วางเกณฑ์เอาผิดนักวิชาการขโมยผลงาน




      

วางเกณฑ์เอาผิดนักวิชาการขโมยผลงาน

          สกอ.เตรียมพิจารณาวางเกณฑ์กลาง เอาผิดนักวิชาการโจรกรรมผลงานทางวิชาการ 28 ก.ย.นี้ ส่วนกรณีผอ.สนช. ถูกร้องคัดลอกผลงานทางวิชาการ ชี้จุฬาฯทำเรื่องถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อขอหารือว่ามีอำนาจในการเพิกถอนการอนุมัติให้ปริญญาบัตรได้ ขณะที่ ไพฑูลย์ เผยอาจารย์คัดลองผลงานมากขึ้น แนะรณรงค์ ผลูกฝังความรับผิดชอบและจรรยาบรรณให้มากขึ้น
          เมื่อวันที่ 27 กันยายน นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 กันยายน เวลา 13.30 น.นี้คณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมทางวิชาการในระบบอุดมศึกษา โดยมีตนเป็นประธาน จะมีการพิจารณาเรื่อง Plagiarism หรือ การโจรกรรมทางวรรณกรรม การขโมยความคิด เป็นครั้งแรก โดยจะพิจารณาว่าการดึงข้อมูลมาใช้กี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเรียกว่าคัดลอก หรือกรณีที่คัดลอกผลงานของผู้อื่นโดยให้ชื่อเครดิต จะถือว่าเป็นการคัดลอกหรือไม่ เพราะบางสาขาแม้จะให้ชื่ออ้างอิง ก็ยังไม่ยอม ขณะที่บางสาขาการดึงมาอ้างอิงโดยให้เครดิตไม่ถือเป็นการคัดลอก
          ทั้งนี้ คำว่าการคัดลอกผลงาน มีความหมายกว้างมาก จึงต้องมาพิจารณาขอบเขตกัน รวมถึงจะพิจารณาด้วยว่าจะดูแลเรื่องนี้อย่างไร จะต้องพัฒนาซอฟท์แวร์เหมือนอย่างต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งในต่างประเทศมีการใช้ซอฟท์แวร์นานแล้วในการตรวจสอบประโยคที่เหมือนกัน อีกทั้งต้องพิจารณาด้วยว่าความผิดดังกล่าวจะนำไปสู่การชะลอ ระงับหรือถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการด้วยหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ต้องรอผลการหารือของคณะอนุกรรมการฯ เมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว จึงจะนำเสนอคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป
          อำนาจถอดถอดตำแหน่งทางวิชาการ ด๊อกเตอร์ เป็นของสภามหาวิทยาลัย ซึ่งที่ผ่านมาสกอ.ก.พ.อ.ยังไม่มีการเกณฑ์กลางในการพิจารณาเรื่องการคัดลอกผลงานทางวิชาการผิดจรรยาบรรณอย่างไร มีเพียงกรณีคัดลอกผลงานต่างประเทศ โดยเจ้าของผลงานซึ่งเป็นชาวต่างชาติจะฟ้องร้อง แต่กรณีคัดลอกผลงานของคนไทยกันเองยังไม่เคยพูดถึงความผิด อย่างไรก็ตามกรณีที่จะถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการศาตราจารย์ต้องเสนอสกอ.เพื่อทำเรื่องทูลเกล้าฯ เพราะเป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีการเสนอถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการแต่อย่างใด และเท่าที่ทราบตำแหน่งทางวิชาการอื่นๆ ก็ยังไม่เคยมีสภามหาวิทยาลัยใดดำเนินการถอดถอนอันด้วย รองเลขาธิการ กออ. กล่าว
          ส่วนกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร(กวฉ.) สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย มีคำวินิจฉัยที่ สค 112/2553 ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผลสรุปการสอบสวนเบื้องต้นพร้อมทั้งสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องให้แก่นายวิลเลี่ยม วีล เอลลิตส์ ซึ่งร้องเรียนกล่าวหาว่านายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) อดีตนิสิตระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ว่าส่อทุจริตทางวิชาการ โดยคัดลอกผลงานทางวิชาการในการทำวิทยาพินธ์ปริญญาเอก ซึ่งขณะนี้จุฬาฯ อยู่ระหว่างการทำหนังสือหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจุฬาฯ มีอำนาจเพิกถอนการอนุมัติให้ปริญญาบัตรหรือไม่นั้น เป็นไปได้ที่จุฬาฯ ทำเรื่องถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อขอหารือว่ามีอำนาจในการเพิกถอนการอนุมัติให้ปริญญาบัตรหรือไม่ เพราะสกอ.และก.พ.ร. ไม่มีเกณฑ์กลาง
          ด้านศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว ตนไม่มีข้อมูลชัดเจนว่ามีอาจารย์ที่ไหนคัดลอกผลงานทางวิชาการบ้าง แต่จากการสังเกตด้วยตัวเอง มองว่าช่วงหลังมีการนำผลงานของผู้อื่นมาประกอบงานของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีการรณรงค์ว่าเป็นการทำผิดจรรยาบรรณก็ตาม โดยบางครั้งมีการนำไอเดียของคนอื่นมาใช้ หรือนำมาต่อยอดโดยไม่ได้อ้างอิง ส่วนการตรวจสอบเรื่องนี้ทำได้ไม่ง่าย เพราะปัจจุบันมีการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการกว้างขวางมาก และหลายช่องทาง การดึงข้อมูลมาใช้จึงดำเนินการได้ง่าย แต่การติดตามตรวจสอบ ทำไม่ได้ง่าย ฉะนั้นควรป้องกันโดยปลูกฝังความรับผิดชอบและจรรยาบรรณให้มากขึ้น

          ที่มา: http://www.komchadluek.net



โพสเมื่อ : 28 ก.ย. 53   อ่าน 13347 ครั้ง      คำค้นหา :