ผอ.ยูเนสโกเตือนสติอย่ามุ่งเลิศความรู้ลืมสอนทักษะชีวิต
ผอ.ยูเนสโกเตือนสติอย่ามุ่งเลิศความรู้ลืมสอนทักษะชีวิต
รร.พูลแมน คิงเพาเวอร์ * ยูเนสโกชี้ระบบการศึกษาทั่วโลกมุ่งสร้างเด็กให้เป็นเลิศทางวิชาการ แต่ลืมสอนทักษะการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นโลกถึงยังขาดสันติสุข จี้ทุกชาติให้ความสำคัญสอนทักษะการใช้ชีวิตให้เป็นรูปธรรมด้วย ด้านอดีตเลขาธิการ สพฐ.รับที่ผ่านมาการศึกษาไทยก็มุ่งสอนวิชาการอย่างเดียว แนะเพิ่มเติมการสอนเพื่อรองรับโลกสมัยใหม่ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เครือข่ายเอเชียแปซิฟิกเพื่อการศึกษาและค่านิยมนานาชาติ(Asian- Pacific Network for Internationnal Education and Values, APNIEVE) เพียร์สัน ประเทศไทย และบริษัท เจพี มอร์แกน จัดการประชุมนานาชาติ UNESCO-APEID ครั้งที่ 16 เรื่องหัวใจของการศึกษา : การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน โดย มร.กวาง โจ คิม ผอ.สำนักการศึกษาองค์การยูเนสโก ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ที่ผ่านมาระบบการศึกษาทั่วโลกมุ่งพัฒนาการศึกษาที่ทำให้นักเรียนนักศึกษามีความรู้ ทักษะ อ่าน ออก เขียน คิดเลขเป็น เพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการแต่กลับละเลยการพัฒนาเด็กให้เด็กสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ ทำให้การศึกษาตอนนี้ยึดติดเรื่องการแข่งขันไม่ใส่ใจเรื่องของการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะเรื่องการศึกษากับการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน แม้พูดกันมานาน แต่ที่ผ่านมาเป็นเพียงคำพูด ไม่ได้ลงสู่ทางปฏิบัติ เพราะแต่ละประเทศล้วนมุ่งพัฒนาการศึกษาเพื่อให้เด็กเก่งแข่งขันได้ แต่ไม่ได้สอนการใช้ชีวิตเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นซึ่งแนวทางที่จะพัฒนาการศึกษาเพื่อให้เด็กเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันได้ไม่ใช่เพียงการปรับหลักสูตร แต่ต้องมีกระบวนการที่จะลงลึกไปสู่การปฏิบัติ ลงลึกไปทุกแง่มุมของการศึกษา ทำอย่างไรให้เด็กเยาวชนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นอยู่ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ ผอ.ยูเนสโกประจำเอเชียแปซิฟิกยังกล่าวถึงในส่วนประเทศไทยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญการอยู่ร่วมกัน มีหลักสูตรที่สอนให้เด็กเรียนรู้ความรัก สามัคคี สมานฉันท์ ผสมผสานกับการอยู่ร่วมกัน โดยดูได้จากความหลากหลายทางศาสนา วัฒนธรรม ที่เด็กไทยสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ ดังนั้นหากต้องการเพิ่มเติมทักษะการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นควรนำความหลากหลาย ความเป็นนานาชาติที่เกิดขึ้นในประเทศ มาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เด็กอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. กล่าวว่า ศธ.จะนำผลการประชุมครั้งนี้ไปหาแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อเน้นเรียนรู้ร่วมกันอย่างสันติมากขึ้นซึ่ง ในเร็วๆ นี้ ศธ.จะหารือร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อปรับเพิ่มหลักสูตรด้านประวัติศาสตร์ ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศอาเซียน ทั้งในเรื่องของศาสนาวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความเป็นอยู่ เพราะอนาคตทุกประเทศเชื่อมโยงช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็น.
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ |
|
โพสเมื่อ :
22 พ.ย. 55
อ่าน 1849 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |