สอศ.จับมือ Accor Group เปิดศูนย์ปั้นเด็กอาชีวะป้อนธุรกิจโรงแรม



สอศ.จับมือ Accor Group เปิดศูนย์ปั้นเด็กอาชีวะป้อนธุรกิจโรงแรม

ทีมการศึกษา

สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น
คือเหตุและที่มาของโครงการ สุดยอดอาจารย์อาชีวะสู่ระดับโลก จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ สอศ. ร่วมกับโรงเรียนสอนประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต และโรงเรียนสอนอาหารนานาชาติและห้องอาหารเลอโน้ต โดยเฟ้นอาจารย์อาชีวศึกษา ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ ภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม มาติวเข้มการทำอาหาร
ปิดท้ายด้วยการนำทีมสุดยอดอาจาย์อาชีวะร่วม 10 ชีวิต บินลัดฟ้าสู่มหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส ดูงานด้านการผลิตอาหารและบริการ เพื่อเปิดโลกทัศน์และหาประสบการณ์ในระดับอินเตอร์ระหว่างวันที่ 13-18 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อทุกคนจะได้เห็นด้วยตาตัวเองกับกลยุทธ์และเทคนิคการทำอาหารของเชฟระดับโลก
นำทีมโดย น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ น.ส.ระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ โดย ทีมการศึกษา ได้มีโอกาสติดตามไปด้วย
ไฮไลต์ของการศึกษาดูงานในครั้งนี้อยู่ที่สถาบันที่เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการสอนทำอาหารฝรั่งเศสเริ่มจาก สถาบันเลอโน้ต Le notre ที่ทีมสุดยอดอาจารย์อาชีวะได้บุกถึงก้นครัว ตั้งแต่ห้องเตรียมวัตถุดิบในการทำขนมไปจนถึงหน้าร้านเลอโน้ต
แต่ที่ทำให้ทุกคนในคณะปลื้มอกปลื้มใจก็ตรงที่ ได้รับการบอกกล่าวว่าเป็นคนไทยกลุ่มแรกที่ได้รับเกียรติให้เข้าชมสถาบันเลอโน้ต
ตามมาด้วยการเข้าเยี่ยมชม เลอ กอร์ดอง เบลอ Le Cordon Bleu สถาบันสอนทำอาหารฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อระดับโลก เปิดสอนมายาวนานกว่า 110 ปี โดยมีเชฟระดับปรมาจารย์ลงมือสาธิตการทำอาหารฝรั่งเศสให้ได้ชิม พร้อมเรียนรู้เคล็ดลับสุดพิเศษกันแบบประชิดติดขอบกระทะ
นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมงานด้านอาหารตามร้านดังๆ เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ อาทิ ZE KITCHEN GALERIE ร้านอาหารฝรั่งเศส ระดับ มิชิลิน สตาร์ และ Philippe Olivier ร้านชีสชื่อดังระดับไฮเอนของฝรั่งเศสที่เปิดมากว่า 100 ปี
งานนี้สุดยอดอาจารย์อาชีวะบอกเป็นจะนำประสบการณ์ที่ได้รับ กลับไปพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนเพื่อให้อาชีวะศึกษาก้าวไกลในระดับสากล
ระหว่างที่ทีมอาจารย์กำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากร้านอาหารชื่อดังในกรุงปารีส ทีมการศึกษาได้ติดตามคณะ รมช.ศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ขอแบ่งเวลาไปเจรจาในเชิงนโยบายกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการประเทศฝรั่งเศส เพื่อขอศึกษาโครงสร้างการจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพที่ สอศ.ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการจัดทำ
พร้อมเป้าหมายในการแสวงหาความร่วมมือกับผู้บริหารในเครือ Accor ซึ่งเป็นมืออาชีพด้านการบริหารโรงแรมระดับมาตรฐานโลก ให้มาเทรนอาจารย์และนักเรียน นักศึกษา ในสังกัดอาชีวศึกษา
