ปลดล็อก'วชช.กทม.'ใช้'สะสมเครดิต' เทียบโอนประสบการณ์-เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมากขึ้น



           นายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานสภาวิทยาลัยชุมชน กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดว่า กลุ่มผอ.วิทยาลัยชุมชน (วชช.) ห่วงว่าร่างพ.ร.บ.วิทยาลัยชุมชน ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8 ไปตั้งแต่เดือนพ.ย. 53 แต่ยังไม่ส่งเรื่องเข้าครม. เพื่อเสนอฝ่ายนิติบัญญัติ จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ประสานไปยังกฤษฎีกาแล้ว และตนประสานไปยังฝ่ายการเมืองเพื่อรับเรื่องและเตรียมส่งไปยังฝ่าย นิติบัญญัติ โดยที่ประชุมยังมีการหยิบยกประเด็นของวชช.กรุงเทพฯ ที่มีปัญหาสถานภาพทางกฎหมาย คุณภาพทางการศึกษารวมถึงสังกัด จากการหารือของผู้บริหารวชช.และกทม. เสนอ 2 แนวทาง คือ 1.มีลักษณะการทำงานเป็นวิทยาลัยเครือข่ายของวชช. โดยสำนักบริหารงานวชช.จะเข้าไปช่วยในเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 2.จัดตั้งเป็นวชช.กทม. สังกัดศธ. ซึ่งผู้บริหารกทม.เลือกแนวทางที่หนึ่ง โดยหากจัดระบบวชช.กทม.เร็วเท่าใดยิ่งดี เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้คนกรุงเทพฯ เข้าถึงระบบการศึกษาทั้งในหลักสูตรระยะสั้น และอนุปริญญา
          นายกฤษณพงศ์กล่าวอีกว่า วชช.จะต้องปลดล็อกเกณฑ์มาตรฐานใหม่ ซึ่งวชช.จะจัดการศึกษาตามความพร้อมของผู้เรียน ไม่ควรกำหนดกฎเกณฑ์ว่าแต่ละเทอมควรเรียนกี่หน่วยกิต และต้องจบภายใน4 ปี ระบบใหม่ควรมีลักษณะคล้ายการสะสมเครดิต เรียนตามความพร้อม และควรให้มีการเทียบโอนประสบการณ์ได้ ไม่จำเป็นต้องจบม.6 เท่านั้นที่จะมาเรียนได้ หากจบม.3 และดูว่าประกอบอาชีพใดนำมาเทียบโอนประสบการณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมากขึ้น ส่วนผู้สอนไม่ควรเน้นเรื่องคุณวุฒิ ให้นึกถึงคุณลักษณะ คือใช้ประสบการณ์ก็สอนได้ ซึ่งต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับสกอ. เนื่องจากวชช.ต้องการให้คนเรียนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่วิชาเป็นตัวตั้ง จะตอบสนองความต้องการของคนเรียนได้

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด


โพสเมื่อ : 02 ก.พ. 54   อ่าน 12152 ครั้ง      คำค้นหา :