|
40 ปี ราชภัฏภูเก็ตความก้าวหน้าที่ต้องก้าวกระโดด (รายงานพิเศษ)
นับมาถึงวันนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตได้เดินทางผ่านมาครบ 40 ปีแล้ว ท่ามกลางความภาคภูมิใจของทุกคนที่ได้มองเห็น การพัฒนาของสถาบันแห่งนี้ บนเกาะที่ได้ชื่อว่า เป็นแหล่งที่สวยงาม และน่าเที่ยวที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เราพัฒนาเพื่อท้องถิ่นไทย ทุ่มเทกายใจ เพื่อทำในสิ่งที่ดีดี แก่สังคม เพื่อให้ชุมชน แข็งแรง และเติบโตเป็นไปอย่างยั่งยืน นี่คือส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง มหาวิทยาลัยแห่งศรัทธา อันเป็นสิ่งซึ่งแสดงให้เห็นถึงพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ตามปณิธานที่ได้วางเอาไว้ คือ การเป็นสถาบันอุดมศึกษาของท้องถิ่น ปฏิบัติภารกิจบนพื้นฐานแห่งความรับผิดชอบต่อสังคม สถาบันการศึกษา เป็นแหล่งบ่มเพาะ พัฒนาคนให้มีความรู้ ความคิด และสร้างทรัพยากรบุคคลให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์พร้อม แต่จะมีสักกี่สถาบันการศึกษาที่จะเป็นที่พึ่งและเปิดโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนได้เข้าถึง เข้าไปศึกษาหาความรู้ เพื่อออกสู่สังคมอย่างภาคภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นมหาวิทยาลัยของคนท้องถิ่น มีเขตพื้นที่ให้รับผิดชอบในการผลิตบัณฑิตในหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดในเขตฝั่งอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ จังหวัดระนอง และจังหวัดตรัง จากอดีตเริ่มจากการเป็นวิทยาลัยครู สู่การเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 40 ปี แห่งการ สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ และการพัฒนาหลักสูตรทางการศึกษาอย่างหลากหลาย เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของสังคม นี่เป็นหน้าที่ของเรา และเราจะก้าวต่อไปในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของอันดามัน ที่เน้นนำยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดภูเก็ตมาบูรณาการให้เข้ากับหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนที่มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก โดยไม่ลืมปลูกฝังค่านิยมอันดีงาม คุณธรรมจริยธรรมให้แก่นักศึกษา ซึ่งสะท้อนผ่านอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยที่ว่า มีคุณธรรม สู้งาน จิตอาสา ข้อความดังกล่าวนี้ ผศ.ดร.ประภา กาหยี อธิการบดี ม.ราชภัฏภูเก็ต กล่าวเสมอเมื่อมีโอกาสปาฐกถาในเวทีต่างๆ ทั้งต่อ คณาจารย์ นักศึกษา บุคลากรและต่อองค์กรหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน อธิการบดี ยังได้กล่าวอีกว่า สถาบันแห่งนี้พัฒนามาในก้าวแรก คือ วิทยาลัยครูภูเก็ต จนถึงก้าวที่สอง คือ สถาบันราชภัฏภูเก็ต และก้าวที่สาม คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สามก้าว ที่ผ่านมาถึงวันนี้ รวม 40 ปี สถาบันแห่งนี้ได้จัดงานในโอกาสครบรอบมาแล้ว 3 ครั้ง คือในโอกาสครบรอบ 25 ปี 30 ปี และครบรอบ 35 ปี ปีนี้ พ.ศ.2554 เป็นวาระจัดงานในโอกาสครบรอบ 40 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ใต้ร่มพระบารมี สำหรับแนวคิดของการจัดงานเกิดจากความจริงเชิงประจักษ์ที่ว่า นับแต่จุดกำเนิด และพัฒนาการของสถาบันแห่งนี้ สิ่งที่อยู่ในความทรงจำของชาวราชภัฏทุกคนมาตลอด จนถึงทุกวันนี้ คือ พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช นอกจากจะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า ราชภัฏ ที่มีความหมายว่า คนของพระราชา แล้ว พระองค์ท่านยังได้พระราชทานดวงตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 จากพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ให้เป็นสัญลักษณ์ประจำ สถาบันมาจวบจนถึงวันนี้ นับว่าสถาบันแห่งนี้ อยู่ภายใต้ร่มพระบารมี มาโดยตลอด การจัดงานครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน 40 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ใต้ร่มพระบารมี มีจุดเน้น จุดเด่นในการจัดกิจกรรมอยู่หลายประการ ประการแรกคือการจัดงานทางด้านวิชาการในทุกรูปแบบ ทั้งในส่วนของการจัดนิทรรศการ การนำเสนอผลงานวิจัย การเสวนา ฯลฯ เพื่อนำมาประมวลสู่สาธารณชนได้รับรู้และได้นำแนวทางที่เราได้ทำมาทั้งหมด สู่การปรับใช้ได้จริงในองค์กร หน่วยงาน หรือในชีวิตประจำวัน ส่วนที่สองคือ การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมร่วมกันกับชุมชนท้องถิ่นในหน่วยงานต่างๆ เป็นภาพแห่งความร่วมมือที่ดีเสมอมา เห็นถึงความผูกพัน เหนียวแน่นระหว่างมหาวิทยาลัยกับท้องถิ่น ทั้งระดับบุคคล ชุมชน และสังคมที่กว้างขึ้น ซึ่งเราสามารถรวมตัวกันจัดกิจกรรมดีๆ เหล่านี้ให้เกิดขึ้นและปรากฏแก่สายตาของประชาชนในวงกว้าง ประการสำคัญที่สุดของการจัดงาน คือ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องใน โอกาสที่ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา นี่คือหัวใจของการจัดงานครบรอบ 40 ปี ของมหาวิทยาลัย ภายใต้ร่มพระบารมีนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้ปฏิบัติภารกิจต่างๆ นานัปการ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคมและประเทศชาติ สิ่งที่ได้ปฏิบัติและดำเนินการมาโดยตลอดระยะเวลา 40 ปี โดยเฉพาะหน้าที่หลัก คือ การผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนท้องถิ่นและสังคม มีการพัฒนาหลักสูตรใหม่ๆ ทุกระดับ ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และระดับปริญญาเอก ซึ่งมี 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา และหลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาการจัดการ ทั้งนี้ได้ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและมุ่งผลิตบัณฑิตที่จะรองรับการเข้าสู้ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) โดยจัดให้มีกิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และด้านคอมพิวเตอร์ให้กับนักศึกษา พัฒนาสื่อการสอนที่ทันสมัย ส่งเสริมการดำเนินงานของศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ (UBI) ประการต่อมา คือ การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตให้ความสำคัญกับการดูแลนักศึกษาตั้งแต่แรกเข้า มีกิจกรรมประชุมผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจและเป็นเครือข่ายในการดูแลนักศึกษาร่วมกัน ปรับเปลี่ยนกิจกรรมรับน้องใหม่ที่ไม่เหมาะสม ให้เป็นกิจกรรมที่สร้างความอบอุ่น และมีสาระมากขึ้น มีจุดเน้นการพัฒนาศักยภาพนักศึกษา โดยเฉพาะเน้นโครงการ 3 D คือ ส่งเสริมให้มีคุณธรรม จริยธรรม และภูมิใจในความเป็นไทย (Decency) สร้างภูมิคุ้มกันให้ปลอดยาเสพติด (Drug Free) ส่งเสริมด้านประชาธิปไตย (Democracy) พร้อมปรับปรุงระบบที่ปรึกษาที่ให้มีกิจกรรมอาจารย์พบปะนักศึกษามากขึ้น บทบาทในการให้บริการวิชาการ และวิชาชีพแก่ชุมชน กล่าวคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เน้นภารกิจในการบริการวิชาการ และวิชาชีพแก่ท้องถิ่นมาตลอดในปี พ.ศ. 2552 มีโครงการบริการวิชาการ จำนวน 11 โครงการ ในปี พ.ศ. 2553 มีจำนวน 45 โครงการ ในจำนวนนี้มีโครงการด้านพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในท้องถิ่น 2 โครงการ คือ โครงการพัฒนาวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาประจำการ กับโครงการครุศาสตร์เพื่อพัฒนาครูเขตอันดามัน เพื่อพัฒนาครูให้ได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการศึกษา การพัฒนาผู้บริหารและครูให้ได้รับวุฒิประกาศนียบัตร บัณฑิตบริหารการศึกษา รศ.สมชาย สกุลทัพ รองอธิการบดี หนึ่งในคณะผู้บริหารที่ร่วมกันทำงานอย่างก้าวกระโดดได้ยกตัวอย่างโครงการที่ดำเนินการและเกิดประสิทธิผลสูงสุด คือ โครงการค่ายเรียนรู้เพื่อพัฒนาบ้านไม้ขาวอย่างยั่งยืน จังหวัดภูเก็ต ว่า โครงการค่ายเรียนรู้เพื่อพัฒนาบ้านไม้ขาวอย่างยั่งยืน เป็นโครงการหนึ่งที่มหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต ได้ดำเนินการและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีมาก เป็นโครงการที่ตอบสนองพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ในด้านการผลิตบัณฑิต การบริการชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศและชุมชน เป็นแนวทางสร้างเครือข่ายของมหาวิทยาลัย และก่อให้เกิดการเรียนรู้ และร่วมพัฒนาแบบสามเส้า ระหว่างมหาวิทยาลัยต่อมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยทั้งสองกับชุมชน ผลลัพธ์ที่ได้ คือ นักศึกษา อาจารย์ ของทั้งสองมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน มีประสบการณ์ในการพัฒนา และชุมชนบ้านไม้ขาวได้รับการพัฒนาคือ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม ทั้งนี้โครงการนี้ได้น้อมนำ แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดชมหาราช มาเป็นแนวทางพัฒนา ซึ่งได้สนองปรัชญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คือ สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ปฏิบัติภารกิจบนพื้นฐานแห่งความรับผิดชอบต่อสังคม ตอบสนองเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คือ บริการแก่สังคม และผลิตบัณฑิตที่มีอัตลักษณ์ คือ มีคุณธรรม สู้งาน จิตอาสา คุณประโยชน์ที่เกิดจากการบูรณาการการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยแก่สังคมลักษณะนี้ จะเกิดผลที่เด่นชัด เป็นรูปธรรม กล่าวคือ ชุมชนได้รับความรู้ในด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน เกิดความตระหนัก และมีประสบการณ์จากการร่วมงานกันกับนักศึกษาและอาจารย์ ชุมชนมีการพัฒนาความรู้ ประสบการณ์ ในการพัฒนาโฮมสเตย์ และการประกอบอาหาร สมาชิกในชุมชนโดยเฉพาะลูกหลานของชุมชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียน และภาษาอังกฤษมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้หมู่บ้านไม้ขาวได้รับคัดเลือกเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบใน ปีพ.ศ.2553 ของจังหวัดภูเก็ต ส่งเสริมให้สถานีอนามัยบ้านไม้ขาว ได้รับคัดเลือกเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป็นแห่งแรกของจังหวัดภูเก็ต ผลงานของโครงการสนับสนุนให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ใหญ่ดีเด่นของจังหวัดภูเก็ตใน ปีพ.ศ.2553 เป็นการเสริมสร้างและสนับสนุนการทำงานของ อบต. บ้านไม้ขาวในการพัฒนาชุมชน ตลอดจนเป็นแบบอย่างรูปแบบการพัฒนา ให้กับชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ โครงการลักษณะดังกล่าวนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและตลอด เพราะเราเป็นมหาวิทยาลัยของท้องถิ่น ดังนั้น สิ่งอันใดที่จะเป็น การเอื้อประโยชน์ของสังคมโดยรวม นั่นเป็นหน้าที่เราที่จะต้องปฏิบัติต่อไป เพราะเราคือ คนของพระราชา ค่าของแผ่นดิน ต้องสร้างคุณประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับจากวันนี้เป็นต้นไป มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 41 เป็นปีแห่งการก้าวกระโดดเพื่อให้ตามทันความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จะมีบทบาทสำคัญในการชี้นำและแก้ปัญหาสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีความแน่วแน่ที่จะน้อมนำพระราชดำริ มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะจะน้อมนำพระบรมราโชวาท ที่พระราชทานแก่ผู้บริหาร และสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยต่างๆ ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2533 ความว่า ...มหาวิทยาลัยมุ่งสั่งสอนนักศึกษาให้เป็นทั้งคนเก่ง ซึ่งเป็นการดี แต่นอกจากจะสอนให้เก่งแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะอบรมให้ดีพร้อมกันไปด้วย ประเทศเราจึงจะได้คนที่มีคุณภาพพร้อม คือ ทั้งเก่งและดี มาเป็นกำลังของบ้านเมือง มาเป็นแนวทางในการผลิตบัณฑิต ซึ่งภายใต้ภารกิจดังกล่าวนี้ มหาวิทยาลัยจะเป็นแหล่งจุดประกายความรู้ ความคิด และการปลูกฝังค่านิยมที่ดีสู่แนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นแก่สังคมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ในทุกๆด้านการพัฒนา ทั้งด้านการศึกษา การเมือง เรื่อยมาจนถึงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ทุกประเทศกำลัง เตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มหาวิทยาลัยก็เช่นเดียวกัน ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ทั้งในส่วนของการเป็นศูนย์ให้ความรู้ด้านอาเซียน การจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตื่นตัว หรือการจัดหลักสูตรที่เน้นให้นักศึกษาทำงานระหว่างเรียนและมีงานทำเมื่อสำเร็จการศึกษาเพื่อนำพาให้อนาคตของผู้เรียนได้ก้าวออกไปยืนอยู่บนแถวหน้าของสังคมได้อย่างไม่อายใคร
ที่มา: http://www.naewna.com |
| โพสเมื่อ : 09 ธ.ค. 54 อ่าน 82040 ครั้ง คำค้นหา : |