เหตุผลที่เลือกฝรั่งเศสเพราะเห็นว่าประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาด้านอาชีพ ประชาชนเลือกเรียนถูกทางและมีงานทำ จึงได้ขอศึกษาโครงสร้างการจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพทำให้ทราบว่าเดิมมี 5 ระดับ  แต่ได้ปรับเปลี่ยนเป็น 9 ระดับเพื่อให้สามารถเข้าถึงมาตรฐานของสหภาพยุโรปหรืออียู จึงมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะมีการจัดประชุมเพื่อหารือรายละเอียดอีกครั้ง เกี่ยวกับการจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในเดือน พ.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม จะศึกษาโครงสร้างของฝรั่งเศสแค่เป็นแบบอย่าง แต่ไม่เอามาเป็นต้นแบบทั้งหมด น.ส.นริศราระบุถึงการเลือกฝรั่งเศสเป็นแบบอย่างในการศึกษาด้านวิชาชีพ
ขณะที่การแสวงหาความร่วมมือกับ Accor Group นั้น รมช.ศึกษาธิการแจกแจงว่า มองว่าในอนาคตธุรกิจการโรงแรมจะโตขึ้นอีก 50% ในเมืองไทยเองก็เป็นธุรกิจที่สร้างเงินสร้างรายได้ แต่เรายังขาดคนและขาดมาตรฐาน จึงมาเจรจาเพื่อนำไปสู่การลงนามความร่วมมือระหว่างสอศ.กับ Accor Group ในการจัดตั้งศูนย์การฝึกอบรมและโรงแรม เพื่อให้อาจารย์และนักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติอย่างครบวงจรโดยต้องการมืออาชีพอย่าง Accor Group ในการเข้ามาช่วยบริหารและเทรนคน ซึ่งจะฝึกทั้งครูและนักเรียนให้ได้มาตรฐานวิชาชีพในเรื่องของธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมในสถานที่เดียวกัน นอกจากนี้มองว่าเรื่องของอาหารก็อยู่ในกลุ่มวิชาเดียวกันน่าจะพัฒนาไปพร้อมๆ กัน จึงได้เจรจากับทางสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ ที่จะมาร่วมมือในเรื่องการจัดทำหลักสูตร และส่งเชฟมาสอน โดยเน้นการทำอาหาร ส่วนสถาบันเลอโน้ตเป็นหนึ่งในเครือ Accor ก็จะพ่วงมาด้วยกัน โดยเน้นการทำขนมและเบเกอรี่ซึ่งเป็นการเอาสิ่งดีๆ มารวมกัน จะเป็นการเรียนการสอนที่จะเกิดขึ้นในสถาบันการอาชีวศึกษา
จากการที่ ทีมการศึกษา ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารในเครือ Accor ทำให้ได้รับรู้ข้อมูลว่า ขณะนี้ Accor กำลังเติบโตในสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่เนื่องจากจีนไม่มีแรงงานที่จะมาทำงานด้านบริการได้ดี จึงต้องไปดึงแรงงานจากต่างชาติอาทิ บังกลาเทศและเขมรส่วนแรงงานจากประเทศไทยนั้นถูกมองว่ายังไม่ได้รับการเทรนด้านการบริการที่เป็นมาตรฐานอย่างที่ต้องการ
ที่น่าเสียดาย คือ Accor Group หันไปตั้งโรงเรียนเทรนคนด้านการโรงแรมที่ประเทศกัมพูชาตั้งเป้าที่จะเทรนคนเขมรปีละ 200 คน เพื่อเข้าสู่ธุรกิจบริการด้านการโรงแรม และในปีหน้าจะขยายเป็น 300 คน
และนั่นทำให้เรามองว่า หากทาง Accor จับมือกับ สอศ.เทรนคนให้ได้มาตรฐานตามที่ตลอดแรงงานต้องการ ก็จะเป็นโอกาสทองของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่จะได้ ใบเบิกทาง เข้าสู่ตลาดแรงงานด้านธุรกิจบริการและการโรงแรมในระดับสากล
แต่สิ่งที่เราอยากฝากไว้คือ ความคุ้มค่าในการลงทุนที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และสำคัญที่สุดคือความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
คงไม่มีใครอยากเห็นงบประมาณโดยเฉพาะด้านการศึกษา ต้องสูญเสียจากการดำเนินงานแบบครึ่งๆ กลางๆ และสุดท้ายต้องพับฐานเก็บเข้ากรุเมื่อปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี เพราะนั่นไม่ใช่เพียงความสูญเปล่าด้านงบประมาณ แต่หมายถึงการสูญเสียเวลาและโฮกาสของประเทศ ที่จะก้าวไปสู่ตลาดแรงงานระดับอินเตอร์
เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของ เด็กเล่นขายของ!!!

--ไทยรัฐ --



โพสเมื่อ : 06 ต.ค. 53   อ่าน 9592 ครั้ง      คำค้นหา :