|
เมื่อวันที่ 17 มกราคมนายสืบแสง
พรหมบุญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานการรับนักเรียนปีการศึกษา 2554 เปิดเผยว่า
จากที่ศูนย์ประสานงานการรับนักเรียนเปิดให้บริการแก่ผู้ปกครองและประชาชน
โทรศัพท์สอบถามเรื่องการรับนักเรียนได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2288-5502-4
หรือโทร.สายด่วน1579 หรือมาขอรับบริการได้ที่ศูนย์โดยตรงตั้งแต่วันที่ 11
มกราคมที่ผ่านมา
ปรากฏว่าเริ่มมีผู้ปกครองและนักเรียนทยอยโทรศัพท์เข้ามาสอบถามข้อมูลและราย
ละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการรับนักเรียน เช่น ผู้ปกครองบางคนสงสัยว่า
จะไม่มีการฝากเด็กและไม่ให้ขยายห้องเรียนได้จริงหรือไม่
หากสอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงไม่ได้จะมีที่เรียนอื่นหรือไม่ เป็นต้น
ซึ่งทางศูนย์ได้ชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ พร้อมทั้งยืนยันไปว่า
นโยบายการรับนักเรียนปีการศึกษา 2554 ที่กำหนดออกมาสามารถดำเนินการ ได้จริง
และไม่ต้องกังวลว่าลูกหลานจะไม่มีที่เรียน ทั้งนี้
ตนคาดว่าในช่วงการรับสมัครนักเรียนเดือนมีนาคม
น่าจะมีผู้ปกครองนักเรียนสอบถามเข้ามายังศูนย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเร็วๆ นี้
จะมีการประชุมผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน
เพื่อเตรียมการลงพื้นที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำการรับนักเรียนแก่โรงเรียนที่
มีอัตราการแข่งขันเข้าเรียนสูง
รวมทั้งได้พบปะและให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองนักเรียน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ได้แต่งตั้งบุคคลภายนอกและจากองค์กรอิสระเข้ามาเป็นคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการรับนักเรียน โดยมี นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นประธานนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เป็นรองประธาน ส่วนกรรมการประกอบด้วยผู้แทนจากองค์กรอิสระ อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อัยการพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมด้วยตัวแทนชมรม สมาคมและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษานั้น ขณะนี้ทางคณะกรรมการชุดดังกล่าวโดยดีเอสไอ สามารถเข้าไปสุ่มตรวจการรับนักเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันเข้า เรียนสูงว่า มีการดำเนินการอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่ หรือหากมีผู้ปกครองร้องเรียนมายังคณะกรรมการชุดนี้ ก็จะลงไปตรวจสอบ เพื่อรายงานผลให้นายชินวรณ์ได้พิจารณาดำเนินการต่อไป ด้านนายเกษม สดงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2 กรุงเทพฯ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ปกครองนักเรียนนิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียนในหลักสูตรอิงลิชโปรแกรม หรืออีพี กันมากขึ้น จะเห็นได้จากที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 มีผู้ปกครองพาบุตรหลานมาสมัครเรียนในหลักสูตรอีพี ประมาณ 3,000 คนทุกปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะผู้ปกครองได้เรียกร้องให้ทางโรงเรียนเปิดห้องเรียนอีพีเพิ่มจำนวนมาก ทั้งนี้การที่ผู้ปกครองนิยมส่งบุตรหลานเรียนในหลักสูตรดังกล่าว เนื่องจากมีความมั่นใจในคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งสอนเป็นภาษาอังกฤษ และเมื่อเด็กไปสอบเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก็จะสอบได้เป็นจำนวนมาก ในขณะที่ค่าเล่าเรียนก็ไม่แพงมากนัก ประมาณ 20,000 บาทเท่านั้นโดยในปัจจุบันโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ได้เปิดห้องเรียนอีพีแล้ว 3 ห้องเรียน รับเด็กห้องละ 30 คน
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
| โพสเมื่อ : 18 ม.ค. 54 อ่าน 9782 ครั้ง คำค้นหา : |