สพฐ.กำหนดเขตพื้นที่ฯต้องเฝ้าระวัง
สพฐ.กำหนดเขตพื้นที่ฯต้องเฝ้าระวัง
เกลี่ยเด็กล้น-รับเข้าเรียนปีการศึกษา54 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม นายชินภัทร ภูมิรัตนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ได้หารือนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัด สพฐ.ปีการศึกษา 2554 ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อาทิ การรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะมีการควบคุมจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนไม่ให้เกิน 50 คนต่อห้อง, กรณีโรงเรียนมัธยมฯที่มีอัตราการแข่งขันเข้าเรียนสูง จำนวน 369 โรงเรียนทั่ว ประเทศ จะต้องเปิดรับนักเรียนเพียงรอบเดียว และห้ามไม่ให้มีการเรียกเก็บเงินใดๆ ระหว่างการรับสมัครนักเรียน โดยโรงเรียนจะสามารถระดมทรัพยากรได้ภายหลังการรับนักเรียนเสร็จสิ้นลงแล้ว และต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ในวันที่ 11 มกราคม2554 สพฐ.จะเปิดศูนย์ประสานงานการรับนักเรียนโดยจะให้ทุกองค์กรบริหารหลักของ ศธ. ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) เข้ามาร่วมอยู่ในคณะทำงาน และในวันที่ 12 มกราคม สพฐ.จะจัดประชุมผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมฯที่อัตราการแข่งขันเข้าเรียนสูง 369 แห่งสถานศึกษาสังกัด สอศ. 50 แห่ง และสถานศึกษาเอกชน50 แห่ง เพื่อมารับฟังนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียนและวางแผนการรับร่วมกัน นอกจากนี้ สพฐ.จะดำเนินการอีก 2 เรื่อง คือเชิญเขตพื้นที่การศึกษาที่เป็นเขตที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากมีจำนวนนักเรียนที่จะเข้าเรียนมากกว่าจำนวนที่รับได้ มาจัดตั้งศูนย์การรับนักเรียนของเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อกับศูนย์การรับนักเรียนของ ศธ. นอกจากนี้ จะให้เขตพื้นที่การศึกษาร่วมกับโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันเข้าเรียนสูงทำข้อมูลย้อนหลัง เพื่อประมาณการจำนวนนักเรียนที่ต้องการเข้าเรียนกับจำนวนที่นั่งเรียนที่จะรับได้ จะได้มีการวางแผนที่ 2-3 ในการจัดสรรโอกาสเข้าเรียนให้กับนักเรียนที่พลาดหวังต่อไป สำหรับกรณีของนักเรียนที่จบชั้น ม.3 และประสงค์จะเรียนต่อชั้น ม.4 ซึ่งจะมีเด็กส่วนหนึ่งไม่ได้เรียนต่อสายสามัญ ยังประเมินจำนวนไม่ได้ว่ามีจำนวนเท่าไรที่จะไปเรียนต่อในสายอาชีวศึกษา ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาแต่ละโรงเรียนที่จะพิจารณาหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่เหมาะสมอย่างไร และจะมีสัดส่วนเท่าไหร่ ก็ต้องกำหนดกันในแต่ละเขตพื้นที่ฯและโรงเรียน นายชินภัทรกล่าว
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
29 ธ.ค. 53
อ่าน 17389 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |