’ออมสิน-สกสค.’รับผลประโยชน์ประกัน
'ออมสิน-สกสค.'รับผลประโยชน์ประกัน
- ครูข้องใจ'ทิพยฯ'ระบุในใบรับรอง - ทั้งที่หักชำระหนี้จากกองทุนช.พ.ค. ความคืบหน้ากรณีธนาคารออม สินเก็บสัญญากรมธรรม์ประกันสินเชื่อในโครงการสวัสดิการเงินกู้สมาชิกกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) โครงการ 5 และ 6 ของสมาชิก ช.พ.ค.ผู้กู้ไว้ โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากธนาคารเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อหรือมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ จะทำให้ง่ายต่อกระบวนการเคลมสินไหมในกรณีที่สมาชิก ช.พ.ค.ผู้กู้เงินเสียชีวิตระหว่างอายุสัญญากรมธรรม์ โดยเป็นสัญญากรมธรรม์ของบริษัท ทิพยประกันภัยจำกัด (มหาชน) เท่านั้น เพราะธนาคารออมสินเป็นคู่สัญญากับบริษัทดังกล่าวในการประกันสินเชื่อให้กับข้าราชการครูทั้งสองโครงการนี้ จนทำให้สมาชิก ช.พ.ค.ผู้กู้และเอาประกันภัยยังไม่เคยเห็นรายละเอียดความคุ้มครองที่จะได้รับ จนเป็นที่มาทำให้ข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ส่วนกลาง ซึ่งเป็นสมาชิก ช.พ.ค.ผู้เอาประกันภัยในโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค. โครงการ 5 และ 6 รวมจำนวน 3 คน ได้ร่วมกันทำหนังสือร้องเรียนส่งถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องของสัญญากรมธรรม์ประกันสินเชื่อของทั้งสองโครงการในกรณีต่างๆ และขอให้ปกป้องและรักษาสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิก ช.พ.ค.ผู้เอาประกันภัยด้วยนั้น เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม สมาชิกช.พ.ค.ผู้เอาประกันภัยในโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค. โครงการ 5 คนหนึ่งกล่าวว่า ตนได้รับใบรับรองประกันภัย/ใบเสร็จรับเงินของบริษัททิพยประกันภัย ซึ่งได้ระบุจำนวนเงินเอาประกันภัย 600,000 บาท ระยะเวลาประกันภัย 10 ปี เบี้ยประกันภัยสุทธิ 5,580 บาท และระบุผู้รับผลประโยชน์มีทั้งธนาคารออมสินในฐานะเจ้าหนี้เป็นลำดับแรก รองลงมาเป็นสำนักงานช.พ.ค. สกสค.ในฐานะเจ้าหนี้ และสุดท้ายชื่อญาติของตน ทำให้ตนสงสัยว่าเหตุใดบริษัท ทิพยประกันภัย จึงได้ระบุชื่อธนาคารออมสิน และสำนักงานช.พ.ค. สกสค.เป็นผู้รับผลประโยชน์ด้วยเพราะตนเป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยประกันรวมจำนวน 37,200 บาท ไม่ใช่ธนาคารออมสิน หรือสำนักงาน ช.พ.ค. สกสค. สมาชิก ช.พ.ค.คนเดิม กล่าวต่อว่านอกจากนี้ ในการชำระหนี้เงินกู้แก่ธนาคารออมสิน วงเงินกู้ 600,000 บาท ทางธนาคารออมสินได้กำหนดเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงินที่ทำกับตนอยู่แล้วว่า จะหักชำระหนี้จากเงินกองทุนฌาปนกิจ ช.พ.ค. ซึ่งเมื่อตนถึงแก่กรรมจะได้รับเงินจำนวนประมาณ 690,000 บาท มากกว่าจำนวนหนี้ ดังที่ได้กำหนดเงื่อนไขสัญญากู้ยืมเงินในข้อที่ 7 ว่า ผู้กู้จะดำเนินการให้ผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค.ยินยอมให้สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.หักเงิน ช.พ.ค. และตกลงยินยอมโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินช.พ.ค.และหรือเงินพึงได้อื่นใดที่ผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค.มีสิทธิจะได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.เมื่อผู้กู้ถึงแก่กรรม ให้แก่ผู้ให้กู้ตามจำนวนหนี้ที่ผู้กู้ค้างชำระอยู่กับผู้ให้กู้ทั้งหมด โดยให้ผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค. ทำหนังสือยินยอมและสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด เพื่อนำเงินที่ได้รับนั้นมาหักชำระหนี้ตามสัญญานี้จนเสร็จสิ้นครบถ้วน หากมีการเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค. ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ผู้กู้ยินยอมให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลเมื่อผู้กู้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ให้กู้ และสำนักงานคณะกรรมการสกสค.ทราบ และดำเนินการให้ผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค.รายใหม่มาทำหนังสือยินยอมและสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง การรับเงิน ช.พ.ค.ที่ผู้มีสิทธิจะได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.เมื่อผู้กู้ถึงแก่กรรม ให้แก่ผู้ให้กู้เพิ่มเติมให้ครบถ้วนแล้ว สมาชิก ช.พ.ค.กล่าวว่า ดังนั้น ตนจึงมีข้อสงสัยว่า แล้วเหตุใดบริษัท ทิพยประกันภัย ถึงยังได้ระบุชื่อธนาคารออมสิน และสำนักงาน ช.พ.ค. สกสค.เป็นผู้รับผลประโยชน์ด้วยอีก หรือว่ามีอะไรที่ไม่ถูกต้องแอบแฝงอยู่หรือ ไม่ เช่น หากสัญญากรมธรรม์ประกันสินเชื่อหลักในโครงการสวัสดิการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค. โครงการ 5 เป็นของบริษัท ทิพยประกันภัย ตามกฎหมายอาจทำไม่ได้ใช่หรือไม่ เพราะบริษัททิพยประกันภัย เป็นบริษัทรับประกันวินาศภัย ดังที่ น.ส.วราวรรณ เวชชสัสถ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกำกับผลิตภัณฑ์และบุคลากร สำนักงานคปภ. ได้ให้สัมภาษณ์ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่18 ตุลาคม พ.ศ.2553 ว่า กรณีข้อสงสัยเรื่องที่บริษัท ทิพยประกันภัย ซึ่งเป็นบริษัทรับประกันวินาศภัย แต่เข้ามารับประกันสินเชื่อโครงการเงินกู้ช.พ.ค.5 และ 6 นั้น ตามหลักกฎหมายแล้ว บริษัทรับประกันวินาศภัยจะเข้ามารับประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อไม่ได้ ดังนั้น จึงเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเลี่ยงระบุผู้รับผลประโยชน์เป็นธนาคารออมสิน และสำนักงาน ช.พ.ค.สกสค.ด้วยเป็นลำดับแรกๆ ซึ่งเรื่องการทำประกันเงินกู้ในโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.5 และ 6 นี้ กำลังเป็นที่กังขาและเกิดข้อสงสัยต่างๆ ในกลุ่มสมาชิก ช.พ.ค.ผู้กู้และเอาประกันภัยเพราะยังไม่เคยเห็นหน้าตากรมธรรม์เลยว่าเขียนความคุ้มครองครอบคลุมลักษณะใดไว้บ้าง จึงเกรงว่าต่อไปอีก3-4 ปีข้างหน้า จะเกิดปัญหาการเคลมสินไหมขึ้นหรือไม่ ในเมื่อถึงเวลานั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหาร สกสค. ธนาคารออมสิน และบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องไปแล้ว จึงขอเรียกร้องให้สำนักงาน คปภ.ได้มีการตรวจสอบให้ครอบคลุมประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ของสมาชิกช.พ.ค.ผู้กู้และเอาประกันภัยด้วย ด้านนางจารุพร ไวยนันท์ อดีตคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ในกรณีที่บริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด ได้เข้ามาร่วมรับทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อในโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค. โครงการ 5 ร่วมกับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นั้น โดยหลักแล้วน่าจะต้องมี 2 กรมธรรม์ เพราะตามหลักเงื่อนไขของการเอาประกันชีวิตจะมีความแตกต่างกับการเอาประกันวินาศภัย เช่น กรณีการเสียชีวิตปกติจะแตกต่างกับการเสียชีวิตจากวินาศภัย ซึ่งจะออกกรมธรรม์รวมกันไม่ได้ ส่วนกรณีข้อสงสัยเรื่องที่บริษัทรับประกันวินาศภัยจะออกกรมธรรม์ประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อในโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.โครงการ 5 และ 6 ได้หรือไม่นั้นเรื่องนี้จะต้องได้รับการพิจารณาจากสำนักงานคปภ. ซึ่งคงเป็นเรื่องยากมากที่บริษัทประกันภัยจะออกกรมธรรม์มาผิดประเภท เพราะสำนักงานคปภ.จะเป็นผู้พิจารณารายละเอียดในกรมธรรม์ว่าบริษัทประกันภัยดังกล่าวสามารถออกกรมธรรม์นั้นๆ ได้หรือไม่
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
26 ต.ค. 53
อ่าน 26324 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |