คอลัมน์: เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์: อีกวาระหนึ่งของราชภัฏ




      

คอลัมน์: เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์: อีกวาระหนึ่งของราชภัฏ

 

ระยะนี้  มหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย และผู้ทรงคุณวุฒิใกล้หมดวาระลง
          บางแห่งเริ่มตั้งคณะกรรมการสรรหาบางแห่งเริ่มสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยคนใหม่ ขณะที่บางแห่งเริ่มไปถึงตัวอธิการบดีที่ใกล้หมดวาระในปีนี้ปีหน้า
          การที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจะมีความเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ตัวอธิการบดีซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 วาระและส่วนใหญ่ผ่านพ้นวาระแรกมาจนจะครบวาระที่สอง ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งเริ่มร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อออกนอกระบบ ซึ่งไม่น่าจะเสนอทันในระยะนี้ ขณะที่ตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิไม่มีจำกัดวาระ
          การดำรงตำแหน่งว่าจะเป็นได้กี่สมัยหลายแห่งจึงมีนายกสภามหาวิทยาลัยคนเดิมติดต่อกันหลายสมัย ขณะที่บางแห่งเริ่มมีปฏิกิริยาจากผู้บริหารและคณาจารย์ว่าสมควรจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง โดยปริยาย แนวความคิดนี้เห็นว่าการอยู่ในตำแหน่งใดไม่ควรอยู่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
          ขณะที่อีกแนวความคิดหนึ่ง  การอยู่เกินกว่า 2 วาระติดต่อกันอาจจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการในเรื่องนโยบายของมหาวิทยาลัยก็เป็นได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนตัวอธิการบดี ว่ากันตามกฎหมาย สภามหาวิทยาลัยเป็นองค์กรสูงสุดของมหาวิทยาลัยที่มีส่วนสำคัญในเรื่องการอนุมัติเห็นชอบ และรับทราบ ทุกเรื่องที่มหาวิทยาลัยนำเสนอ  โดยเฉพาะด้านงบประมาณ
          ส่วนเรื่องอื่น เนื่องจากในมหาวิทยาลัยปัจจุบันมีคณะกรรมการหลายชุดดูแลในแต่ละเรื่องอยู่แล้ว
          อาทิ คณะกรรมการบริหาร สภาคณาจารย์และข้าราชการ สภาวิชาการ นอกจากนั้นยังมีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย คณะกรรมการองค์การนักศึกษา และสภานักศึกษา ในแต่ละชุด แม้บางชุด เช่น คณะกรรมการสภาวิชาการจะมีอธิการบดีเป็นประธาน  แต่ก็มีกรรมการมาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมด้วย  เช่นเดียวกับประธานสภาคณาจารย์ฯ และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการ มหาวิทยาลัยที่ประธานกรรมการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง
          ดังนั้น การบริหารกิจการมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่ว่าอธิการบดีจะดำเนินการได้ตามอำเภอใจ โดยเฉพาะการนำเสนอเรื่องกรณีพิเศษเข้าสู่การพิจารณาของสภามหาวิทยาลัย  ที่ต้องได้รับความเห็นชอบหรืออนุมัติจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากคณาจารย์ตัวแทนจากผู้บริหารและกรรมการทรงคุณวุฒิหลายครั้งจึงมีการชี้แจงแสดงเหตุผล เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย บางทีถึงกับต้องมีการลงมติกันทีเดียว
          ทั้งที่การประชุมสภามหาวิทยาลัยไม่ควรมีฝ่ายค้าน  แต่ควรเป็นไปในลักษณะว่าด้วยเหตุผลมากกว่า
          ขณะที่กรรมการจากบางคณะ  ส่วนใหญ่มักจะเป็นกรรมการจากคณาจารย์  ถึงขนาดให้บันทึกความเห็นของตัวเองไว้ในรายงานการประชุมด้วย ซึ่งไม่มีความจำเป็นเพราะการประชุมเพียงแต่เห็นด้วยหรือไม่เท่านั้นและเป็นความเห็นชอบของที่ประชุมไม่ใช่เป็นการตัดสินของคนใดคนหนึ่ง
          การสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยอาจไม่มีความยุ่งยากมากนัก เพราะผู้ที่จะมาเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยย่อมต้องเป็นผู้ที่ไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติกำหนดเท่านั้น ยังต้องเป็นที่รู้จัก เป็นผู้ทรงคุณวุฒิอย่างแท้จริง อย่างน้อยควรมีตำแหน่งทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ ปริญญาเอกหรือมีตำแหน่งทางธุรกิจระดับประธานกรรมการบริษัท หากเป็นข้าราชการ ก็ควรเป็นระดับอธิบดี เป็นต้น
          ขณะที่ก่อนจะลงมติเป็นประการใด  ต้องมีการทาบทามและยินยอมจากผู้นั้นเสียก่อนตามข้อกฎหมาย ไม่อย่างนั้นอาจถูกปฏิเสธได้  เช่นเดียวกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
          มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 นับได้ 7 ปีแล้ว สมควรที่จะมีการปรับเปลี่ยนบางประการตามแต่ผู้บริหารรุ่นใหม่และคณาจารย์ปัจจุบันจะเห็นสมควร
          เพราะอนาคตของ ราชภัฏ ต้องก้าวไปข้างหน้ากว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะความเป็น ท้องถิ่น กับ สากล ต้องให้ชัดเจนและถ่องแท้

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 13 ต.ค. 54   อ่าน 45118 ครั้ง      คำค้นหา :