’พระประทีปในหลวง’ที่สุดของชีวิต’ครูมุ่ย’ครูช่าง




      

'พระประทีปในหลวง'ที่สุดของชีวิต'ครูมุ่ย'ครูช่าง

          ณัฐพงษ์ บุณยพรหม

          เป็นความภาคภูมิใจ และเป็นมงคลสูงสุดในชีวิตของน.ส.ศรีมุ่ยเมืองยศหรือ 'ครูมุ่ย' วัย 56 ปี อาจารย์สอนคหกรรม จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลอยพระประทีปลงในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องในเทศกาลวันลอยกระทง ซึ่งพระประทีปที่ทรงใช้ลอยในครั้งนั้น เป็นกระทงที่อาจารย์ศรีมุ่ยบรรจงทำขึ้นด้วยฝีมือของตัวเอง
          สำหรับช่างฝีมือทุกคน สุดยอดของความใฝ่ฝันคือได้ทำงานทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง คิดมาโดยตลอดว่าในชีวิตจะทำกระทงถวายพระองค์ท่านสักครั้งหนึ่งเสียงนุ่มๆ ของครูมุ่ย เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำกระทง
          ด้วยความตั้งใจที่จะทำถวายงานใหญ่ครั้งนี้จึงใช้เวลาวางแผนนานถึง 1 ปีเต็ม ในการประดิษฐ์กระทงถวาย ทั้งการเลือกรูปทรง การออกแบบ ครูจากลำปางคนนี้พิถีพิถันอย่างที่สุดทุกขั้นตอน
          ไม่ได้มุ่งหวังว่าพระองค์จะทรงนำกระทงมาลอยหรือไม่ แค่ได้ถวายกระทงให้พระองค์ก็พอ และในครั้งนี้ก็ถือเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตแล้วครูกล่าวอย่างถ่อมตัว
          ส่วนที่ยากที่สุดคือขึ้นโครงเหล็ก
          กระทงที่ถวายในหลวงสูงประมาณ 80 เซนติเมตร ฐานกว้าง 50 เซนติเมตร ประดิษฐ์ด้วยวัสดุธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นใบตองตานีใบตองอ่อนจากใบตองตานี ที่คัดสรรมาจากสวนเจ้าประจำในจังหวัดลำปาง เลือกที่มีสีเข้มสนิท สม่ำเสมอ โดยนำใบตองอ่อนมาไล่ระดับสีดูแลรักษาตั้งแต่การตัดใบตองจากต้น
          กระทงที่ถวายในหลวงได้ต้นแบบมาจากกระทงที่ได้รับโล่พระราชทาน ภปร ที่พุทธมณฑล เมื่อปี 2550 นำมาปรับแบบและรูปทรง ตั้งใจว่าจะทำให้ยิ่งใหญ่ อลังการ สมพระเกียรติ
          นอกจากนี้ยังมีใบเข็มสามสี ดอกกล้วยไม้ย้อมสี ดอกรัก ดอกพุทธรักษา ไล่สีผสมกับกลีบกล้วยไม้ย้อมสี ตกแต่งด้วยกลีบบัวหงายและบัวคว่ำ ตัวพานพุ่มเป็นโครงเหล็ก ยอดของกระทงเป็นพานพุ่ม หมายถึงสิ่งสักการะแด่พระองค์ท่าน ซึ่งรายละเอียดของกระทง แม้แต่จุดเล็กๆต้องให้ความสำคัญ เช่น ตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้ย้อมสีชมพู ในส่วนนี้ตั้งใจให้เป็นสีชมพู เพราะเป็นสีที่ช่วยให้พระองค์มีพระพลานามัยที่แข็งแรง
          เมื่อได้ใบตองมาแล้วนำมาทำตามงานประดิษฐ์ใบตอง คนที่ทำต้องมีพื้นฐานด้านนี้มาก่อน เพราะกระทงที่ถวายพระองค์ท่านจะใช้วิธีการพับที่หลากหลาย ตัวกระทงมีกลีบมาก ส่วนที่ยากที่สุดคือการขึ้นโครงเหล็กเพราะต้องร้อยตาข่าย ใช้เวลาทำทั้งหมดประมาณ 2 สัปดาห์ การทำกระทงใบนี้จะมีลูกศิษย์สาขาคหกรรมศาสตร์ จากวิทยาลัยอาชีวะลำปางที่มีฝีมือด้านประดิษฐ์ใบตองมาช่วยทั้งหมด 7 คนครูมุ่ยอธิบายตอนทำก็นึกถึงพระองค์ท่านตลอดเวลา เหนื่อยและท้อมาก แต่เมื่อได้เห็นภาพที่พระองค์ทรงลอยพระประทีปด้วยกระทงใบที่ทำถวาย ก็รู้สึกหายเหนื่อย
          ดีใจน้ำตาไหล ปลาบปลื้ม ตื้นตัน
          ครูมุ่ย บอกอีกว่า เราทำวัสดุของกระทงล่วงหน้า 2 สัปดาห์ แล้วจึงมาประกอบ โดยทำแต่ละชิ้นส่วนก่อน และต้องดูแลรักษาใบตองให้สดทนนาน คือเริ่มจากการตัดจากต้น ให้เลาะใบตองออกจากก้าน นำด้านเอ็นใบตองแช่น้ำ 1 คืน ก่อนนำขึ้นใส่ถุงเก็บเข้าตู้ปรับอุณหภูมิแช่ดอกไม้
          สามารถอยู่ได้ 7 วัน เมื่อประดิษฐ์ชิ้นงานเสร็จแล้วก็นำมาแช่น้ำอย่างน้อย2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าให้ดีควรแช่น้ำเย็น 1 คืน แล้วเก็บชิ้นงานห่อด้วยใบตองสด เพราะตัวใบตองจะช่วยรักษาความสดให้ จากนั้นเก็บใส่กล่องแล้วนำเข้าตู้เย็น
