ไปดูการปฏิรูปการศึกษา ที่สำเร็จทุกประการ
ไปดูการปฏิรูปการศึกษา ที่สำเร็จทุกประการ
เพชร เหมือนพันธุ์ ตามไปดู โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก เด็กยากจนที่อยู่ภายใต้สภาพความขาดแคลน ที่ปฏิรูปการศึกษาประสบผลสำเร็จ มีพัฒนาการ แบบก้าวกระโดด เด็ก ป.2- ป.3 อ่านออก เขียนได้ 100% ที่โรงเรียนบ้านหนองดินดำ ตำบลกะฮาด อำเภอเนินสง่า สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาชัยภูมิเขต 3 จังหวัดชัยภูมิ ภาพความสำเร็จที่เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ คือ เด็กอ่านออกเขียนได้ 100% เด็กมีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ มีความคิดเชิงวิเคราะห์ รู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบ เด็กมีความเชื่อมั่น เด็กมีความสามารถตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ลบล้างปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ในวงการศึกษาไทยตามข่าวบนหน้าสื่อหนังสือพิมพ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่า มีนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาของประเทศไทยอ่านไม่ออก อ่านเขียนไม่คล่อง ควรปรับปรุงถึง 200,590 คน จน ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต้องประกาศนโยบายว่า ต่อไปนี้ นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ต้องไม่มี จากสภาพเดิม ที่เกือบจะถูกยุบ เมื่อปี พ.ศ.2548 เพราะมีนักเรียนเพียง 38 คน มีครู 3 คน ครูใหญ่ย้ายทุกปี ตั้งอยู่ในหมู่บ้านขนาดเล็ก มีครัวเรือน 70 หลังคาเรือน เด็กในหมู่บ้านบางส่วนนิยมไปเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่กว่าในหมู่บ้านใกล้เคียง คือ ไปเรียนที่โรงเรียนหมู่บ้านตาเนิน และที่โรงเรียนหมู่บ้านกะฮาด ซึ่งมีระยะทาง ห่างออกไปเพียง 2-3 กิโลเมตร สภาพปัจจุบัน... โรงเรียนได้รับความนิยมจากผู้ปกครองในหลายหมู่บ้านและหลายตำบล โดย ผู้ปกครองได้ส่งบุตรหลานให้เดินทางมาเรียนโรงเรียนแห่งนี้ เพราะผลของการจัด การปฏิรูปการศึกษาภายใต้สภาวะที่ขาดแคลนอย่างประสบผลสำเร็จจนเป็นที่ประจักษ์ จนกลายเป็นโรงเรียนยอดนิยม มีเด็กนักเรียนเดินทางไกลข้ามมาจากหลายหมู่บ้าน มีมาจาก 3 ตำบล คือ มาจากตำบลกะฮาด จำนวน 40 คน มาจากตำบลตาเนิน จำนวน 100 คน และมาจากตำบลหนองฉิม จำนวน 25 คน ในปีการศึกษา 2556 นี้ มีนักเรียนทั้งสิ้น 165 คน ปัจจุบัน โรงเรียนมีครู 6 คน มีพนักงานราชการและครูพี่เลี้ยงอย่างละ 1 คน ยังขาดอัตรากำลังครูอยู่อีกถึง 3 อัตรา นายสมชาย ขอสินกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนคนปัจจุบันได้เข้ามาพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้กลยุทธ์ เทคนิคกระบวนการที่เหมาะสม ด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละพร้อมกับคณะครูจำนวน 6 คน จนเกิดผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ ภายใต้ความเชื่อว่า เด็กทุกคนที่เกิดในหมู่บ้านแห่งนี้ต้องได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดจากโรงเรียนแห่งนี้ และเชื่อว่านักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาได้ นักเรียนทุกคนต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากครูในโรงเรียนแห่งนี้อย่างดีที่สุด วิธีเริ่มต้นการพัฒนา เริ่มที่การเรียนการสอนวิชาภาษาไทย สอนให้เด็ก อ่านออก เขียนได้และให้คิดเลขเป็น ผู้บริหารมีความเชื่อมั่นว่าการสอนวิชาภาษาไทยแบบเก่า (แบบสมัยโบราณ หรือแบบ Classic) เป็นการสอนที่ถูกต้อง การสอนแจกรูป สะกดคำ ด้วยหลักการใช้ แม่สะกด 8 แม่ เป็นวิธีการที่จะทำให้เด็กอ่านออก เขียนได้คล่อง ติดตัวไปอย่างยั่งยืน ทางโรงเรียนจึงได้กลับไปหาหนังสือแบบเรียนเร็ว มาให้เด็กได้เรียนได้อ่านเขียน ให้เลิกการสอนแบบให้เด็กอ่านเป็นรายคำ โดยมีลำดับในการสอนดังนี้ ในระดับชั้นอนุบาล (มีอนุบาล 1 และ อนุบาล 2) ให้เรียนคละชั้น ครูประชั้นจะสอนให้เด็กเรียนรู้ตัวพยัญชนะ 44 ตัว ตั้งแต่ ก เอ๋ย ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก ตาโต และให้เด็กได้เรียนรู้สระเดี่ยว เพียง 8 ตัว คือ อะ อา อิ อี อึ อื อุ อู ให้เรียนเพียงแค่นี้ ส่วนในวิชาคณิตศาสตร์ ให้เด็กเขียนเลข 1-20 กิจกรรมก็คือ ให้เด็กได้ฝึกเขียน ฝึกอ่าน ฝึกเปล่งเสียงคำ ท่องจำพยัญชนะ สระ เขียนเส้น เขียนตัวเลข ฝึกลากเส้นให้สวยงาม ให้อ่านให้ท่องจำทุกวัน นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ให้เริ่มฝึกอ่านโดยวิธีการแจกลูก สะกดคำง่าย ๆ เช่น กะ กา กิ กี กึ กื กุ กู หรือ กอ อา กา ขอ อา ขา ตอ อี ตี เป็นต้น การเรียนในสาระวิชาการอื่นไม่เน้นสาระวิชาทั้ง 8 สาระวิชา เด็กเล็กๆ ให้เน้นกิจกรรมการเล่น ให้กล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ได้ออกกำลังกายให้แข็งแรง เน้นทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ในระดับชั้น ป.1-ป.3 ครูจะสอนเน้นการอ่านออก เขียนได้ ครูจะเริ่มสอนการแจกรูป แม่ ก กา ก่อนแล้วจึงสอนสระผสม สอนสะกดคำ สอนผันเสียงวรรณยุกต์ สอนการันต์ สอนคำควบกล้ำ เด็กจะเริ่มฝึกการอ่านแจกรูป ครูจะให้เด็กที่เรียนช้า เด็กที่มีปัญหาทางการเรียน มาอ่านให้ครูประจำชั้นฟังทีละคนในตอนพักเที่ยง ให้เด็กเก่งช่วยเด็กอ่อน ใช้ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน พอถึงชั้น ป.1 เด็กหลายคนก็จะเริ่มอ่านออก เขียนได้ ในตอนเย็นครูจะให้การบ้าน กำหนดให้นักเรียนกลับไปอ่านหนังสือที่บ้านให้พ่อแม่ผู้ปกครองฟัง และให้ช่วยแก้ไข พอถึงชั้น ป.1 จบภาคเรียนที่ 1 เด็กจะอ่านออกเขียนได้ ชั้น ป.2 เด็กจะอ่านคล่องและเขียนได้คล่องทุกคน ป.1 จบภาคเรียนที่ 1 เด็กจะอ่านออกเขียนได้ พอถึงชั้น ป.2 ถึงชั้น ป.3 เด็กสามารถอ่านคำต่างๆ ที่ไม่เคยเรียนมาได้โดยวิธีการสะกดคำ ส่วนเด็กที่มีปัญหา เด็กเรียนช้า เด็กที่ย้ายโรงเรียนมา ก็ให้แยกสอนพิเศษ เป็นรายคน รายกรณี ใช้วิธีให้พี่สอนน้อง เพื่อนสอนเพื่อน ให้มานั่งอ่านให้ครูฟังในตอนกลางวันหรือหลังเลิกเรียน ใช้เวลาสอนใหม่ประมาณ 1-2 เดือนเด็กก็จะอ่านออกเขียนได้ ในระดับชั้น ป.4-ป.6 เด็กก็อ่านคล่องเขียนคล่องทุกคน (100%) ครูจึงได้จัดกิจกรรมการเรียนสาระ วิชาอื่นๆ ให้เรียนมากขึ้น มีรายกิจกรรมการฝึกในภาคสนามให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง ในระดับชั้น ชั้น ป.4 กับชั้น ป.5 ใช้วิธีการสอนแบบคละชั้น เหมือนชั้นอนุบาล 1-2 เพราะครูไม่เพียงพอและห้องเรียนก็ไม่เพียงพอ ในระดับชั้น