เรียนรู้บูรณาการในโรงเรียนเล็กอีกจุดเน้นปฏิรูปการศึกษาไทย
|
เรียนรู้บูรณาการในโรงเรียนเล็กอีกจุดเน้นปฏิรูปการศึกษาไทย
ฟาฏินา วงศ์เลขา
"อันโรงเรียนทั่วไปในประเทศต่างประเภทต่างชั้นกันหนักหนาตั้งแต่ตึกสูงงามอร่ามตาจนกระทั่งหลังคาเป็นตองตึง โรงเรียนเล็กหรือใหญ่เป็นไรเล่าถ้าครูเอาใจใส่ได้ทั่วถึงพบครูดีทีไรใจคะนึงว่าเมืองไทยได้หนึ่งโรงเรียนดี"
บทกลอนดังกล่าว เป็นบทประพันธ์ของศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่นมาลากุล
ที่นับเป็นปูชนียบุคคลในวงการการศึกษาไทย
ผู้ซึ่งทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติเป็นอเนกประการ
คงไม่มีผู้ใดที่อยู่ในแวดวงการศึกษาจะไม่รู้จัก
เราจะเห็นว่าการแบ่งโรงเรียนในประเทศไทยมีหลากหลายรูปแบบ
แต่ที่เรารู้จักโดยทั่วกันคือ โรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง
และขนาดใหญ่แต่ความเป็นจริงยังมีรายละเอียดมากกว่านี้สำหรับโรงเรียนที่จัด
อยู่ในประเภทโรงเรียนขนาดเล็กนั้น
ตามเกณฑ์การจัดขนาดโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)
จะเป็นโรงเรียนที่มีจำนวนเด็กตั้งแต่ 120 คนลงมา
ที่ตั้งอยู่กระจัดกระจายทั้งในเมืองและนอกเมือง
บางแห่งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล
ส่วนใหญ่เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 6
แต่มีบางแห่งที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสซึ่งเปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
จากการรายงานผลการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(สมศ.)พบว่า
โรงเรียนจำนวนมากที่ยังไม่สามารถพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างน่าพึงพอใจนั้น
ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก
โดยมาตรฐานที่โรงเรียนส่วนใหญ่ไม่ผ่านรับรองการประเมินมาตรฐานภายนอกของ
สมศ. โดยเฉพาะด้านผู้เรียน เช่น มาตรฐานที่ 4
ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ
มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์มาตรฐานที่ 5
ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร มาตรฐานที่ 6
ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้
และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น
หลายเหตุผลที่ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังไม่ผ่านการประเมินภายนอก
เช่น ปัญหามีครูไม่ครบชั้น ขาดครูบางสาขาวิชา ไม่มีแผนการสอนครบทุก
สาระ ซึ่งล้วนส่งผลถึงคุณภาพ
นักเรียนที่ทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำหลายคนเคยเสนอความเห็นให้
"ยุบ/เลิก" ในกรณีโรงเรียนในที่ไม่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพได้
ซึ่งความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ว่า
กรณีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยมาก ๆ หากโรงเรียนใดพึงเลิกได้ก็ให้
"เลิก" หากโรงเรียนใดพึงรวมกับโรงเรียนอื่นใกล้เคียงได้ก็ให้
"รวม"แต่ต้องหาวิธีการที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองหรือผู้เรียน
แต่หากโรงเรียนใดยังคงเปิดสอนก็จะต้องดำเนินการได้อย่างมีคุณภาพ
วิธีการหนึ่งในการเพิ่มเติมคุณภาพจากการศึกษาพบว่า
การจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น นอกจากจะช่วยเพิ่มอัตราครูต่อนักเรียนแล้ว
ยังส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้นด้วย
ส่วนการเรียนการสอนที่แยกส่วนตามรายวิชา จะขาดการบูรณาการทั้งด้านเนื้อหา
และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ดังนั้น สพฐ. นำโดย ดร.ชินภัทร
ภูมิรัตนจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้และการบริหาร
จัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพ
และได้นำวิธีการจัดการเรียนรู้แบบคละชั้น(Multigrade Teaching) มาใช้
เพราะเล็งเห็นว่าเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้กรณีที่โรงเรียน
มีครูไม่ครบชั้น
การจัดการเรียนรู้แบบคละชั้นเป็นการดำเนินการจัดชั้นเรียนที่นำนักเรียนต่าง
ชั้น ต่างกลุ่มอายุ
และต่างความสามารถมาเรียนรู้พร้อมกันในห้องเดียวโดยมีครูคนเดียวจัดกิจกรรม
การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพถือเป็นการจัดการ
เรียนรู้ที่สนองตอบความต้องการของนักเรียนเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มย่อย
ในการจัดเด็กที่เรียนอยู่ต่างชั้นต่างกลุ่มย่อย ต่างกลุ่มอายุ
ต่างความสามารถ แล้วนำมาจัดการเรียนรู้พร้อมกันนั้น
ต้องอาศัยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การจัดกิจกรรมแบบรวมชั้น
การทำงานกลุ่มย่อย การทำงานแบบคู่ การทำงานรายบุคคล
ซึ่งการจัดกลุ่มนักเรียนในชั้นเรียนแบบคละนี้
ครูต้องคำนึงถึงพัฒนาการหรือระดับความสามารถของเด็ก
และไม่จัดเด็กที่มีความสามารถต่างกันมาก ๆ มาเรียนรวมกันเช่น ป.1 กับ ป.5
แต่ต้องจัดเด็กที่มีระดับพัฒนาการในการเรียนรู้ใกล้เคียงกันมาเรียนรวมกัน
เช่น ป.1 รวมกับป.2 ป.2 รวมกับ ป.3 ป.1-ป.3 ป.4-6
รวมทั้งปริมาณเด็กในชั้นเรียนแบบคละนี้ต้องมีสัดส่วนครูต่อเด็กไม่เกิน1 ต่อ
20 คน
เพื่อให้การดูแลเด็กที่ต่างความสามารถในการเรียนรู้สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ
ได้อย่างมีประ สิทธิภาพ ปัจจุบันโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด
สพฐ. ได้มีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์
ทั้งในรูปแบบการบริหารจัดการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการควบ
คู่กับการเน้นทักษะพื้นฐานที่จำเป็น
มีการจัดการเรียนรู้หลักสูตรบูรณาการตามจุดเน้นคุณภาพผู้เรียน
สำหรับการจัดตารางเรียนนั้นในช่วงเช้าเน้นการเรียนรู้ด้านภาษาและ
คณิตศาสตร์
ส่วนภาคบ่ายจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเป็นหน่วยการเรียนรู้โดยเน้นทักษะที่
สำคัญที่เป็นทักษะร่วมในการแสวงหาความรู้เช่น ทักษะการคิด
ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะการสื่อสาร เป็นต้น
และเมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ประกาศ
"จุดเน้นคุณภาพผู้เรียนจุดเปลี่ยนการปฏิรูปการศึกษาไทย"สำหรับโรงเรียนขนาด
เล็กได้เน้นการจัดการเรียนรู้บูรณาการตามจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ของกระทรวงศึกษาธิการด้วยเช่นกัน
ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาไทยรอบสองเช่นกัน.
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ |
|
โพสเมื่อ :
02 พ.ย. 53
อ่าน 8442 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |