ลุ้นยอดรับ’อาชีวะ’โค้งสุดท้าย หลักสูตรภาษา ขยาย ป.ตรีฉุดยอดทุ่ม 2 พันล. ยกเครื่องคุณภาพ




      

ลุ้นยอดรับ'อาชีวะ'โค้งสุดท้าย หลักสูตรภาษา ขยาย ป.ตรีฉุดยอดทุ่ม 2 พันล. ยกเครื่องคุณภาพ

 

          นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยผลการรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประจำปีการศึกษา 2555 รอบแรก ระหว่างวันที่ 16-20 มีนาคม และรอบสองเปิดรับถึง 27 เมษายนซึ่งในภาพรวมขณะนี้ยังไม่ถึงเป้า ดังนั้นนักเรียนที่ยังไม่ตัดสินใจยังสามารถสมัครได้จนถึงก่อนเปิดภาคเรียนในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตามมีบางสาขาที่ขณะนี้ยอดรับเกินเป้า เช่น สาขาทางด้านช่าง หลักสูตรภาษาอังกฤษที่เพิ่งเปิดปีนี้เป็นปีแรก และวิทยาลัยอาชีวะบางแห่งถึงเป้าแล้ว ซึ่งเมื่อเทียบตัวเลขกับปีที่ผ่านมาในช่วงเดียวกันยอดปีนี้สูงกว่าเล็กน้อย โดย ปวช.คาดว่าจะเป็นไปตามเป้า คือ 191,485 คน ส่วน ปวส.ที่ตั้งไว้ 138,485 คน น่าจะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ เนื่องจากเด็กที่จบ ปวช.ส่วนใหญ่ไปเรียนต่อปริญญาตรีซึ่งใช้เวลาเรียน 4 ปีจบ แต่จบ ปวส.แล้วไปต่อปริญญาตรีต้องเรียนอีก 2 ปีครึ่งตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดซึ่งทำให้เสียเวลา  ซึ่งตอนนี้ได้มีการประสานไปยังราชมงคลที่รับเด็ก ปวส.ไปเรียนให้ปรับเวลาเรียนให้จบแค่สองปี ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่จะดึงเด็กให้มาเรียนอาชีวะมากขึ้น และอีกช่องทางหนึ่งคือการเปิดปริญญาตรีในสายปฏิบัติในสถาบันอาชีวะ เพื่อผลิตช่างเทคนิคระดับสูงจบแล้วมีงานทำ ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เด็กมาเรียนอาชีวะมากขึ้น  แต่ไม่ใช่เป้าหมายโดยตรง เป้าหมายของอาชีวะคือการผลิตแรงงานฝีมือซึ่งยังขาดแคลนจำนวนมาก ดังนั้นโจทย์ของอาชีวะคือทำอย่างไรที่จะให้คนเห็นความสำคัญของการเรียนสายอาชีพและหันมาเรียนสายนี้มากขึ้น
          ตอนนี้นอกจากปัญหาจำนวนเด็กที่เข้ามาเรียนแล้ว ยังมีปัญหาการออกกลางคัน ทำให้เด็กสูญเสียโอกาสก็พยายามจัดระบบให้เด็กซึมซาบและอยู่นานที่สุดจนเรียนจบ จบแล้วเข้าสู่ตลาดงานได้ทันที ส่วนคนที่อยากจะเรียนต่อก็มีช่องทางให้ และก็เสริมความเข้มข้นทางวิชาการ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน สถานศึกษาและคุณภาพครู อย่างคุณภาพผู้เรียนก็ต้องบอกได้ว่าสาขาไหนที่เก่ง สาขาไหนที่ยังอ่อนซึ่งในภาพรวมเชิงนโยบายยังไม่มีฐานข้อมูลส่วนด้านการปฏิบัติก็จะเน้นหลักสูตรอิงสมรรถนะ ครูจะต้องจัดการเรียนการสอนให้ได้ตามหลักสูตร และเด็กที่จบออกไปจะต้องมีสมรรถนะตามที่กำหนดซึ่งที่ผ่านมาในระดับห้องเรียนและระดับสถานศึกษาไม่มีปัญหา แต่พอมาดูภาพรวมเพื่อจะวางแผนขับเคลื่อนทั้งระบบปรากฏว่าไม่มีฐานข้อมูลตรงนี้ นายชัยพฤกษ์กล่าว
          เลขาธิการ กอศ.กล่าวว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องรีบเร่งดำเนินการในเรื่องคุณภาพอาชีวะ โดยเฉพาะในเรื่องของระบบฐานข้อมูลต่างๆ ตอนนี้ที่ทำได้ก่อนคือ การสอบและประเมินผลวีเน็ตของนักเรียนทุกคนทั้ง ปวช.และ ปวส. เพื่อดูว่าเด็กแต่ละคนอ่อนในด้านใด ไม่ใช่แค่จบแล้วเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ต่อไปจะต้องทำให้เด็กที่เข้ามาเรียนแล้วไม่ออกกลางคัน ต้องมีกระบวนการที่ทำให้เด็กเรียนจนจบอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานสมรรถนะของหลักสูตรและเมื่อทำงานก็มีการวัดสมรรถนะฝีมือตามคุณวุฒิวิชาชีพก็จะได้เงินเดือนตามทักษะความสามารถไม่ผูกติดกับวุฒิการศึกษาซึ่งทำให้คนที่เข้ามาเรียนรวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองได้มั่นใจในอาชีวศึกษามากขึ้น ส่วนเรื่องที่สองคุณภาพของสถานศึกษา วิทยาลัยที่ยังอ่อนก็ต้องปรับโดยใช้ผลการประเมินของสมศ.มาเป็นเกณฑ์ และเรื่องที่สามคุณภาพของครูอาชีวะและการขาดแคลนครูที่มีฝีมือ ทำให้หลายแห่งต้องดึงงบจัดซื้ออุปกรณ์การสอนไปจ้างครูทำให้เด็กขาดอุปกรณ์การเรียน ซึ่งปัจจุบันมีครูจ้างสอนอยู่ประมาณ 800 คนจากครูทั้งหมด 24,000 คน ซึ่งครูเหล่านี้รู้สึกไม่มั่นคงในอาชีพตอนนี้กำลังหารือกับรัฐมนตรีเพื่อหาทางช่วยเหลือครูกลุ่มนี้ ส่วนเรื่องคุณภาพก็จะเน้นในเรื่องวิชาครูให้มากขึ้น เช่น การทำหลักสูตรให้เหมาะกับพื้นที่ เทคนิคการสอน การประเมินผลผู้เรียน จิตวิทยาผู้เรียนและการทำกิจกรรมร่วมกับสถานประกอบการ เพราะฉะนั้นภาพของอาชีวะต่อไปจะต้องพูดถึงคุณภาพของผู้เรียนและวัฒนธรรมคุณภาพ ซึ่งตั้งงบที่จะทำในเรื่องคุณภาพทั้งหมดไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท หากเป็นไปตามแผนน่าจะทำให้คนสนใจมาเรียนสายอาชีพมากขึ้น สุดท้ายเลขาธิการ กอศ.กล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการจัดการศึกษาเพื่อรับประชาคมอาเซียน

                      --มติชน ฉบับวันที่ 2 พ.ค. 2555 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 01 พ.ค. 55   อ่าน 2178 ครั้ง      คำค้นหา : อาชีวะ , หลักสูตรภาษา , คณะกรรมการการอาชีวศึกษา , ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง , ประกาศนียบัตรวิชาชีพ