ป.5-ป.6 เน้นการอ่านคล่อง เขียนคล่อง อ่านจับใจความ เขียนบันทึก เขียนเรียงความ เขียนเชิงสร้างสรรค์ การอ่านแบบคิดวิเคราะห์ สอนเน้นในสาระวิชาที่จะนำไปเรียนในชั้นที่สูงขึ้น เน้นการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเรียน ชั้น ป.6 เป็นนักเรียนชั้นตัวประโยค กำลังจะจบ จะเตรียมตัวไปเรียนต่อหรือไปทำงาน จะมีความคิดว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ มีความเชื่อมั่น ช่วยงานโรงเรียนได้ดี กิจกรรมอื่นๆ มีการจัดตั้งองค์กรนักเรียนเพื่อฝึกนักเรียนได้อยู่ร่วมกับในสังคมประชาธิปไตย ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี ฝึกให้รู้หน้าที่รับผิดชอบ ฝึกพี่ให้ดูแลน้อง เด็กในชั้น ป.5-ป.6 เป็นพี่ต้องช่วยรับผิดชอบกิจการนักเรียน ช่วยจัดอาหารกลางวัน มีการจัดตั้งสภานักเรียน มีประธานนักเรียน มีกรรมการสภานักเรียน แบ่งนักเรียนออกเป็นคณะสี 5 คณะสี โดยแบ่งนักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.6 ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน ให้รุ่นพี่ชั้น ป.6 เป็นหัวหน้ากลุ่มสี โดยวิธีการเลือกตั้ง ให้มีคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ มีครูที่ปรึกษาทุกคณะสี ใช้กิจกรรมคณะสีนี้ทำกิจกรรมอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น การดูแลความสะอาดพื้นที่รับผิดชอบ ความสะอาดห้องน้ำห้องส้วม พื้นที่รับประทานอาหารกลางวัน ที่ล้างจาน รดน้ำต้นไม้ ดูแลแปลงพืชผักสวนครัว ดูแลฟาร์มเป็ดไข่ จำนวน 100 ตัวที่โรงเรียนเลี้ยงไว้ การดูแลโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า ซึ่งนักเรียนจะช่วยกันทำทุกคนทุกวัน การแข่งขันทักษะทางวิชาการและการแข่งขันกีฬา จะทำเป็นฤดู จะทำให้เด็กรู้จักแข่งขัน รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้จักคิดวิเคราะห์ รู้จักคิดสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบ รุ่นพี่เป็นตัวอย่างของรุ่นน้อง รุ่นน้องก็จะให้ความชื่นชมให้ความเคารพรุ่นพี่ ถือรุ่นพี่ที่โดดเด่นเป็นบุคคลตัวอย่าง เป็นไอดอลของเด็กด้วยกัน กิจกรรมออมทรัพย์ในโรงเรียน โรงเรียนจัดตั้งสวัสดิการออมทรัพย์ ทั้งครูและนักเรียนจัดทำบัญชีรับจ่าย ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝึกนิสัยเก็บออมและรู้จักการทำบัญชี เด็กเก่งเพียงสะกดคำเป็นก็จะอ่านได้ ส่วนเด็กอ่อนต้องใช้วิธีการสะกดคำ เทียบคำ หรือ อ่านซ้ำๆ เด็กเรียนช้า เด็กพิเศษ หรือเด็กพิการ (เด็กที่อ่อนมากๆ) ต้องใช้วิธีสอนที่พิเศษ ครูต้องสอนด้วยวิธีที่หลากหลาย มีเทคนิคช่วย ครูต้องแยกตัวมาสอนพิเศษ และต้องสอนให้เด็กเกิดความสนุกกับการเรียน กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนที่โดดเด่น อื่นๆ คือ โรงเรียนมีสระว่ายน้ำ ที่โรงเรียนจัดสร้างด้วยงบประมาณจัดหาเอง ในราคาประหยัด ประมาณ 300,000 บาท มีระบบบริหารจัดการแบบสระว่ายน้ำมาตรฐาน ครูผู้สอนได้ผ่านการอบรมการสอนว่ายน้ำ เด็กทุกคนว่ายน้ำเป็น การเรียนว่ายน้ำมีวิธีการสอนที่ถูกต้อง น้ำในสระใช้น้ำบาดาล มีระบบการเปลี่ยนถ่ายน้ำที่เหมาะสม โรงเรียนมีระบบการจัดตั้งธนาคารออมทรัพย์สวัสดิการ ที่ดำเนินการโดยคณะนักเรียน มีฟาร์มเลี้ยงเป็ดไข่ ที่ดำเนินการโดยนักเรียน มีโครงการอาหารกลางวันที่มีส่วนร่วมของเด็กและผู้ปกครอง มีกิจกรรมเพาะเห็ดนางฟ้า มีระบบการใช้แท็บเล็ต หมุนเวียนให้เด็กทุกคนทุกชั้นทุกระดับได้ใช้เรียนร่วมกัน บางโครงการแม้จะได้ผลตอบแทนเป็นเงินที่ไม่คุ้มกับการลงทุนแต่ก็ต้องทำ เพราะผู้บริหารเชื่อว่า ขาดทุนคือกำไร ตามแนวกระแสพระราชดำริของในหลวง การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือการบริหารจัดการแท็บเล็ตที่ได้รับจัดสรรให้นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนมีวิธีบริหารจัดการโดยให้นักเรียนทุกคนทุกชั้นได้เรียนโดยการหมุนเวียนกันใช้ มีผู้ปกครองบางคนเห็นความสำคัญ ยอมซื้อแท็บเล็ตให้เป็นสมบัติ ส่วนตัวของลูก ครูทุกคนรักโรงเรียน มีจิตวิญญาณของความเป็นครูสูง ใส่ใจลงไปที่เด็ก พัฒนาอย่างมีส่วนร่วมเพื่อเด็กอย่างแท้จริง การพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นมาจาก ใจ ของครู ครูที่นี่ทำงานทุ่มเท มาถึงโรงเรียนแต่เช้า กลับค่ำ เสาร์-อาทิตย์ เด็กบางคนตามไปเรียนกับครูที่บ้าน ครูทุกคนสอนพิเศษให้เด็กฟรี บางครั้งมีเด็กจากโรงเรียนอื่นมาร่วมเรียนด้วย ทุกวันนี้มีผู้บริหารและครูจากโรงเรียนต่างๆ ทั้งจากในจังหวัดและจากต่างจังหวัด มาขอเยี่ยมชม ศึกษาดูงานเป็นจำนวนมาก ทางโรงเรียนจะฝึกให้เด็กเป็นมัคคุเทศก์น้อย ให้การต้อนรับแขก แนะนำโรงเรียนและแนะนำในส่วนที่นักเรียนรับผิดชอบ การเรียนการสอนในรายวิชาที่ขาดครูหรือไม่มีครู ทางโรงเรียนจะใช้สื่อออนไลน์ช่วยสอน เช่น ครูกูเกิล, ครูยูทูบ นักเรียนโรงเรียนนี้แม้จะไม่มีครูสอนวิชานาฏศิลป์แต่เด็กก็ฟ้อนรำได้สวยงาม เพราะเรียนจากครูกูเกิล, เรียนจากครูยูทูบ การเรียนวิชาภาษาอังกฤษก็เช่นเดียวกัน เรียนจากเจ้าของภาษาโดยตรง (Native Speaker) คือเรียนจากครูออนไลน์ โรงเรียนแห่งนี้ กล้าคิดนอกกรอบ กล้าที่จะไม่เห็นด้วยในวิธีการสอนแบบที่ไม่ถูกต้อง กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการสอน กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดกิจกรรมการเรียน กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงปรับหลักสูตรของประเทศ ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน ผลการปฏิรูปการศึกษาสำเร็จทุกประการ จึงเกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งนี้ เหมือนคำพูดของ ท่านพงษ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่กล่าวไว้ว่า ... ทั้งนี้ การยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ สิ่งสำคัญมีอยู่ 2 ส่วน คือ หลักสูตร และคุณภาพผู้สอน ถ้าหลักสูตรดี คุณภาพผู้สอนดี รู้ว่าจะสอนอะไร สอนอย่างไร อยากขอให้เน้นความสำคัญ 2 จุดนี้ เชื่อว่าสามารถไล่ตาม และแซงหน้าประเทศต่างๆ หลายประเทศได้ ท่านผู้ใดอยากไปพิสูจน์ อยากไปดู อยากไปให้กำลังใจครูโรงเรียนชายขอบก็ขอเรียนเชิญ หรือถ้าผู้มีอำนาจจะให้เกียรติคนทำงาน ก็ให้เชิญ ผอ.สมชาย ขอสินกลาง มาร่วมเป็นกรรมการปฏิรูปการศึกษาของชาติก็น่าจะแก้ไขปัญหาการศึกษาของชาติได้
--มติชน ฉบับวันที่ 11 ธ.ค. 2556 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
11 ธ.ค. 56
อ่าน 1956 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |