|
|
คอลัมน์: อาชีวะ...สร้างสรรค์: การสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่
คอลัมน์อาชีวะสร้างสรรค์ ในสัปดาห์นี้ขอพูดถึงโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)และมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นหน่วยงานกลางที่คอยเชื่อมต่อและกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้เกษตรกำลังจะหมดไปเพราะคนหนุ่มสาวไม่สนใจอาชีพเกษตรกรรมในขณะที่อายุเฉลี่ยของเกษตรกรกรไทยจะมีอายุมากกว่า 50 ปีและส่วนใหญ่จบการศึกษาในระดับขั้นพื้นฐานเท่านั้นและนี่ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่จะต้องร่วมกันหาทางออกโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่เกิดขึ้นมา 4 ปีแล้วโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่สร้างโอกาสให้คนหนุ่มสาวที่อยู่ในระบบการศึกษาของสถานศึกษานำร่องได้เรียนและฝึกปฏิบัติจริงจนเกิดความชำนาญในอาชีพเกษตรกรรมมีรายได้ในระหว่างเรียนจนประสบความสำเร็จและเกิดความเชื่อมั่นในการเข้าสู่อาชีพเป็นตัวอย่างความสำเร็จในเชิงประจักษ์ที่สามารถสัมผัสได้จริงของผู้เรียนโดยกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมโครงการนี้นอกจากเป็นเยาวชนที่อยู่ระหว่างเรียนในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตามหลักสูตรและกรอบของโครงการแล้วยังมีบุคคลทั่วไปที่สนใจสมัครเข้าสู่กระบวนการฝึกอบรมตามระยะเวลาที่กำหนดเมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับโอกาสในการเข้าทดลองทำประโยชน์และประเมินผลเพื่อรับสิทธิ์ทำกินในที่ดินของส.ป.ก. ต่อไปโดยระหว่างวันที่ 20-24 มิถุนายนที่ผ่านมามีการนำเสนอนิทรรศการของโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ในงานมหกรรมวิชาการสกว. ที่เมืองทองธานีเพื่อเป็นบทพิสูจน์และยืนยันถึงความสำเร็จของโครงการได้เป็นอย่างดีซึ่งนายชัยพฤกษ์เสรีรักษ์เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.)ได้ไปเยี่ยมชมภายในงานนี้โดยมีสถานศึกษานำร่องได้ร่วมในนิทรรศการนี้หลายแห่งแต่จะขอยกตัวอย่างเพียงบางส่วนดังนี้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมาจัดรูปแบบการจัดการศึกษาโดยใช้หลักสูตรอศ.กช. (การจัดการอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาชนบท) ซึ่งเป็นวิธีการเรียนแบบพบกลุ่มร่วมกับการประกอบอาชีพจริงในพื้นที่ทำกินโดยมีครูผู้สอนเป็นผู้จัดกระบวนการและเติมเต็มในส่วนของเนื้อหาวิชาการและทักษะการประกอบอาชีพจนวันนี้พวกเขาได้รับการประเมินเพื่อรับเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินของส.ป.ก. รวมทั้งพัฒนาผลผลิตสู่การรับรองมาตรฐานวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคามเน้นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่มิได้ตีกรอบอยู่เพียงแค่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยมแต่ใช้ข้าวโพดเป็นตัวเดินเรื่องเพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติตั้งแต่เริ่มวางแผนผลิตแปรรูปและจำหน่ายด้วยตนเองลองผิดลองถูกบนพื้นฐานหลักวิชาการสามารถนำความรู้ที่ได้ตามหลักวิชาการมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่และบริบทของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แนวคิดห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการโนนดินแดง ตอบโจทย์การจัดการศึกษาเพื่อชุมชนอย่างแท้จริงโดยนำประเด็นปัญหาของชุมชนมาเป็นบทเรียนของนักศึกษาสาขาอุตสาหกรรมเกษตรที่จะได้เรียนรู้กระบวนการผลิตและแปรรูปเสาวรสรวมทั้งค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นที่เพาะปลูกเพื่อพัฒนาต่อยอดให้สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรในชุมชนในอ.โนนดินแดงและพื้นที่ใกล้เคียงและวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานีใช้โครงการอาชีพเป็นฐานในการเรียนรู้จากการปลูกข้าวพัฒนาสู่ข้าวกล้องและข้าวกล้องงอกผลิตได้ขายเป็นโดยมีครูผู้สอนเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำ ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
| โพสเมื่อ : 28 มิ.ย. 55 อ่าน 1914 ครั้ง คำค้นหา : |