท็บเล็ตป.1 รัฐบาลทักษิณเคยขายฝันโครงการ One Laptop Perchild ไว้อย่างสวยหรู แต่ยังไม่เคยได้ทำก็มีอันเป็นไปก่อน มาครั้งนี้นโยบายดังกล่าวเป็นทั้งนโยบายหาเสียงและนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ปรับให้เข้ากับยุคสมัย เป็น One Taplet PC Perchild ตั้งเป้าแจกนักเรียน ป.1 ทั่วประเทศ แต่สุดท้ายก็เหมือนกันนโยบายค่าแรง 300 บาท จากแจกฟรีให้นักเรียน ป.1 ทุกคน ปรับเป็นซื้อเป็นสมบัติโรงเรียนแล้วให้นักเรียนยืมเรียน ซ้ำร้ายตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ไร้ความชัดเจนในการดำเนินการ มีแค่เพียงนำร่อง 5 โรงเรียนก่อน ดีว่าโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปีองค์กรหลักต่างๆ ช่วยแก้หน้า จัดหางบประมาณมาได้ 1,600 ล้านบาท เพียงพอที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตให้นักเรียน ป.1 ได้เกือบทุกคนให้เสร็จทันเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2555 ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันว่าจะสำเร็จหรือไม่ ส่งท้ายปี 2554 วรวัจน์ ประกาศนโยบาย 2555 ปีแห่งการรณรงค์พูดภาษาอังกฤษ หรือ English Speaking Year 2012 รณรงค์ให้พูดภาษาอังกฤษสัปดาห์ละ 1 วัน ในสถานศึกษาและหน่วยงานราชการ ต้องติดตามว่า ในปี 2555 นโยบาย การศึกษาเพื่ออาชีพ ที่ยังมืดมน เงียบงันอยู่จะเดินหน้าอย่างไร
ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก |
|
โพสเมื่อ :
30 ธ.ค. 54
อ่าน 69237 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |