|
ยุบกยศ.ตั้งกรอ.ประชานิยมฟรีดบ. วรวัจน์ เตรียมยุบ กยศ. ตั้ง กรอ. เป็นกองทุนใหม่ ยึดหลักประชานิยมไม่มีดอกเบี้ย ปล่อยกู้เฉพาะสาขาวิชาที่จบมาแล้วมีงานทำเท่านั้น ส่วนลูกหนี้เก่า กยศ.ที่ยังเบี้ยวหนี้อยู่ เปิดโอกาสให้พักชำระหนี้ ขณะที่ อภิชาติ ชี้ กรอ.มีผลดีต่อชนชั้นกลาง เพราะกู้เรียนได้ตั้งแต่ระดับม.ปลาย-มหา'ลัย ด้าน อาจารย์สมพงษ์ เห็นด้วยยุบ กยศ.เพราะปล่อยกู้สะเปะสะปะเกินไป แต่ควรจะรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายก่อนเปรื่อง แนะให้คำนึงถึงเด็กจนด้วย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เคยประชุมร่วมกับกระทรวงการคลัง ซึ่งดูแลกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และผู้บริหารของ ศธ. เพราะขณะนี้รัฐบาลเตรียมยุติกองทุน กยศ.ให้เป็นกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) สาเหตุเพราะเล็งเห็นว่า กองทุน กยศ.มีปัญหาในการดำเนินการมาก โดยเฉพาะปัญหาการฟ้องร้องลูกหนี้ที่ไม่จ่ายเงิน เนื่องจากหลักเกณฑ์ของ กยศ.ได้กำหนดช่วงเวลาชำระคืนหนี้ไว้แค่ 2 ปี หลังจากนั้นไม่ว่าจะมีงานทำหรือไม่ จนทำให้ผู้กู้บางรายไม่สามารถจะชำระหนี้ได้จริงๆ ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องยุติกองทุน กยศ.พร้อมประกาศพักหนี้ กยศ.เพื่อให้ทาง กยศ.ชะลอการดำเนินคดีฟ้องร้องกับลูกหนี้ หลังจากนี้การปล่อยกู้เพื่อการศึกษาจะดำเนินการผ่านกองทุน กรอ.แทน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นก็มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อเตรียมจัดทำรายละเอียดของกองทุน กรอ.ใหม่ก่อน ผมได้ให้นโยบายของกองทุน กรอ.รอบใหม่ไปว่า กรอ.จะต้องปล่อยกู้ในวงเงินที่เพียงพออย่างแท้จริง รวมถึงจะไม่มีการคิดดอกเบี้ยกับผู้กู้และไม่มีการปรับเงินต้นขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อร้อยละ 3 เหมือนในอดีต ดังนั้น ผู้กู้ กรอ.กู้ไปเท่าไรก็ใช้เงินคืนเท่านั้น และนอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขให้ผู้กู้ชำระเงินคืนเมื่อมีรายได้ 16,000 บาทขึ้นไป อย่างไรก็ตาม กรอ.จะเน้นปล่อยกู้ในสาขาวิชาที่จบแล้วมีงานทำเท่านั้น เพราะผู้กู้จบมามีงานทำก็สามารถใช้หนี้ได้ เพราะฉะนั้นสาขาวิชาใดที่จบแล้วไม่มีงานทำ กรอ.ก็จะไม่พิจารณาปล่อยกู้ให้ นายวรวัจน์กล่าว และว่า ตนได้มอบให้ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ไปช่วยดูในรายละเอียดต่างๆ ว่าจะดำเนินการอย่างไร เช่น กำหนดสาขาวิชาที่จะให้กู้ โดยดูจากศักยภาพการผลิตบัณฑิตว่าจบมาแล้วสามารถทำงานได้เลย ความเพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เป็นต้น ซึ่งเบื้องต้นก็คาดว่า กรอ.จะสามารถใช้ได้ปีการศึกษา 2555 ขณะที่นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ข้อแตกต่างระหว่างกองทุน กยศ.และ กรอ.นั้น กยศ.จะเน้นการปล่อยกู้ให้กับผู้ด้อยโอกาส ที่ครอบครัวมีรายได้ต่ำกว่า 2 แสนบาทต่อปี เพื่อให้มีโอกาสเรียนต่อ โดยปล่อยกู้ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงอุดมศึกษา ซึ่งคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 และเมื่อครบกำหนด 2 ปีต้องใช้หนี้คืนทันที แต่ส่วนหลักการของ กรอ.นั้น จะยึดหลักการให้เด็กทุกฐานะที่ประสงค์จะกู้เงินมีสิทธิ์กู้เงินเรียนได้ ส่วนการผ่อนชำระหนี้คืนจะสัมพันธ์กับการมีงานทำ เมื่อใดก็ตามที่ผู้กู้มีรายได้ต่อเดือนตามเกณฑ์จึงค่อยผ่อนชำระเงิน ทั้งนี้ การปรับมาเป็น กรอ.จะเป็นผลดีต่อชนชั้นกลาง อาทิ ครอบครัวข้าราชการ ที่บางครอบครัวที่มีรายได้รวมกันเกิน 2 แสนบาทต่อปี แต่มีลูกหลายคนก็ไม่สามารถส่งลูกเรียนไหว และไม่สามารถกู้ กยศ.ได้ อย่างไรก็ตาม รมว.ศธ.ได้ให้นโยบายว่า กรอ.ใหม่จะต้องปล่อยกู้ในระดับ ม.ปลายด้วย จากเดิมปล่อยกู้เพียงระดับอุดมศึกษาอย่างเดียว ด้าน รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปฏิรูป กยศ. เพราะ กยศ.มีปัญหาในการดำเนินการมาก เพราะปล่อยกู้สะเปะสะปะจนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์มีการเอาเงินกู้มาใช้ประโยชน์ และยังนำไปสู่การโฆษณาชวนเชื่อให้เข้าเรียนในบาง สถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ก่อนปฏิรูป กยศ.อยากให้รับฟังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน เพื่อให้การปฏิรูปมีความรัดกุม ไม่ใช่สักแต่คิดจะเข้ามารื้อนโยบายเก่าที่รัฐบาลเดิมทำไว้แบบเหวี่ยงแห ส่วนการพักหนี้อยากให้ดูให้รอบคอบกว่านี้ มิฉะนั้นแทนที่จะแก้ปัญหาจะกลายเป็นการเพิ่มปัญหา ลองไปคัดกรองดูว่ากลุ่มที่เบี้ยวหนี้เป็นผู้ที่มีงานทำแล้วหรือยังไม่มี ถ้าเป็นกลุ่มที่ยังไม่มีงานทำสมควรจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลุ่มที่มีงานทำแล้วเบี้ยวหนี้นั้น การไปพักหนี้ให้จะกลายเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษารู้จักการซิกแซกการโกงในระบบ รศ.ดร.สมพงษ์กล่าว รศ.ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร (มรภ.) และในฐานะที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับหลักการของ กรอ.ที่จะปล่อยกู้เฉพาะในสาขาวิชาที่จบมาแล้วมีงานทำเท่านั้นทั้งนี้ รัฐบาลก็ต้องพิจารณาช่วย เหลือคนจนด้วย ไม่ใช่กำหนดปล่อยกู้เฉพาะสาขาวิชาที่ขาดแคลนเท่านั้น สำหรับการกำหนดสาชาวิชาที่จบมาแล้วมีงานทำ รัฐบาลก็ต้องไปผูกติดกับการเปิดประชาคมอาเซียนปีพ.ศ.2558 ด้วย เพราะต้องคำนึงถึงบุคลากรของประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ที่จะเข้ามาแย่งอาชีพเราเหมือนกัน.
ที่มา: http://www.thaipost.net |
| โพสเมื่อ : 22 ส.ค. 54 อ่าน 61285 ครั้ง คำค้นหา : |