อาชีวศึกษา กับการประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ 10 ของ UNESCO(10 th Meeting of the




      

อาชีวศึกษา กับการประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ 10 ของ UNESCO(10 th Meeting of the High Level Group on Education for All หรือ EFA)

          จากเวทีการประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชนครั้งที่ 10 (10  Meeting of the High Level Group on th Education for All หรือ EFA) ซึ่ง ประเทศไทย โดยกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับองค์การยูเนสโก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคม 2554 ณ โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท จอมเทียนพัทยา จ.ชลบุรี
          นำไปสู่แถลงการณ์จอมเทียน ที่ชาติสมาชิกจาก 34 ประเทศ ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ ในการดำเนินงานเพื่อให้การศึกษาเพื่อปวงชนบรรลุเป้าหมาย ในปี พ.ศ.2558 อันประกอบด้วยการดูแลและการศึกษาปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะชีวิต การรู้หนังสือ ความเท่าเทียมกันด้านการศึกษาระหว่างชายหญิง และการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตลอดจนข้อเรียกร้องให้ชาติสมาชิกเหล่านั้น จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษา อย่างน้อยร้อยละ 15-20% ของงบประมาณประเทศเพื่อให้ การศึกษา ผลักดันไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพชีวิต ของพลเมือง อย่างไรก็ดี ในเวทีนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจ และได้รับการขานรับจากสมาชิก EFA เป็นอย่างมาก นั้นคือการส่งเสริมการอาชีว
          การส่งเสริมการอาชีวศึกษา ให้เป็นเครื่องมือหนึ่งของการศึกษาเพื่อปวงชน
          ...ทุกประเทศมีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะปรับปรุงคุณภาพทางการศึกษา เพื่อไม่ให้เด็กนักเรียนต้องออกจากระบบทุกรัฐบาล มุ่งหมายที่จะให้นักเรียนมีทักษะและสมรรถนะที่เหมาะสม พวกเราเห็นพ้องกันว่า การอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม จะต้องได้รับความสำคัญยิ่งขึ้น...
          นางอิรินา โบโกว่า ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก กล่าวตอนหนึ่งในพิธีเปิดการประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชนครั้งที่ 10
          ทั้งนี้ประเด็นการอาชีวศึกษา กับการศึกษาเพื่อปวงชนยังถูกหยิบนำขึ้นมาหารือในเวทีย่อยการประชุมวิชาการสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง (Technical Meeting for Senior Ofcial)อีกด้วย
          ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวถึงความสำคัญในจุดนี้ว่า ...การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองของไทย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการอาชีวศึกษาอย่างมาก โดยการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อทบทวนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ การจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ต่อเนื่อง 10 ปีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ให้มากกว่าสายสามัญศึกษาในอัตราส่วน 60:40  โดยเน้นการจัดการศึกษาเพื่อสร้างทักษะอาชีพให้กับคนทุกกลุ่ม ทั้งในระบบและนอกระบบ รวมทั้งประชาชนในโลกแห่งการทำงาน
          ทั้งนี้ ชาติสมาชิกต่างให้ความสนใจและตระหนักถึงความสำคัญของการอาชีวศึกษา เพื่อเป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งในการขจัดความยากจน ตามเป้าหมายของการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ และสอดคล้องกับแนวทาง การดำเนินงานร่วมกันของยูเนสโกและองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และชื่นชมการดำเนินงานของประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อสนับสนุนให้มีการกำหนดสมรรถนะวิชาชีพให้การรับรองหน่วยงานที่ให้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ตลอดจนการเพิ่มทักษะและความสามารถในการแข่งขันของการเป็นการเพิ่มทักษะและความสามารถในการแข่งขันของการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายกำลังคนในภูมิภาค และการเปิดเสรีการค้าและบริการในอนาคตอันใกล้นี้...
          ในคราวเดียวกันนี้ คณะผู้นำจากชาติสมาชิก ยังให้ความสนใจลงพื้นที่ศึกษาดูงาน การอาชีวศึกษา กับการศึกษาเพื่อปวงชนในประเทศไทย ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี ซึ่งทางวิทยาลัย ได้จัดแสดงผลงานเด่นๆ 5 เรื่อง ได้แก่
          (1)การปลูกพืชไม่ใช้ดิน ซึ่งสามารถสร้างรายได้เดือนละประมาณ 20,000 บาท โดยต้นทุนเพียง 4,500 บาท ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของคนในท้องถิ่นครัวเรือนละประมาณ20,000 บาท(2) การสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คัดเลือกเกษตรกรที่มีรายได้น้อยและไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน มาฝึกอบรมและปฏิบัติเป็นเวลา 3 เดือน โดยใช้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาวิถีชีวิตและเพิ่มรายได้ หลังเสร็จสิ้นการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรอง และนำความรู้ที่ได้รับในการประกอบอาชีพ(3) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีการทำวิจัยม้าน้ำ ดอกไม้ทะเลปลาหางนกยูง เพื่อรักษาทรัพยากรทางทะเลและเพิ่มสินค้าเศรษฐกิจ(4) การเพาะเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งนักศึกษาที่สำเร็จจากวิทยาลัยนี้เป็นที่ต้องการของทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในท้องถิ่น และได้งานทำ 100%และ (5) เศรษฐกิจพอพียง เป็นการสาธิตการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อการเลี้ยงสัตว์ ปลูกข้าวทำสวนและอยู่อาศัย ซึ่งเหมาะสำหรับชุมชนชนบทในประเทศไทยที่ประชาชนมีรายได้น้อย ...เป็นตัวอย่างความสำเร็จของ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ทำให้ประชาคมโลกประจักษ์ว่าการอาชีวศึกษาเป็นการศึกษาสำหรับปวงชน ที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตพลเมืองคุณภาพ ทั้งในมิติด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
          และนับจากนี้ถึง ปี พ.ศ.2558...คือความท้าทายของชาติสมาชิก EFA ทั้ง 34 ประเทศ ที่จะร่วมกันขับเคลื่อน การอาชีวศึกษา ไปสู่เป้าหมาย การศึกษาเพื่อปวงชน

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 08 เม.ย. 54   อ่าน 44221 ครั้ง      คำค้นหา :