3อธิการจี้ทปอ.แก้รับตรงเห็นด้วยลดสัดส่วนช่วยเด็ก
|
3
อธิการบดีมหาวิทยาลัยดังเห็นด้วยรับตรงก่อปัญหา
ทั้งเด็กวิ่งสอบ-เสียค่าใช้จ่ายสูง-ทิ้งห้องเรียน
เสนอ'ทปอ.-สกอ.'เป็นตัวกลางแก้ไข
เชิญผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษามาทบทวนสัดส่วนรับตรง-แอดมิสชั่นส์
อธิการฯมอ.ชี้เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อวันที่ 16 มกราคม นพ.ภิรมย์
กมลรัตนกุลอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหามหาวิทยาลัยดังหลายแห่งทยอยเพิ่มสัดส่วนการรับตรง
นักศึกษาเป็น 60%
ในขณะที่ร่วมรับในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิสชั่นส์
ลดเหลือประมาณ 40%
ส่งผลทำให้นักเรียนและผู้ปกครองต้องเดือดร้อนวิ่งลอกสอบตรงใน
หลายมหาวิทยาลัย ทั้งยังส่งผลทำให้นักเรียนชั้น ม.6 ทิ้งห้องเรียนไปกวดวิชา
เพื่อสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยต่างๆ
กันมากขึ้นว่าสนับสนุนให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)
เป็นตัวกลางในการแก้ปัญหาการรับตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในขณะนี้
โดยเชิญผู้บริหารมหาวิทยาลัยมาหารือและทบทวนเรื่องสัดส่วนการรับตรง
โดยเฉพาะที่จะใช้รับนิสิตนักศึกษาในปีการศึกษา 2555
เพื่อแก้ปัญหาเด็กวิ่งลอกสอบและเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก
"การจัดสัดส่วนการรับตรงนักศึกษาควรต้องคำนึงถึงหลักการไม่ให้เด็กและผู้
ปกครองต้องเดือดร้อน ต้องเสียเงินในการวิ่งลอกสอบ
ที่สำคัญต้องไม่ให้เด็กลำบากในการวิ่งลอกสอบ ซึ่งที่ประชุม
ทปอ.จะต้องตกลงกับมหาวิทยาลัยให้ชัดเจน แต่ไม่ใช่ลักษณะการไปบังคับ
เพราะอำนาจการรับนิสิตนักศึกษาเป็นสิทธิของมหาวิทยาลัยที่จะดำเนินการ"
อธิการบดีจุฬาฯกล่าว นายบุญสม ศิริบำรุงสุข
อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าวว่า ในส่วนของ
มอ.ยังคงใช้สัดส่วนการรับตรงต่อแอดมิสชั่นส์ 50:50 ซึ่งใช้มาแล้วกว่า 10 ปี
ส่วนปัญหาที่พบว่าในปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่างๆทยอยเพิ่มสัดส่วนการรับตรงมาก
ขึ้น จนส่งผลให้เด็กต้องวิ่งรอกสอบ
และทิ้งห้องเรียนไปกวดวิชาเพื่อสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยต่างๆ นั้น
เป็นปัญหาใหญ่ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ
และช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องนี้มากกว่านี้
และเห็นด้วยกับการตั้งศูนย์รับตรงของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
เพราะน่าจะช่วยลดปัญหาให้กับเด็กได้ในระดับหนึ่ง
แต่จะต้องมีการวางระบบและศึกษาให้ละเอียดชัดเจน
เนื่องจากการรับตรงของแต่ละสาขาวิชา/คณะวิชามีความแตกต่างกันดังนั้น
หากศูนย์รับตรงใช้ข้อสอบเดียวกันในการคัดเลือกเด็ก
เชื่อว่าจะเกิดปัญหาเดิมๆ
คือไม่สามารถคัดเลือกเด็กได้ตรงตามต้องการของแต่ละคณะและมหาวิทยาลัยได้
สุดท้ายมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ต้องกลับไปรับตรงของตนเองเหมือนเดิม
นายบุญสมกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาเรื่องต้องเร่งดำเนินการ
และต้องเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2555 โดยที่ประชุม
ทปอ.ต้องเป็นเจ้าภาพในการเชิญมหาวิทยาลัยต่างๆ
มาพูดคุยหารือถึงความเหมาะสมของสัดส่วนการรับตรงและปัญหาที่เกิดขึ้นจากการ
เปิดรับตรง โดยเฉพาะการทบทวนสัดส่วนการรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัย
รวมทั้งควรสร้างมาตรฐานเพื่อมาควบคุมสัดส่วนการรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัย
ไม่ควรปล่อยให้แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดสัดส่วนการรับตรงเอง
อย่างปัจจุบันมีบางมหาวิทยาลัยรับตรงถึง 60% รวมทั้งบางคณะวิชารับตรงถึง
100% ดังนั้น การกำหนดสัดส่วนการรับตรงให้ยุติธรรมกับเด็ก
น่าจะเป็นการแก้ปัญหาอีกทางหนึ่งด้วย ด้านนายสมคิด
เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า
ในส่วนการรับนักศึกษาปีการศึกษา 2554 ของ มธ.
การรับตรงกับแอดมิสชั่นส์ใช้สัดส่วน 45:55 เหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง
และจะไม่มีการเพิ่มสัดส่วนการรับตรงเพิ่มขึ้นอีก
สำหรับการแก้ปัญหาการรับตรง
มองว่าการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของแต่ละฝ่ายในขณะนี้
ยังขาดข้อมูลสถิตินักเรียนที่วิ่งสอบมาสนับสนุน
ส่วนใหญ่ยังเป็นการยกตัวอย่างและประมาณการ ดังนั้น
สกอ.และทปอ.จะต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนว่าปัญหารับตรงมีอะไรบ้าง
เกิดขึ้นจากสาเหตุใด
และสัดส่วนการรับตรงในปัจจุบันเพิ่มขึ้นจากในอดีตจำนวนเท่าไร
ส่วนการตั้งศูนย์กลางรับตรงของสกอ.นั้น ตนเห็นด้วย
แต่ต้องศึกษารูปแบบและวิธีการให้มากกว่านี้
เพราะหากรีบตั้งอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น
ต้องไม่ใช้ข้อสอบเดียวกันในการคัดเลือกเด็ก
เพราะจะได้เด็กไม่ตรงตามความต้องการของแต่ละมหาวิทยาลัย
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
17 ม.ค. 54
อ่าน 8842 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |