'ไชยยศ'รอกฤษฎีกาชี้ขาดอำนาจสกอ.-หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิด'รังสรรค์-คิม'ชัด-อธิการฯมร.ยันกระบวนการส
|
นายไชยยศ จิรเมธากร
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
มีมติชี้มูลความผิดทั้งทางวินัยร้ายแรง และอาญาแก่นายรังสรรค์ แสงสุข
อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.)
ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการเกี่ยวกับการจ้างเหมาก่อสร้างอาคารเรียนรวมและ
ปฏิบัติการ 25 ปี มร.มูลค่าเกือบ 600 ล้านบาท เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552
และกรณีนายรังสรรค์, นายคิม ไชยแสนสุข อธิการบดี
มร.สมัยที่เป็นรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และนายเฉลิมพลศรีหงษ์
รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย
กรณีออกคำสั่งขยายระยะเวลาราชการให้แก่นายรังสรรค์และนางรำไพ สิริมนกุล
รองอธิการบดีที่เกษียณอายุราชการในปี 2547 เพื่อให้ได้รับเงินเดือน
และเงินประจำตำแหน่งวิชาการ ขณะที่ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารไปพร้อมกัน
เป็นความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ
เมื่อเดือนกรกฏาคม 2553 ตั้งแต่ปี 2553 แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดๆ
ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายแม้ตาม
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542
มาตรา 93 บัญญัติให้ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจ
ซึ่งหมายถึงเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(กกอ.)แต่งตั้งถอดถอนพิจารณาลงโทษภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจาก
ป.ป.ช.ว่า ตนได้สอบเรื่องนี้จากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
แล้วทราบว่าอยู่ในขั้นตอนที่
สกอ.ได้สอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าเรื่องนี้ เป็นอำนาจของสกอ.
หรือสภามหาวิทยาลัยที่จะดำเนินการ คาดว่าเร็วๆ นี้
น่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา "ที่
สกอ.ต้องขอให้วินิจฉัยเรื่องนี้
เพราะมีการอ้างว่าการดำเนินการเรื่องนี้เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยที่จะ
พิจารณาดำเนินการต่อ ไม่ใช่ของสกอ.แต่ทาง ป.ป.ช.ยืนยันว่าเป็นอำนาจของ
ป.ป.ช.ที่จะให้ สกอ.ต้องดำเนินการตามมติที่ออกมา อย่างไรก็ตาม
หากคณะกรรมการกฤษฎีกามีคำวินิจฉัยออกมาว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของ
ป.ป.ช.โดยตรงและให้ สกอ.ดำเนินการตามมติของ
ป.ป.ช.ทางสกอ.จะต้องดำเนินการชี้มูลความผิดตามมติ
ป.ป.ช.ที่ระบุความผิดวินัยร้ายแรง และอาญาแก่อดีตอธิการบดี มร.และอธิการบดี
มร.คนปัจจุบัน และพวก" นายไชยยศกล่าว นายไชยยศกล่าวต่อว่า
นอกจากกรณี ของอดีตผู้บริหาร มร. และอธิการบดี มร.คนปัจจุบันแล้วตนยังให้
สกอ.ไปพิจารณาข้อกฎหมายของ สกอ.เกี่ยวกับอำนาจของสภามหาวิทยาลัยกับ
สกอ.ในกรณีที่มีการชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของผู้
บริหาร และบุคลากรในมหาวิทยาลัย
ไม่เช่นนั้นเมื่อมีการชี้มูลความผิดจากหน่วยงานภายนอก เช่น
ป.ป.ช.หรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
ว่าอธิการบดีมีความผิดสภามหาวิทยาลัยจะอ้างว่าเป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัย
ที่จะดำเนินการต่อ โดยตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อและสุดท้ายไม่มีความผิด
ทั้งนี้คิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะต้องแยกความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยกับการ
ตรวจสอบ และดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริต อย่างไรก็ตาม
หากจำเป็นต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินการ
ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีการปกป้องจากสภามหาวิทยาลัยและบางครั้งเรื่องก็ยืด
เยื้อไป "มหาวิทยาลัยเป็นอิสระก็จริงในเรื่องของวิชาการแต่
สกอ.ยังต้องมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบกรณีทุจริตในมหาวิทยาลัย
ไม่เช่นนั้นปัญหาต่างๆ เช่น
การตั้งศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งจะเลอะเทอะกันไปหมด
ไม่มีใครเข้าไปควบคุมดูแลได้ เพราะสภามหาวิทยาลัยไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย"
นายไชยยศกล่าว และว่าเมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกามีคำวินิจฉัยออกมาในกรณีของ
มร.ว่าเป็นอำนาจที่จะให้ สกอ.ดำเนินการตามมติ
ป.ป.ช.ก็น่าจะเป็นบรรทัดฐานในกรณีอื่นๆโดยไม่ต้องแก้กฎหมายก็ได้"
รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ.กล่าว ด้านนายคิมกล่าวว่า
เรื่องนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช.ยังไม่จบ และยังไม่ได้ข้อสรุป
จึงไม่ได้ดำเนินการอะไร ที่มีการเขียนบทความนั้น เขียนแบบมั่วๆ
ไม่รู้ข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ถ้าท้ายที่สุด ป.ป.ช.ว่าอย่างไร
ก็จะว่าไปตามนั้น ส่วนที่บอกว่าตาม
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาพ.ศ.2547 และ
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พ.ศ.2546
หน่วยงานที่ต้องเข้ามาจัดการกับสภา
มร.คือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
(ก.พ.อ.)ที่มีรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นประธาน
มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคล วินัยและการรักษาวินัย
การดำเนินการทางวินัยฯ เพื่อให้
สถาบันอุดมศึกษาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการโดยสภามหาวิทยาลัยต่างๆ
จะออกข้อบังคับขัดแย้งกับหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.อ.กำหนดไม่ได้
และเลขาธิการสกอ.ในฐานะผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสถานศึกษาของรัฐในสังกัด
ที่เป็นนิติบุคคลที่จัดการศึกษาระดับปริญญานั้น คิดว่ายังไม่ถึงจุดนี้
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
02 ก.พ. 54
อ่าน 11227 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |