ผอ.โรงเรียนดังหนุนแยกตั้ง’สำนักมัธยม’ ’อจ.-สพป.’เห็นต่าง
ผอ.โรงเรียนดังหนุนแยกตั้ง'สำนักมัธยม' 'อจ.-สพป.'เห็นต่าง
นักวิชาการ-ผอ.สพป.โคราชค้านแยกตั้งสำนักมัธยมชี้เปลืองงบ-ไม่คุ้มค่า จากกรณีที่สมาคมผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประเทศไทย สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย(ส.บ.ม.ท.) และสมาพันธ์ครูโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย มีมติให้แยกการมัธยมศึกษาออกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จัดตั้งเป็นสำนักงานคณะกรรมการการมัธยมศึกษา และจัดตั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้ครบทุกจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่พิเศษ มี 2 เขตพื้นที่ฯรวม 78 เขตพื้นที่ฯ โดยจะยื่นหนังสือต่อนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายเสริมศักดิ์พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ภายในสัปดาห์นี้นั้น เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวว่า การจะปรับโครงสร้างใหม่ด้วยการแยกการมัธยมศึกษาออกจาก สพฐ. จะเป็นการย้อนกลับไปเหมือนในอดีตที่มีสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กรมสามัญศึกษา ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรมองกันแค่นี้ แต่ควรมองการปรับโครงสร้างของศธ.ทั้งหมดเลย เพราะวันนี้การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ รวมทั้งกลุ่มผู้บริหารมัธยมศึกษาเป็นสิ่งบอกเหตุว่าโครงสร้าง ศธ.ในปัจจุบันไม่เหมาะสมแล้ว อยากให้ทุกส่วนมาช่วยกันคิดว่าจะออกแบบโครงสร้างใหม่อย่างไรไม่ใช่เฉพาะกลุ่มมัธยมศึกษา ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างไม่ได้จะทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นทั้งหมด เพราะคุณภาพการศึกษาจะดีได้มีหลายองค์ประกอบและโครงสร้างก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น นายภาวิชกล่าว นายปรเมษฐ์ โมลี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับมติ 3 สมาคมเพื่อให้การมัธยมศึกษาเป็นอิสระในการบริหารจัดการ เพราะการจัดการศึกษามัธยมศึกษาแตกต่างจากประถมศึกษา ในต่างประเทศก็แยกการจัดการศึกษามัธยมออกจากประถมศึกษา เรียกว่าการศึกษาระดับกลาง หรือ Middle School เป็นระดับการศึกษาที่เตรียมความพร้อมนักเรียนสู่มหาวิทยาลัย หรือตลาดแรงงาน เป็นการศึกษาที่สูงกว่าการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม การแยกมัธยมศึกษาออกจากสพฐ.เป็นการปรับใหญ่ไม่ใช่ปรับเล็ก แต่รัฐมนตรีว่าการ ศธ.บอกแล้วว่าไม่มีนโยบายที่จะปรับใหญ่ดังนั้น เรื่องนี้อาจเป็นไปไม่ได้ในช่วงนี้ แต่ก็เป็นความคาดหวังในอนาคต โดยทิศทางที่ควรเป็นคือการมัธยมศึกษาอาจยังคงอยู่ภายใต้ สพฐ.เพียงแต่มีหน่วยงานกำกับดูแลที่แยกออกจากประถมศึกษาชัดเจน เช่น ในอดีตมีกรมสามัญศึกษาดูแลโรงเรียนมัธยมศึกษา ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ดูแลโรงเรียนประถมศึกษา เป็นต้น นายบุญธรรม พิมพ์พาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิต มัธยม กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวสามารถคิดได้ แต่ในทางปฏิบัติจะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ เพราะยังไม่เห็นภาพการแยกตัวอย่างชัดเจน และไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมาย และระเบียบหลายฉบับอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลักการของ ส.บ.ม.ท.เป็นหลักการที่ดีที่อยากทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และทำให้เกิดคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง ผู้บริหาร ศธ.น่าจะรับฟังความคิดเห็น เพราะผู้บริหารโรงเรียนมัธยมคงต้องการสื่อสารให้ผู้บริหารระดับนโยบาย เข้าใจถึงปัญหาข้อจำกัดอุปสรรคต่างๆ ในการทำงาน นายวันชัย ทองเกิด ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าหากแยกการมัธยมตั้งสำนักใหม่ จะเป็นลักษณะใด หากทำแล้วเกิดประสิทธิภาพ ทำให้การบริหารจัดการด้านต่างๆ คล่องตัวมากขึ้น และจัดการศึกษาที่มีคุณภาพก็ควรทำ ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณด้วยว่ามีพอหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าการที่ทั้งประถมและมัธยมศึกษา อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสพฐ.มีทั้งข้อดี และข้อเสีย แต่อะไรที่ใหญ่เกินไปจะทำให้เทอะทะ ไม่คล่องตัว อาจต้องปรับปรุงบางส่วนให้เกิดความเหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการบุคคล ที่ขณะนี้โรงเรียนอยากขอให้ สพฐ.ดูแลอัตราข้าราชการครูทดแทนอัตราเกษียณอายุให้ทันเวลา เพื่อแก้ปัญหาครูขาดแคลนหรือครูสอนไม่ครบชั้น นางเบญญาภา คงรอด ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิสารพิทยากร กล่าวว่า ไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับ3 สมาคม แต่ส่วนตัวเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่ส.