ปฏิรูปการอาชีวศึกษา : สร้างสัมมาอาชีวะพัฒนาประเทศไทย




      

ปฏิรูปการอาชีวศึกษา : สร้างสัมมาอาชีวะพัฒนาประเทศไทย

          ในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง(พ.ศ.2552-2561) มีการพัฒนาการอาชีวศึกษา เป็น 1 ใน 7 ประเด็นหลักของการพัฒนาการศึกษาไทย เพื่อทำให้การอาชีวศึกษามีเอกลักษณ์ (uniqueness) ของการศึกษาสายอาชีพที่มุ่งสร้างสัมมา อาชีวะ ให้แก่เยาวชนของประเทศและผลิตกำลังคนที่มีความเป็น เฉพาะทางการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง จึงมีคณะอนุกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษา (กนป.) ด้านการพัฒนาการอาชีวศึกษา ที่มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์เป็นประธาน กนป.ด้านการพัฒนาการอาชีวศึกษา และดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เป็นอนุกรรมการ และเลขานุการกนป.ด้านการพัฒนาการอาชีวศึกษา
          แม้ว่าคณะอนุกรรมการ กนป.ด้านการพัฒนาการอาชีวศึกษา จะเกิดช้ากว่าคณะอนุกรรมการคณะอื่น ๆถึง 6 เดือน แต่สามารถนำเสนอร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาด้านการพัฒนาการอาชีวศึกษาต่อที่ประชุมกนป.ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2554 ภายหลังจากได้รับการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพียง 3 เดือน โดยร่างนโยบายและยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจาก กนป.ทันที หลังจาก กนป.ให้ความเห็นชอบในร่างนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการอาชีวศึกษาแล้วสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะเดินหน้าสานต่อด้วยการกำหนดกลไกขับเคลื่อนทันที โดยธงสำคัญของการปฏิรูปการอาชีวศึกษาที่ตั้งไว้ คือการปรับสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญ ให้เป็น60:40  ตามความต้องการของประเทศซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่ เพราะปัจจุบัน ตัวเลขอยู่ที่ 40:60 จึงเป็นการพลิกขั้วการเลือกเรียนต่อของนักเรียน ชั้น ม.3ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของ การปฏิรูปการอาชีวศึกษา
          สำหรับกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการอาชีวศึกษา มี 4 ด้าน ได้แก่ (1)การมุ่งสร้าง/ผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการของตลาด โดยเน้นการพัฒนาผู้เรียนทั้งในและนอกระบบการศึกษารวมถึงประชาชนทั่วไปในทุกมิติให้สัมพันธ์กับความต้องการของตลาดแรงงาน การสร้างโอกาสการเรียนต่ออาชีวศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สนับสนุนให้ผู้เรียนที่จบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.)เรียนต่อระดับ
          ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ในระบบทวิภาคี นอกจากนี้ต้องเตรียมความพร้อมผู้เรียนในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในระดับสากลเร่งปรับภาพลักษณ์ ทัศนคติ ค่านิยมและสร้างการยอมรับของสังคมที่มีต่อการเรียนสายอาชีพ ด้วยกระบวนการเชิงคุณภาพ(2) พัฒนาครูยุคใหม่ ครูพันธุ์ใหม่และครูสาขาขาดแคลน โดยการกำหนดมาตรฐานครูอาชีวศึกษา พัฒนาระบบเครือข่ายการนิเทศ ติดตามประเมินผล สร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพ สร้างแรงจูงให้คนเก่งและมีใจรักการเป็นครู ผู้มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถในสาขาอาชีพต่างๆ มาเป็นครู
          (3) พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ใหม่ ซึ่งจะต้องสร้างเอกภาพการอาชีวศึกษาของไทยโดยการรวมการกำกับดูแลอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชนเข้าด้วยกัน เพื่อมุ่งสู่การจัดอาชีวศึกษาด้วยมาตรฐานที่ทัดเทียม ยกระดับมาตรฐานสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาในทุกระดับ เพิ่มศักยภาพของสถานศึกษาอาชีวะ และสถานประกอบการเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้วิชาชีพ
          (4) การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ โดยจะมีการจัดทำ School Mapping/ Skill Mapping เพื่อกำหนดนโยบายและผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับภาค
          อุตสาหกรรม เกษตร และบริการ จัดโครงสร้าง
          หลักสูตรการเรียน การสอน แบบฐานสมรรถนะ
          และการประเมินผลสำเร็จจากสมรรถนะ
          เพื่อผลิตกำลังคนให้ได้คุณภาพ มาตรฐานตามที่ต้องการ จัดระบบการคาดการณ์และการวางแผนความต้องการกำลังคนร่วมกันระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านกำลังคนอย่างเป็นรูปธรรม
          เชื่อมั่นว่าการกำหนดแนวทางการปฏิรูปการอาชีวศึกษาดังกล่าว จะนำไปสู่การสร้างคนอาชีวะที่ตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 16 มิ.ย. 54   อ่าน 75346 ครั้ง      คำค้นหา :