          ครูเริ่มประกอบกระทงตอน 5 โมงเย็น ของวันที่ 20 พ.ย. และทำเสร็จในช่วงเช้า แล้วจึงเดินทางไปลงนามถวายพระพร พร้อมกับนำกระทงไปถวาย โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่มาช่วยยก เพราะเราไปคนเดียว ไปในฐานะชาวบ้าน ไม่มีใครรู้จัก แต่ก็โชคดีเหมือนมีคนเปิดทางให้ คิดว่าเมื่อถวายพระองค์ไปก็จบแล้ว พระองค์จะลอยหรือไม่ลอยก็ไม่เป็นไร
          และยังไม่ทันที่เธอจะเดินกลับ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังก็เข้ามาสอบถามถึงรายละเอียดของกระทง
          เจ้าหน้าที่มาถามที่มา และรูปแบบของกระทง เราก็ตอบตามความเป็นจริง แต่ในใจนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก ก็ยังพูดกับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง
          ว่า กระทงใบนี้ในหลวงจะได้ลอยหรือไม่ ถ้าท่านได้ลอยก็ดี ไม่ได้ลอยก็ไม่เป็นไร
          จนกระทั่ง...  มารู้ข่าวว่า ในหลวงลอยพระประทีปด้วยกระทงของเรา ตอนเพื่อนโทร.มาบอก ดีใจจนน้ำตาไหล มันปลาบปลื้ม ตื้นตัน ลูกศิษย์เราก็น้ำตาไหลทุกคน ครอบครัว เพื่อนฝูงโทร.มาแสดงความยินดี ถือเป็นที่สุดในชีวิตครูบ้านนอกแล้ว ครูมุ่ย เล่าด้วยความตื้นตัน
          การประดิษฐ์กระทงไม่น่าหยุดอยู่แค่นี้
          ด้วยความเป็น เอก ด้านการประดิษฐ์ใบตองมากว่า 27 ปี ได้รับการถ่ายทอดศิลปะการประดิษฐ์ใบตองจาก ม.ร.ว.สอิ้งมาศ นวรัตน์ อายุ95 ปี ทำให้ครูมุ่ยเกิดความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์ใบตอง มักเข้าร่วมแข่งขันประกวดกระทงอย่างต่อเนื่อง ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดกระทงทั้งที่จังหวัดลำปาง และรางวัลชนะเลิศอีกหลายแห่ง อาทิ การประกวดกระทงลอยที่พุทธมณฑล สวนสัตว์ดุสิต และพระราม 9
          ล่าสุด ครูมุ่ยนำลูกศิษย์ลงแข่งขันประกวดกระทงระดับสถาบันการศึกษา ที่พุทธมณฑล
          จนได้รับรางวัลชนะเลิศ 2 รางวัล อีกทั้งยังเคยประดิษฐ์ใบตองถวาย หลวงปู่เกษม เขมโกพระเกจิเถราจารย์ ด้านธุดงควัตร ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดลำปาง และชาวไทยทั่วประเทศอีกด้วย โดยทำถวายท่านทุกปี จนกระทั่งหลวงปู่มรณภาพ
          งานประดิษฐ์ใบตองถือเป็นศิลปะที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย น่าจะได้รับการสืบทอดให้อยู่กับประเทศชาติต่อไปในอนาคต อยากให้กระทงของครูเป็นต้นแบบให้กับคนรุ่นหลังได้ศึกษา พัฒนาความคิด การประดิษฐ์กระทงไม่น่าจะหยุดอยู่แค่นี้ อยากให้มีการต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นไป เด็กรุ่นใหม่ควรเห็นคุณค่าศิลปะงานประดิษฐ์ใบตอง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยที่ไม่มีชาติไหนในโลกทำได้ นอกจากประเทศไทย
          ด้วยปณิธานที่มุ่งมั่นที่จะสืบสานศิลปะการประดิษฐ์ใบตอง เมื่อ 3 ปีที่แล้ว อาจารย์คหกรรมผู้นี้ ยังเขียนหนังสือ ศิลปะการประดิษฐ์ใบตอง ขึ้น เพื่อให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของงานฝีมือไทย
          และที่สำคัญ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และบริจาคให้ห้องสมุดทั่วประเทศ  ซึ่งขณะนี้มีเสียงเรียกร้องให้พิมพ์หนังสือเพิ่มอีก
          ดีใจมากที่พระองค์ท่านทรงปลื้มปีติ เมื่อได้เห็นผลงานการประดิษฐ์งานใบตองของเรา ไม่มีอะไรต้องการมากกว่านี้ เพราะได้ทำกระทงถวายพระองค์ท่านแล้ว ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีที่สุดของชีวิต การได้ถวายกระทงให้ในหลวงก็ถือเป็นที่สุดของชีวิตแล้ว แม้จะไม่เคยเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านมาก่อน แต่ก็รู้สึกว่าพระองค์อยู่ใกล้ๆ อยู่ในใจเรา ขอถวายพระพรให้พระองค์ท่านทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง
          คงไม่มีรางวัลใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่ารางวัลแห่งความปลาบปลื้มใจในชีวิตของครูช่างธรรมดาคนหนึ่ง

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 02 ธ.ค. 53   อ่าน 12961 ครั้ง      คำค้นหา :