|
เพิ่มโอกาสการศึกษาพื้นฐาน ลดเหลื่อมล้ำค่าจ้างแรงงานไทย รายงานพิเศษ ความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษาของแรงงานไทยเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเศรษฐกิจและสังคมไทยมาโดยตลอดในช่วงปี 2529 ถึง 2552 หากมองความมั่นคงของชีวิตในอนาคต โดยดูจากอาชีพและรายได้เป็นหลัก พ่อแม่คงเลือกให้ลูกได้เรียนจบในระดับปริญญา ซึ่งจะทำให้มีโอกาสทางรายได้มากกว่าผู้จบในระดับมัธยมปลาย ปวช. ปวส. เพราะระดับการศึกษามีความสัมพันธ์กับค่าจ้างหรือรายได้ในอนาคต ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ศึกษาความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการศึกษาในระดับต่างๆ กับแนวโน้มของค่าจ้างของกลุ่มการ ศึกษาต่างๆ และดูการเปลี่ยนแปลง ของความไม่เท่าเทียมกันในช่วง 24 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2529-2552) ผลการศึกษา พบว่าภาพรวมรัฐบาลสามารถขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ทั่วประเทศมากขึ้น ทำให้คนไทยมีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 5 ปีในปี 2529 เป็น 8 ปี ในปี 2552 และในตลาดแรงงานก็พบว่ามีแรงงานกลุ่มจบประถมและมัธยมต้นน้อยลง และมีแรงงานที่จบ ม.6 และระดับปริญญาเพิ่มขึ้น โดยครอบครัวที่พ่อแม่มีการศึกษาสูง เด็ก มีแนวโน้มที่จะได้รับการศึกษาขั้นสูงไปด้วย และเมื่อดูรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนโดยพิจารณาจากรายได้แท้จริงเฉลี่ยต่อหัวของครัวเรือนของ ผู้จบระดับ ม.6 รายได้ 3,600 บาทต่อเดือน เทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อหัวของครัวเรือนของผู้จบในระดับมหาวิทยาลัย 7,000 บาทต่อเดือน พบว่ามีความแตกต่างกันเกือบสองเท่า ไม่ได้ลดลงเลย ผลการศึกษาชี้ชัดว่าระดับการศึกษาของคนจนติดอยู่ที่มัธยมไม่สามารถ ก้าวสู่อุดมศึกษาได้ สาเหตุหลักมาจากเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ของครอบครัว คุณภาพโรงเรียนและคุณภาพการศึกษาที่แตกต่างกัน อีกทั้งจำนวนปีการศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้นมีเรียนฟรี 15 ปี ก็เทียบไม่ได้กับปีการศึกษาที่มีคุณภาพดี ดร.ดิลกะ เห็นว่า คนที่มาจากครอบครัวที่เสียเปรียบทางเศรษฐกิจและสังคม จะเสียเปรียบด้านโอกาสการเข้าถึงการศึกษา ทั้งคุณภาพการศึกษาและการเข้าถึงอุดมศึกษาด้วย เมื่อเข้ามาสู่ตลาดแรงงานก็มีความเหลื่อมล้ำของรายได้หรือค่าจ้าง โดยรายได้ระหว่างกลุ่มอุดมศึกษากับกลุ่มมัธยมห่างกันขึ้นเรื่อยๆ ค่าจ้างผู้จบอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 150 ดร.ดิลกะ กล่าวว่า หากทำให้โอกาสทางการศึกษากับค่าจ้างแรงงานมีความสมดุลมากขึ้น ควรเน้นยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน คำนึงถึงคุณภาพที่เท่าเทียมกันด้วย และผลิตคนที่ จบ ปวช. ปวส. ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน พัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้เพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง จึงจะลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาและค่าจ้างได้ในระยะยาว นอกจากนี้ควรทบทวนนโยบายการอุด หนุนการศึกษารายหัวในระดับอุดมศึกษา ซึ่งปัจจุบันเป็นการอุดหนุนค่าเล่าเรียนแบบถ้วนหน้า โดยรัฐอุดหนุนผ่านสถาบันอุดม ศึกษาร้อยละ 70 ผู้เรียนจ่ายเองเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น ต้องปรับให้คนที่มีความสามารถแต่ยากจนไม่ถูกกีดกันจากการเข้าถึงอุดม ศึกษาที่มีคุณภาพ แม้การปฏิรูปค่าเล่าเรียนจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมระหว่างกลุ่มคนที่ได้รับและไม่ได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐควรทำคือการยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพดีในทุกพื้นที่ของประเทศ
ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod |
| โพสเมื่อ : 28 ม.ค. 54 อ่าน 13924 ครั้ง คำค้นหา : |