แนะให้เวลา "ครู" เรียนรู้มากขึ้นชี้เหตุ "สูงอายุ"




      

แนะให้เวลา ครู เรียนรู้มากขึ้นชี้เหตุ สูงอายุ

 

          นักวิชาการห่วงความพร้อมครู ป.1 โครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน เผยครู ป.1 ส่วนใหญ่สูงอายุ แนะกระทรวงศึกษาฯให้เวลาครูเรียนรู้มากขึ้น ขณะที่ สพฐ. ยอมรับ ครูสูงอายุ เป็นปัญหาการเรียนรู้แบบใหม่ เดินหน้าอบรมครูขั้นเทพ ชี้ศึกษานิเทศก์ 1 คน ต้องอบรมครู 100 คน
          ความพร้อมในการอบรมครูเพื่อการเรียนการสอน ป.1 ก่อนที่เครื่องแทบเล็ตจะมาถึงยังเป็นประเด็นถกเถียง นายฤทธิชัย อ่อนมิ่ง ผู้อำนวยการสำนักสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะผู้ร่วมดำเนินโครงการศึกษาผลกระทบการใช้แทบเล็ต กล่าวว่า การที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะดำเนินการเรื่องแทบเล็ตโดยที่ยังไม่ได้รอผลการศึกษาของ มศว เนื่องจากนโยบายรัฐบาลกำหนดว่าต้องแจกแทบเล็ตทั่วประเทศ ต้องใช้ในภาคเรียนที่ 1 ต้องเร่งดำเนินการให้สำเร็จ
          ดังนั้น ในฐานะตัวแทน มศว ต้องเข้ามาทำงานคู่ขนานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงเข้ามาเสนอแนะว่า สิ่งใดบ้างที่จะเป็นอุปสรรคและปัญหาที่เกิดจากการดำเนินโครงการแทบเล็ต เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย ตามที่ มศว ได้ลงพื้นที่ไปศึกษาใน 5 โรงเรียนนำร่อง
          เขาเสนอว่าหัวใจสำคัญของการนำแทบเล็ตมาใช้แก่เด็ก ป.1 ต้องให้ความสำคัญกับรูปแบบการสอนที่เหมาะสม เพราะยังเป็นคำถามของสังคมอยู่ ว่านำมาใช้แล้วมันเหมาะสมไหม รูปแบบการสอนจะเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่นเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจ เรื่องวิธีการใช้เครื่องแทบเล็ต หรือแม้แต่เรื่องศูนย์บริการเป็นเพียงตัวสนับสนุนเท่านั้น
          จี้เน้นความพร้อมของครู ป.1
          นายฤทธิชัย กล่าวว่าครูจะใช้แทบเล็ตเป็นสื่อการสอน ต้องทำความเข้าใจก่อน เพราะไม่ได้ทำงานด้วยตัวเองได้อย่างเดียว ต้องมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ต้องมีโครงสร้างพื้นที่อื่นๆ รองรับ โรงเรียนแต่ละแห่งยังมีไม่เท่ากันเลย บางโรงเรียนก็พร้อม แต่บางแห่งแม้แต่ไฟฟ้ายังไม่มี จะเอาไฟที่ไหนชาร์จแบตเตอรี่
          ดังนั้น ความพร้อมที่ไม่เท่ากันของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครูและโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้ผลของการใช้แทบเล็ตมีทั้งพร้อมและไม่พร้อม ซึ่งไม่น่าจะประสบความสำเร็จ
          หัวใจสำคัญที่สุดผมมองว่าทุกวันนี้ครู ยังไม่ค่อยพร้อมเรื่องการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะครู ป.1 ที่มีอายุมาก จะไม่ถนัด เมื่อต้องนำมาใช้ก็จะเป็นทุกข์มากกว่าเป็นสุข ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อครูใช้แทบเล็ตไม่คล่อง และไม่เข้าใจมันดีพอ การเรียนการสอนที่เคยสอนคาบละ 50 นาทีก็จะช้า สพฐ.ควรให้เวลาครูมากกว่านี้ในการใช้แทบเล็ตจนกว่าจะคล่องตัวจึงเริ่มสอนจริงมิเช่นนั้นจะเกิดปัญหาตามมา เช่น เด็กอาจจะไม่เชื่อถือครู ผลการใช้งานก็จะล้มเหลวได้
          สพฐ.เดินหน้าเร่งอบรมครูวิทยากร
          ด้านนายเอนก รัตปิยะภาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า การเตรียมพร้อมของครู ป.1ที่จะใช้แทบเล็ตจะเริ่มขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ได้รับเครื่องแทบเล็ตล็อตแรก และมีวิทยากรแกนนำขั้นเทพ 100 คน ไปจัดอบรมศึกษานิเทศก์ จำนวน 549 คน จากเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ 183 เขตก่อน โดยศึกษานิเทศก์เขตหนึ่งจะมี 3 คน หลังจากผ่านการอบรมแล้วศึกษานิเทศก์ต้องตั้งคณะทำงานของตัวเอง เพื่อไปจัดอบรมให้แก่ครู ป.1 อย่างน้อย 100 คนต่อศึกษานิเทศก์ 1 คน หรืออาจจะมากกว่านั้น กรณีเขตพื้นที่ของตัวเองมีครูชั้นป.1 มาก การอบรมครูศึกษานิเทศก์แต่ละเขต ต้องอบรมครูให้ได้ 300 คน
          ในเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตจะดูแลโรงเรียนประมาณ 100 - 300 แห่ง เมื่อศึกษานิเทศก์ผ่านการอบรมก็กลับมาตั้งคณะทำงานเพื่ออบรมครู ป.1 เนื้อหาในการอบรมครูจะดูว่าตัวแทบเล็ตมีแอพพลิเคชั่นอะไรบ้าง มีเนื้อหาอะไรบ้าง และการเอาเนื้อหาไปสอนครู ป.1 เพื่อสอนนักเรียนจะมีการบูรณาการ
          เขาบอกว่าต้องเน้นความพร้อมของครู เพราะการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน ครูยังต้องเป็นบุคคลสำคัญ หนังสือเรียนเป็นอันดับสอง ส่วนแทบเล็ตเป็นแค่เครื่องมือที่เอามาเสริมการสอนเท่านั้น จะไม่เน้นว่าแทบเล็ตไปแทนครู ดังนั้นศึกษานิเทศก์ต้องเน้นย้ำกับครู ว่าครูยังต้องเป็นคนกำกับการเรียนการสอน ต้องชี้ทักษะด้านไอซีที เพื่อใช้ในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีเนื้อหาให้ค้นคว้าในอินเทอร์เน็ตเยอะมาก
          ในส่วนของตัวเนื้อหาแทบเล็ต สิ่งที่จำเป็นคือ ครูต้องรู้มากกว่านักเรียน ดังนั้นแอพพลิเคชั่นต่างๆ ต้องฝึกใช้ให้ชำนาญ ต้องรู้เท่าทันการใช้งาน ศึกษานิเทศก์ต้องแนะนำครูเรื่องจริยธรรมการใช้อินเทอร์เน็ตด้วย ถ้าปล่อยละเลย อาจจะเหมือนกรณีครูอังคณาต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เด็กไปไกลและไปได้เร็วมากในเรื่องของเทคโนโลยี
          ยอมรับ ครูสูงอายุ ปัญหาใหญ่
          นายอเนก กล่าวว่า ปัญหาที่สพฐ.รู้อยู่แล้วคือ ส่วนใหญ่ครูที่สอนชั้นป.1 เป็นครูสูงอายุเฉลี่ย 40-50 ปีมี ประมาณ 60 -70% ทำให้ความจำเชื่องช้าลง อาจจะได้หน้าลืมหลัง เป็นเรื่องที่ สพฐ.ห่วง เพราะทราบดีว่าการอบรมเทคโนโลยีกับครูที่สูงอายุ ต้องเน้น ย้ำ ซ้ำหลายๆ รอบ ที่ผ่านมาเคยมีการอบรม พบว่าครูส่วนใหญ่จะจำได้เฉพาะวันที่อบรมเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะลืม
          เรื่องครูเป็นเรื่องที่เราเข้าใจดี เมื่อศึกษานิเทศก์ที่อบรมครูก็ต้องมีครูสอนคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนนั้นๆ มาร่วมอบรมด้วย เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้กับครูป.1 กรณีที่ได้นำไปใช้จริงแล้ว ส่วนที่มีนักวิชาการมหาวิทยาลัยแนะนำให้แต่ละห้องเรียนมีผู้ช่วยครูประจำ ตนมองว่าหากเป็นเช่นนั้นก็จะช่วยลดภาระให้กับครูได้ แต่ในความเป็นจริง สพฐ.ไม่มีงบประมาณมากพอที่จะจ้างคนเพิ่มได้มากถึง 3 หมื่นคน นายเอนก กล่าว
          นายเอนก กล่าวว่าการมีครูดูแลเรื่องเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ สพฐ.คิดไว้คือจะให้เจ้าหน้าที่วิทยบูรณากร ซึ่งประจำอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษา 2-3 คน ทำหน้าที่เกี่ยวกับด้านไอทีทั้งหมด ก็จะลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนที่มีปัญหาเรื่องการใช้งาน ก็จะคอยให้ความช่วยเหลือ
          ขณะเดียวกันก็จะมีศึกษานิเทศก์ แม้จะไม่เก่งเรื่องไอที แต่หัวใจของศึกษานิเทศก์คืองานวิชาการที่จะแนะนำเรื่องกระบวนการเรียนการสอน การวัดผล ประเมินผลเพิ่มเติมให้แก่ครู แต่ 5 โรงเรียนนำร่องใน มศว ทำการศึกษามีการจ้างผู้ช่วยครูไปประจำ
          ผมมองว่าครูไม่ได้ใช้แทบเล็ตสอนทั้งวัน ถ้ามีการจ้างผู้ช่วยครู ชั่วโมงเรียนวิชาเกษตรหรือวิชาฝึกปฏิบัติอื่นๆ ผู้ช่วยครูที่จ้างมาก็จะไม่ได้ทำอะไรเลย จึงไม่จำเป็น นายเอนก กล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



โพสเมื่อ : 30 เม.ย. 55   อ่าน 1827 ครั้ง      คำค้นหา :