บ.ม.ท.จะออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ โดยหลักควรต้องพูดคุยกับผู้ใหญ่ก่อน เห็นด้วยกับนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ.ที่บอกว่ายังไม่ควรปรับโครงสร้างในขณะนี้ ทั้งนี้ เห็นว่ายังวนเวียนกับเรื่องปรับโครงสร้างมามากพอแล้ว ตอนนี้ควรต้องมาพูดคุยเรื่องคุณภาพครู นักเรียนหลักสูตร และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาอาเซียนได้แล้ว นายปรัชญา เวสารัชช์ อดีตประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานปฏิรูปการศึกษา(สปศ.) กล่าวว่า เดิมการปรับโครงสร้างโดยรวมเอาประถมศึกษาและมัธยมศึกษามาอยู่ภายใต้สพฐ. เพื่อให้เป็นเอกภาพในการทำงาน แต่ว่าคนไทยทำงานร่วมกันไม่ได้ ขณะที่เรื่องการศึกษาไทยเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะประสบปัญหาเรื่องการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ทั้งเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ ที่ไทยอยู่อันดับ 6 จากสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ คะแนนสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ในวิชาหลักตกต่ำลงเรื่อยๆทั้งที่ใช้เงินเพื่อจัดการศึกษาจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพได้ ดังนั้น จึงต้องคิดในภาพรวมว่าจุดอ่อนเกิดจากอะไร และจะแก้ปัญหาอย่างไร การปรับโครงสร้างจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้จริงหรือไม่ หากจะปรับอะไรต้องมองที่ภาพรวมว่าสามารถแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษาได้หรือไม่ และควรจะมีคำตอบที่ชัดเจน มากกว่าการแยกมัธยมออกมาให้ดูดี มีข้าราชการระดับ 11 และมีคนมีตำแหน่งเพิ่มขึ้น เรื่องนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลควรจะมองในภาพรวมทั้งหมดว่าจุดอ่อนของการศึกษาทั้งระบบอยู่ตรงไหน และแก้ให้ถูกจุด นายปรัชญากล่าว นายปฐมฤกษ์ มณีเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)นครราชสีมา เขต 1 กล่าวถึงข้อเสนอแยกบริหารจัดการมัธยมศึกษาออกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ไม่เห็นด้วย เพราะไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีโรงเรียนมัธยมศึกษาอยู่จำนวนน้อยส่วนจังหวัดใหญ่ที่มีโรงเรียนมัธยมอยู่จำนวนมากปัจจุบันก็แยกออกเป็นเขตมัธยมศึกษาอยู่แล้วที่สำคัญสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) กำหนดชัดเจนว่าไม่ให้เพิ่มอัตรากำลังข้าราชการอีก ถ้าจะตั้งเขตมัธยมเพิ่มอีกจะเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน ปัจจุบันเขตมัธยมทั้ง 42 เขต ที่มีอยู่ทั่วประเทศก็ขาดความพร้อม เกิดปัญหาในการบริหารจัดการ ปัญหาเรื่องกำลังคนและงบประมาณที่ไม่เพียงพออยู่แล้วถ้าตั้งเขตมัธยมเพิ่มอีก ยิ่งจะทำให้มีปัญหามีมากขึ้น การแยกมัธยมออกไปจะเกิดความวุ่นวายตามมามากมาย บรรดารองผู้อำนวยการเขตและเจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่การศึกษาเดิมก็ต้องการจะออกไปอยู่เขตมัธยม เพราะมุ่งหวังตำแหน่งต่างๆในโครงสร้างใหม่ ส่งผลให้เขตประถมเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรตามมาอีก จะเพิ่มหรือบรรจุบุคลากรใหม่ก็ทำไม่ได้ เพราะ กพร.ไม่อนุญาตจะไปดึงครูจากโรงเรียนต่างๆ มาทำงานก็ยิ่งทำไม่ได้ ฉะนั้น การตั้งเขตมัธยมเพิ่มขึ้นอีกจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุและไม่คุ้มค่าควรไปเน้นเรื่องพัฒนาครู พัฒนาผู้เรียนและการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพจะเป็นการแก้ไขปัญหาการศึกษาของไทยที่ถูกทางมากกว่า นายปฐมฤกษ์กล่าว นายศลใจ วิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 16 จ.สงขลากล่าวว่า ยังเป็นแนวคิดของคณะกรรมการสมาคมตนคิดว่าทั้ง 2 อย่าง มีข้อดีและข้อเสีย ระบบที่ใช้อยู่ปัจจุบันก็ยังไม่พบข้อบกพร่องที่ร้ายแรง ด้านนายวินิจ ซุ้นสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวรนารีเฉลิม จ.สงขลา กล่าวว่าเห็นด้วยกับแนวคิดที่จะแยกออกจากกัน ทำให้องค์กรเล็กลง สะดวกในการบริหารงานบุคคลและงบประมาณ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา นายสงบ มณีพรม อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จ.สงขลา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอที่จะแยกมัธยมออกจาก สพฐ. จะทำให้การบริหารและการพัฒนาคุณภาพการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะองค์กรไม่ใหญ่เกินไปง่ายต่อการบริหารงาน
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
11 ก.พ. 56
อ่าน 1761 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |