พัฒนาคุณภาพครู - สร้างเครือข่ายร.ร. กุญแจพัฒนาการศึกษา 3 จังหวัดใต้
พัฒนาคุณภาพครู - สร้างเครือข่ายร.ร. กุญแจพัฒนาการศึกษา 3 จังหวัดใต้
ธรรมรัช กิจฉลอง รายงาน
แม้เสียงปืนยังกึกก้อง ไปยังลุกโชนอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยะลาปัตตานีและนราธิวาส แต่ การศึกษาภาคใต้ ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ล่าสุด มีผลวิจัยการศึกษาภาคใต้ในโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ดร.รุ่ง แก้วแดง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง และงานอภิปรายผลโครงการโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ ดร.รุ่ง เล่าถึงการวิจัยครั้งนี้ว่า ใช้เวลาทำวิจัยตั้งแต่ปี 2550-2553 รวมเวลา 3 ปีครึ่งโดยการศึกษาในเรื่องของรูปแบบการปฏิรูปการเรียนรู้ การประกันคุณภาพภายใน การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานและความร่วมมือทางการศึกษาในลักษระกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นโรงเรยนประถมและมัธยม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โรงเรียนเอกชนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 9 เขตพื้นที่การศึกษาใน จ.ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส แบ่งเป็นเขตละ 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5-7 โรงเรียน 18 กลุ่มเครือข่าย รวมทั้งสิ้น 119 แห่ง จากผลวิจัยนี้พบว่า ผลประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ.ทั้ง 2 รอบและผลการทดสอบทางการศึกษาขึ้นพื้นฐานแห่งชาติ โรงเรยน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยภาพรวมนั้นโรงเรียนใน จ.ยะลา มีคุณภาพต่ำมากที่สุด ยังไม่รู้สาเหตุชัดเจนอาจจะเพราะโรงเรียนอยู่ในพื้นที่หุบเขาและมีโรงเรียนมัธยมขนาดเล็ก 8 แห่งแต่ผ่านประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ.เพียง 1 แห่ง ขณะที่โรงเรียนอีก 7 แห่งไม่ผ่านประเมินทั้งที่มีครูอันดับ คศ.3 อยู่เกือบ 80% อย่างไรก็ตาม ผลประเมินรอบ 2 ของ สมศ.ชี้ว่าโรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถพัฒนาขึ้นมามีคุณภาพใกล้เคียงมาตรฐานระดับประเทศได้โดยการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน การประกันคุณภาพภายใน การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน และการทำงานแบบเครือข่ายกัลยาณมิตรในลักษณะกลุ่มโรงเรียนทั้งการวางแผนพัฒนาการศึกษา ประเมินผลและนิเทศร่วมกัน ผลวิจัยพบปัญหาการพัฒนาครูไปไม่ถึงโรงเรียน ครูภาคใต้บางส่วนจ้างทำผลงานวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะเป็น คศ.3 คนละ 3 แสนบาท แต่โรงเรียนที่มีครูเป็น คศ.3 ทั้งโรงเรียนกลับไม่ผ่านประเมิน สมศ.โรงเรียนบางส่วนไม่ได้ทำประกันคุณภาพภายใน ศธ.ต้องนำผลประเมินของสมศ.และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปใช้ทำแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน เร่งให้ครู ผู้บริหารเรียนรู้และลงมือปฏิรูปการศึกษาให้ถึงโรงเรียนและนักเรียน ส่งเสริมให้โรงเรียนทำประกันคุณภาพภายใน อีกทั้ง ศธ.ต้องเลิกอบรมครูตามโรงแรมไปอบรมครูที่โรงเรียนแทน ตั้งกลุ่มเครือข่ายกัลยาณมิตรที่มีโรงเรียนหลายสังกัด และส่งเสริมการใช้กระบวนการจัดการความรู้ (เคเอ็ม) ในสถานศึกษาใช้เว็บบล็อกและระบบไอที ดึงคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาภาคใต้ ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ.สมศ.ระบุการประมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาขึ้นพื้นฐานรอบแรกมีโรงเรียนผ่านประเมิน 34% รอบสอง 82% แต่ที่น่าห่วงผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (จีแพ็กซ์) ของนักเรียนทั่วประเทศตอนนี้ 3 กว่า ใกล้ 4.00 แล้ว ซึ่งได้บอกนายกรัฐมนตรีไปแล้วและผลประเมินคุณภาพครูและผู้บริหารอยู่ระดับดี แต่คุณภาพนักเรียนตกต่ำ ดังนั้นการประเมินรอบสามทั้งสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษาและอุดมศึกษารวมกว่า 6 หมื่นแห่งตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554-2558 จะมุ่งนำผลประเมินมาพัฒนาโดยเฉพาะสถานศึกษาในภาคใต้ โรงเรียนที่ตกประเมินรอบสองนั้นจะใช้วิธี 1 ช่วย 9 ห่วงโซ่คุณภาพ คือ การให้โรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่ผ่านมาประเมินระดับดีมากเป็นพี่เลี้ยงเข้าไปช่วยพัฒนาคุณภาพโรงเรียนที่ไม่ผ่านประเมิน ผอ.สมศ.แจกแจง ดร.สุวัฒน์ เงินฉ่ำ กรรมการสภาการศึกษา เสนอแนะให้ สมศ.ร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดสถานศึกษา เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกันทำประกันคุณภาพภายในโดยทดลองกับโรงเรียนในบางเขตพื้นที่การศกึโดยนำผลวิจัยของ ดร.รุ่งมาเป็นแนวทางดำเนินการเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานต้นสังกัดสนใจการทำประกันคุณภาพภายในและเกิดการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนอย่างแท้จริง รศ.ดร.อุทัย บุญประเสริฐ ผอ.หลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการจัดการศึกษา ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เห็นว่า การพัฒนาการศกึษาไม่ไปด้วยกันทั้งระบบเพราะผู้บริหาร ศธ.และโรงเรียนบริหารราชการการศึกษามากกว่าบริหารการศึกษาและถนัดบริหารงบประมาณและบุคลากรแต่ไม่ถนัดบริหารงานวิชาการ ที่น่าห่วงไทยสูญเสียเด็กอัจฉริยะด้านวิทย์ คณิตปีละ 3 ล้านคนเพราะไม่รู้จักดูแลและพัฒนา เนื่องจากมีครูและผู้บริหารไม่เหมาะกับเด็กอายุ 12-15 ปี แต่มีผู้บริหารเหมาะกับเด็ก มัธยมปลาย มีโรงเรียนเปิด มัธยมต้น และมัธยมปลาย ไม่มีโรงเรียน มัธยมต้นโดยเฉพาะ อยากให้แยกเป็นโรงเรียนประถม มัธยมต้นและมัธยมปลาย และจะทำวิจัยกับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทำไมไม่ชอบเรียนวิทย์ คณิต การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนอยากให้ใช้วิธีเดียวกับนิวซีแลนด์ที่ให้สถาบันอุดมศึกษาทำสัญญากับ ศธ.3 ปีเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพโรงเรียนให้ผ่านประเมินและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น รศ.ดร.อุทัย กล่าวทิ้งท้าย
โรงเรียนที่ตกประมินรอบสองนั้น จะใช้วิธี 1 ช่วย 9 ห่วงโซ่คุณภาพ คือ การให้โรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่ผ่านประเมินระดับดีมากเป็นพี่เลี้ยงเข้าไปช่วยพัฒนาคุณภาพโรงเรียนที่ไม่ผ่านประเมิน
ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก |
|
โพสเมื่อ :
28 ธ.ค. 53
อ่าน 10517 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |