รัฐชงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติปั้นแรงงานตอบโจทย์ความต้องการตลาดยกระดับมาตรฐานฝีมือคนไทย




      

รัฐชงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติปั้นแรงงานตอบโจทย์ความต้องการตลาดยกระดับมาตรฐานฝีมือคนไทย

 

          โพสต์ทูเดย์ศึกษาฯ เร่งดันกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ ปั้นคนตรงความต้องการตลาด
          นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)เร่งจัดทำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ สู่การปฏิบัติตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เพื่อกำหนดสิ่งที่ต้องการพัฒนา ทั้งด้านคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา เพื่อให้สามารถผลิตบัณฑิตได้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งจำเป็นต้องทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิด
          เบื้องต้นกำหนดการจัดทำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ สู่การปฏิบัติไว้ 3 แนวทางคือ 1.เชื่อมโยงกับภาคแรงงานเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและมาตรฐานตรงตามที่ตลาดต้องการ 2.กรอบคุณวุฒิแห่งชาติต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างทั่วถึง โดยการเปิดช่องให้ผู้ที่มีประสบการณ์ ผู้บริหารในสาขาอาชีพต่างๆ แต่ไม่จบปริญญา สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาในระดับปริญญาโท-เอกได้ และ 3.ในส่วนของภาคแรงงาน ต้องมีมาตรฐานฝีมือแรงงานเทียบเคียงในภาคการศึกษาได้
          การขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติเอื้อต่อการเตรียมพร้อมประชาชน เพราะเป็นการกำหนดว่าประเทศไทยอยู่ลำดับไหน ทำอย่างไรให้แรงงานไทยมีคุณวุฒิตามที่ต้องการของนายจ้างทั้งในไทยและอาเซียน
          ด้านนายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวถึงการพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานที่สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ว่า กรมพัฒนาฯ ได้กำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานไว้ 220 มาตรฐาน แต่พบว่ามีผู้มาทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานเพียง 20 มาตรฐานเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทำให้คนไม่รู้ข้อมูล หรืออาจไม่ได้มาตรฐานตามที่ตลาดแรงงานต้องการ ดังนั้นจึงสั่งให้ปรับปรุงมาตรฐานให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน
          นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงกฎหมายที่กำหนดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอาทิ ผู้ขับขี่รถบรรทุก เนื่องจากเส้นทางคมนาคมในอนาคตจะเชื่อมโยงประเทศกลุ่มอาเซียนเข้าด้วยกันรวมทั้งช่างฝีมือ ซึ่งต่างประเทศกำหนดว่าต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพช่างไฟฟ้า เป็นต้น
          ทั้งนี้ กรมพัฒนาฯ พร้อมเป็นภาคีเครือข่ายกับ สกศ. เพื่อผลักดันกรอบคุณวุฒิแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ โดยกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) มีหน้าที่ให้ความรู้ด้านทฤษฎีแก่แรงงาน ส่วนกรมพัฒนาฯ มีหน้าที่เพิ่มทักษะด้านวิชาชีพในโลกการทำงาน ซึ่งต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้แรงงานมีความรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ

          ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์



โพสเมื่อ : 28 ก.พ. 56   อ่าน 1751 ครั้ง      คำค้นหา :