เครือข่ายเยาวชนค้านยุบสมศ. ชี้สทศ.น่าถูกยุบมากกว่า




      

เครือข่ายเยาวชนค้านยุบสมศ. ชี้สทศ.น่าถูกยุบมากกว่า

 

          จากการประชุม เครือข่ายเยาวชนคุณภาพ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 56 ที่โรงแรมบางกอกชฎา นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภประธานเครือข่ายยุวทัศน์ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตามที่มีนักวิชาการออกมาเรียกร้องให้ยุบสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) นั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า สมศ.มีหน้าที่ประเมินสถานศึกษาซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการทำให้ระบบการศึกษาเสื่อมถอย อีกทั้ง สมศ.ไม่ได้มีหน้าที่ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาแต่อย่างใด ตนเห็นว่าการทำให้ระบบการศึกษาไทยดีขึ้นเป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่จะพัฒนาโรงเรียนทุกแห่งอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่เลือกพัฒนาเฉพาะโรงเรียนในกรุงเทพฯ หรือโรงเรียนในเขตเมืองเท่านั้น
          ผมเห็นว่า สมศ.มีความสำคัญต่อระบบการศึกษา ซึ่งมีประสบการณ์ว่าโรงเรียนที่เรียนอยู่ไม่ผ่านการรับรองคุณภาพภายนอกทั้ง 3 รอบ ส่งผลให้ไม่สามารถสมัครเข้าเรียนระบบพรีดีกรีซึ่งเป็นระบบการเรียนการสอนเพื่อเตรียมศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือศึกษาเป็นรายกระบวนวิชาโดยไม่รับปริญญา ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ โดยมหาวิทยาลัยให้เหตุผลว่าโรงเรียนของผมถูกขึ้นบัญชีดำ ทำให้ผมตระหนักถึงความสำคัญของการประกันคุณภาพสถานศึกษามากขึ้น และอยากเรียกร้องให้เพื่อนพี่น้องนักเรียนหันมาสนใจเรื่องที่จะส่งผลกระทบต่อการศึกษาของเราโดยตรงด้วย โดยขณะนี้ผมและเครือข่ายได้พยายามประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนหันกลับมาตรวจสอบโรงเรียนที่ตนเองเรียนอยู่ว่าได้รับการรับรองคุณภาพหรือไม่ รวมถึงในการเรียนมหาวิทยาลัยก็เช่นกัน นักเรียนจะต้องตรวจสอบว่า มหาวิทยาลัยที่จะเข้าศึกษาต่อได้รับการรับรองจาก สมศ.หรือไม่ หลักสูตรที่จะเลือกเรียนได้ผ่านการรับทราบโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) หรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ถือเป็นหน้าที่ของผู้เรียนที่ควรตรวจสอบเพื่อเป็นหลักประกันเบื้องต้นในการศึกษาของตัวเอง นายพชรพรรษ์กล่าว
          นายธนายุทธ สิงหเสนี รองประธานเครือข่ายยุวทัศน์ กล่าวว่า เชื่อว่านักเรียนส่วนใหญ่เห็นว่าหน่วยงานที่ควรยุบคือ สำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ  (สทศ.) มาก กว่า เพราะปัจจุบันข้อสอบของ สทศ.ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษาไทยมาก เช่น การเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต้องใช้คะแนนการทดสอบความถนัดทั่วไป หรือ แกต และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ แพต ทำให้เด็กและผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทดสอบเป็นจำนวนมาก ซึ่งเด็กต่างจังหวัดบางส่วนไม่มีกำลังทรัพย์เท่ากับเด็กในเมืองก็อาจไม่ได้ทดสอบแกต/แพต ทำให้หมดโอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัยได้ ดังนั้นข้อเสนอเบื้องต้นคืออยากให้การทดสอบต่าง ๆ ของ สทศ.ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



โพสเมื่อ : 17 ม.ค. 56   อ่าน 1788 ครั้ง      คำค้นหา :