|
เปิดโลกการอ่าน ผ่านเทคนิคการสอนบนดอยสูง
การอ่านเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการใฝ่รู้ วันนี้เด็กไทยตกเรื่องการอ่าน บางคนจบป.6 แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออก โดยเฉพาะเด็กม.3 ที่ผลการประเมินโครงการ PISA พบว่า ยังขาดทักษะการอ่าน นั่นคือ อ่านแล้วไม่สามารถจับใจความสำคัญได้ ดังนั้นการศึกษาของชาติจะประสบความสำเร็จได้ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ยังเล็ก คำกล่าวประโยคนี้ของ พระเทพภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร ผู้ริเริ่มโครงการเพชรยอดมงกุฎ คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ ดังนั้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จึงได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับพื้นที่ขึ้น ในโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ระดับประถมศึกษา ครั้งที่ 1/2554 ณ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด จ.เชียงใหม่ โดยมีโรงเรียนเข้าร่วม 63 แห่ง ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน และพะเยา เพื่อให้โรงเรียนได้นำเสนอผลการดำเนินงานและนำสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับพื้นที่ร่วมกัน พระเทพภาวนาวิกรม ได้ร่วมแลกเปลี่ยนถึงหัวใจสำคัญของการใฝ่รู้จาก การอ่าน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเรียนรู้ว่า การอ่านเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการใฝ่รู้ ซึ่งจากการทำโครงการเพชรยอดมงกุฎพบว่า เด็กที่เก่งวิชาต่าง ๆ ล้วนเป็นเด็กที่เรียนดีมาตั้งแต่ประถมศึกษา จึงควรให้ความสำคัญตั้งแต่ประถม มากกว่าการมุ่งในช่วงปลายที่จะใกล้เข้ามหาวิทยาลัย เพราะหากเริ่มต้นดี ช่วงปลายก็จะดีไปด้วย สิ่งที่จะทำให้เด็กรักเรียนตั้งแต่เล็กคือ ครูต้องใส่จริยธรรมและจิตวิทยาของการรักเรียน เพื่อปลุกเร้าให้เด็กตื่นตัว ซึ่งจะเป็นพลังและคลังของเชื้อเพลิงให้เขาก้าวสู่ความสำเร็จ เทคนิคการสอนของครูที่จะทำให้เด็กเปิดรับการเรียนรู้ คือ ครูต้องมีจิตวิทยาการสื่อสาร โดยต้องวางตัวเป็นพระเอกหรือนางเอกในสายตาเด็ก ซึ่งเป็นจิตวิทยาการสื่อสารที่ทำให้เด็กเปิดรับการเรียนรู้ในสิ่งที่ครูถ่ายทอด เพื่อให้เด็กยอมรับว่าเป็นครูที่เด็กอยากรับสาร อยากรับฟัง พระเทพภาวนาวิกรม ฝากข้อแนะนำที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของแต่ละโรงเรียนในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ยังได้พบกิจกรรมการอ่านที่น่าสนใจ เริ่มด้วยครูจากเมืองสามหมอก โรงเรียนบ้านแม่แลบ จ.แม่ฮ่องสอน ที่เด็กส่วนใหญ่มาจากชนเผ่าละว้า หรือที่เรียกกันว่า ลัวะ และเผ่าปกากะญอ หรือที่รู้จักในนามชนเผ่า กะเหรี่ยง จึงเป็นเรื่องยากสำหรับการอ่าน เขียนภาษาไทย ซึ่ง ครูพิมลพรรณ ศักดิ์คีรีชัย ครูภาษาไทย รร.บ้านแม่แลบ เล่าว่า เด็กในโรงเรียนมีปัญหาการเขียนอ่าน บางคนพูดภาษาไทยไม่ได้เลย เนื่องจากที่บ้านใช้ภาษาถิ่น จึงฝึกให้เด็กทำหนังสือเล่มเล็ก เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานในชนเผ่าของเขา ซึ่งพบว่าเด็กสามารถเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานของเขาได้ และมีอยู่จำนวนมาก เพียงแต่การเขียนยังเรียงประโยคไม่ถูก จึงเริ่มฝึกให้เขียนจากเรื่องที่เขารู้และสนใจ อย่าง ลัวะเลี้ยงผี ที่สอดแทรกเรื่องการจัดการทรัพยากรและอนุรักษ์ผืนป่า , หมู่บ้านแห่งการทอผ้า, พิธีแต่งงานของชาวละว้า, ลูกหลานละว้า และ ผ้าทอที่แม่โสะ เป็นต้น จากเดิมที่โรงเรียนไม่มีสื่อการเรียนการสอน พอมีการทำหนังสือเล่มเล็กซึ่งเป็นเรื่องเล่าและตำนานของชนเผ่าของเขา จึงทำให้เด็กสนใจที่จะวาดรูป ระบายสี และเล่าเรื่องราวของเขาเอง ซึ่งพบว่าเด็กจะส่งงานทุกคน ไม่ขาดเรียน และมีทักษะการเขียน อ่านเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ครูพิมลพรรณ กล่าว เช่นเดียวกับโรงเรียนบ้านไม้สะเป่ จ.แม่ฮ่องสอน ที่นักเรียนส่วนใหญ่มาจากเผ่า ฉั่ว หรือ กะเหรี่ยงแดง ครูบุญเจิด ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไม้สะเป่ จึงจัดทำโครงการส่งเสริมนิสัยการอ่านและห้องสมุดมีชีวิต โดยมีการสอนภาษาไทยวันละคำ ซึ่งแปลจากภาษากะเหรี่ยงแดงเป็นภาษาไทยและอังกฤษ แล้วมาแลกเปลี่ยนกันหน้าเสาธงทุกเช้า นอกจากนี้ยังนำศัพท์ต่าง ๆ ที่ได้มารวบรวมเป็นพจนานุกรมภาษากะเหรี่ยงแดง ที่แปลเป็นภาษาไทยและอังกฤษ รวมถึงกิจกรรมการเล่าข่าวและนิทานหน้าเสาธง และกิจกรรมบันทึกอ่านสร้างคนดีที่เหมาะกับเด็กในแต่ละชั้นเรียน โดยนักเรียนชั้นป.1-3 จะเป็นสมุดภาพเพื่อให้เด็กได้บรรยายใต้ภาพ ส่วนป.4-6 จะให้เด็กอ่านแล้วสรุปจับใจความส่งให้ครูทุกวัน สำหรับโรงเรียนบ้านใหม่จัดสรร จ.แพร่ มีกิจกรรมคลินิกรักการอ่าน เพื่อสอนอย่างเจาะจงสำหรับเด็กที่มีปัญหาการอ่านโดยเฉพาะ และยังมีกิจกรรมหนังสือเล่มเล็ก หรือหนังสือทำมือของเด็กที่นำเสนอเนื้อหาเอกลักษณ์ท้องถิ่นของอำเภอร้องกวาง เพื่อส่งเสริมให้รักในท้องถิ่นของตน และกิจกรรมสานสัมพันธ์ครอบครัวนักอ่าน โดยผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมการอ่านกับนักเรียน เพื่อฝึกนิสัยรักการอ่านแม้จะอยู่ที่บ้าน ก็ตาม... หลากหลายรูปแบบที่บรรดาเพื่อนครูนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ มุ่งพัฒนาทักษะทางภาษา โดยเฉพาะทักษะในการอ่าน ซึ่งจะช่วยให้ลูกศิษย์ตัวน้อย ๆ ของคุณครูเหล่านั้นสามารถก้าวออกไปสู่โลกกว้างได้ด้วยตนเอง ผ่านทางหนังสือเล่มเล็กที่อยู่ในสองมือนั่นเอง. ภมรศรี แดงชัย
ที่มา: http://www.dailynews.co.th |
| โพสเมื่อ : 29 พ.ย. 54 อ่าน 53622 ครั้ง คำค้นหา : |