ปลุกศธ.รีบคว้าโอกาสเลื่อนเปิดเออีซีชี้ถ้าอืดอาดก็น่าเสียดาย/ภาพการศึกษาไทยแย่แม้แต่ลาวยังห้ามนศ.มาเร
ปลุกศธ.รีบคว้าโอกาสเลื่อนเปิดเออีซีชี้ถ้าอืดอาดก็น่าเสียดาย/ภาพการศึกษาไทยแย่แม้แต่ลาวยังห้ามนศ.มาเรียน
กรุงเทพฯ * สมพงษ์ เห็นด้วยเลื่อนเปิดอาเซียนแต่ ศธ.ต้องใช้โอกาสขยายเวลานี้ให้เป็นประโยชน์ ชี้หากยังทำงานอืดอาด ขยายเวลาไปก็ไร้ประโยชน์ จี้ส่วนกลางต้องมีแผนปฏิบัติชัดเจน ว่าโรงเรียนจะเตรียม จะมีความพร้อมอย่างไร หลังพบประเทศลาวก้าวหน้าไปมาก ขณะที่ไทยยังล้าหลัง เผยลาวห้าม นศ.มาเรียนที่ไทย เหตุไทยเน้นเรียนเพื่อเอาปริญญามากเกินไป และการจัดการศึกษาก็ยังมีปัญหา รศ.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตนเห็นด้วยกับการเลื่อนเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ไปอีก 1 ปี เนื่องจากหากยังคงกำหนดการเดิม การศึกษาไทยคงเตรียมตัวไม่ทันแน่นอน ทั้งนี้ เมื่อระยะเวลาได้ขยายไปแล้วก็ฝากให้ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการได้กระตือรือร้นเร่งเตรียมพร้อมด้วย ไม่ใช่ปฏิบัติงานเช่นเดิม มิฉะนั้นโอกาสนี้ก็จะไม่เป็นประโยชน์ใดๆ อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบประเทศสมาชิกในด้านความพร้อมด้านการศึกษาเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะพบว่าไทยยังล้าหลังหลายประเทศ อาทิ ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ลาว ยกตัวอย่างประเทศลาว ถือว่ามีความพร้อมด้านการศึกษาเป็นอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ เนื่องจากการเรียนการสอนเน้นการเรียนสายอาชีพ เรียนจบไปแล้วมีงานทำ นอกจากนี้ยังทราบว่าประเทศลาวยังห้ามไม่ให้นักเรียนนักศึกษามาเรียนปริญญาบัตรที่ไทย เพราะเรามีค่านิยมเรียนปริญญาบัตร ขณะที่คุณภาพการจัดการเรียนการสอนก็ยังมีปัญหาหลายอย่าง หากเทียบความพร้อมด้านการศึกษาไทยต่อประเทศสมาชิกอาเซียนนั้น เราอยู่ในลำดับที่ 5 หรือที่ 6 จาก 10 ประเทศ ฉะนั้นการเลื่อนเปิดเออีซีดังกล่าวจะเป็นเรื่องดีสำหรับเราอย่างไรก็ตาม ความอืดอาดยืดยาดการเตรียมพร้อมอาเซียนที่ผ่านมา เป็นความอืดอาดทั้งระบบ ไม่สามารถระบุเป็นรายหน่วยงานได้ สาเหตุมาจากส่วนกลางที่มีแต่หลักการ ไม่มีแนวทางปฏิบัติไว้สั่งการที่ชัดเจน ขณะที่ส่วนภูมิภาค ทั้งครูและนักเรียนมีความตั้งใจเรียนรู้เรื่องอาเซียนอยู่แล้วทั้งนี้ คิดว่าหากจะขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมและเดินหน้าให้จริงจังนั้น ศธ.คงต้องตั้งหน่วยงานกลาง และมอบอำนาจให้ดูแลการเรียนรู้เรื่องอาเซียนของการศึกษาทุกระดับ พร้อมควรกำหนดกรอบเวลาการปฏิบัติงานระดับ พร้อมควรกำหนดกรอบเวลาการปฏิบัติงานให้เป็นรูปธรรมด้วย รศ.สมพงษ์กล่าว ด้าน ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานที่ประ ชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า แม้จะมีการเลื่อนกำหนดการเข้าสู่อาเซียน แต่ ทปอ.ยังคงยืนยันเลื่อนกำหนดเปิดปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยเป็นตามที่ประกาศไว้ คือ ภาคเรียนที่ 1 ตั้งแต่เดือน ส.ค.-ธ.ค. และภาคเรียนที่ 2 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. ซึ่งจะเริ่มปีการศึกษา 2557 ทั้งนี้ การเลื่อนเปิดเทอมให้ตรงกับสากลนั้นเพื่อประโยชน์แก่นักศึกษาไม่ใช่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับมหาวิทยาลัย ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อาจเลื่อนเปิดเทอมออกไป 20 วัน ตามข้อเสนอร่วมกันระหว่าง สพฐ. และครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่จบชั้นปีที่ 4 สามารถเข้าฝึกสอนใน ร.ร.ได้ทันเวลานั้น ตนมองว่าการเลื่อนเปิดเทอมไป 20 วันก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ซึ่ง ทปอ.ได้เคยหารือกับทางคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ ว่าอาจจะให้นักศึกษาจากครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ไปฝึกสอนเมื่อจบชั้นปี 2 หรือ 3 แทน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเวลาได้ อย่างไรก็ตาม ทปอ.ไม่ต้องการให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ.เลื่อนมาเปิดเทอมตรงกับทปอ. เพราะอยากให้นักเรียนที่จบการศึกษาและผ่านกระบวนการสอบระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิชชั่นกลาง ได้มีเวลาในการเตรียมตัว ก่อนเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ.ได้หารือกันแล้วว่า ในช่วงเวลารอยต่อประมาณ 4-5 เดือน ซึ่งนักศึกษาใหม่ต้องรอมหาวิทยาลัยเปิดเทอมกลางเดือน ส.ค.2556 นั้น มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวสอนปรับพื้นฐานให้กับนักเรียน พอถึงเวลาเปิดเทอมเด็กก็จะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเต็มตัว เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เตรียมจะสอนภาษาอังกฤษ สอนวิชาพื้นฐาน รวมถึงการแนะนำมหาวิทยาลัย เป็นต้น ตรงนี้เพื่อให้นักศึกษาไม่รู้สึกเคว้งคว้างและเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์.
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ |
|
โพสเมื่อ :
21 พ.ย. 55
อ่าน 1907 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |