"การศึกษาข้ามพรมแดนได้หรือเสีย" รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล" รองเลขาฯกกอ.
การศึกษาข้ามพรมแดนได้หรือเสีย รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล รองเลขาฯกกอ.
ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ รายงาน
เก้าอี้หลายร้อยถูกนำมาจัดเรียงไว้ในห้องประชุมขนาดใหญ่ โรงแรมอโณมา เพื่อเตรียมต้อนรับการศึกษามาประชุมสัมมนา ภายใต้หัวข้อ การกำหนดทิศทางการจัดการศึกษาข้ามชาติ/ ข้ามพรมแดน (Transnation Education) เพื่อเตรียมการเข้าสู่ปีชาคมอาเซียนโดยดร.เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวเปิดตอนหนึ่งว่า การศึกษาข้ามพรมแดน/การศึกษาข้ามชาติ หลายประเทศมีความเจริญก้าวหน้า และขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วทั้งรูปแบบ อนุญาตให้ต่างประเทศเปิดวิทยาเขตสาขาในประเทศของตนเอง การไปจัดการศึกษาทางไกล หรือการศึกษาออนไลน์ทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย สามารถทำรายได้เข้าประเทศจากผลพวงการจัดการศึกษาปีละจำนวนมาก แต่ภาพที่ปรากฏในประเทศไทยมีให้เห็นน้อยมาก ผมว่าวันนี้ที่ไทยเรายังคงไม่ไปถึงไหน เพราะการจัดการศึกษาไม่มีระบบ ต้องสร้างระบบขึ้นมา โดยเริ่มจากให้มหาวิทยาลัยคุยกัน ทำงานร่วมกัน ถึงแม้เวลาแล้วที่การศึกษาไทยต้องบุกตลาดการศึกษาต่างประเทศ และหลังจากนี้ทางสภาการศึกษาจะประสานขอความร่วมมือไปยังกระทรวงพาณิชย์ช่วยจัดการศึกษาในเชิงพาณิชย์ต่อไป เลขาธิการสภาการศึกษา อธิบาย ทันทีที่ เลขาธิการสภาการศึกษากล่าวเปิดการประชุมเสร็จสิ้น ผู้คร่ำหวอดการศึกษาต่างแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) รศ.ดร เปรื่อง กิจรัตน์ภรอธิบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ โชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า การเปิดเสรีการศึกษา หมายถึงการเปิดสถาบันการศึกษาเพื่อจัดให้มีการเรียนการสอนของต่างประเทศซึ่งสามารถเปิดได้ แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดชัดเจนว่า ผู้ดำเนินการจะต้องเป็นคนไทย หรือ คนไทยจะต้องถือหุ้นมากกว่า 50% ขึ้นไป ในกรณีการจัดการศึกษาข้ามชาติ หมายความว่า ต่างชาติต้องเข้ามาตั้งสถานศึกษาเอง ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการเปิดใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเปิดไม่ได้ หากจะเปิดเสรีการศึกษาจริง ๆ ต้องทำตามข้อกฏหมาย ก่อนหน้ามีโอกาสได้พูดคุยกับนักการศึกษาประเทศสหรัฐอเมริกาที่จะเข้ามาเปิดสถานศึกษาในไทยบอกว่า มีความคิดจะเปิดมหาวิทยาลัยในประเทศไทยในแบรนด์ของสหรัฐเอง เป้าหมายเพื่อดึงนักศึกษาประเทศใกล้บ้านอย่างลาว พม่า มาเลเซีย ฯลฯ เข้ามา แต่คนไทยไม่ใช่เป็นเป้าหมายของเขาเลย สหรัฐจะนำพลเมืองของเขาเองมาศึกษาที่เมืองไทย เพราะถ้าหากเรียนที่สหรัฐค่าเทอมในแต่ละปีประมาณ 4.5 แสนบาท ถ้าเป็นที่เมืองไทยราคาลดลงกว่านี้เยอะ วันนี้ รองเลขาธิการกกอ. เป็นกังวลว่าการที่จะเปิดเสรีการศึกษาจริง ๆ แล้วประเทศไทยได้ประโยชน์หรือเสีย ประโยชน์มากกว่ากัน ถ้าพูดถึงการศึกษาอาเซียน จะมองถึงเรื่องพาณิชย์ไม่ได้ สิ่งทีสำคัญกว่านั้นคือ เรื่องคุณภาพ เพราะในโลกอนาคตข้างหน้าการเลือกสถานที่ศึกษาจะเป็นเหมือนเดิมการเข้าฟู้ดฮอลล์ บางร้านคนต่อแถวรอซื้อเยอะมากแต่บางร้านไม่มีคนเลย ตรงนี้โจทย์ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยแล้วว่าจะรักษาหรือเพิ่มมาตรฐานอย่างไร โดยเฉพาะสภามหาวิทยาลัยควรจะมีบทบาทในการออกหลักสูตรและรับผิดชอบในคุณภาพหลักสูตร เช่นเดียวกันหลักสูตรต่างประเทศไทยในไทย สภามหาวิทยาลัยต้องตรวจสอบหลักสูตรนี้ด้วย รองเลขาธิการกกอ.กล่าว ส่วนความคิดเห็นของนักวิชาการที่เหลือข้างต้น ยังมีให้ติดตามต่อใน ฉบับ Tabloid Education 2012 นสพ. คมชัดลึก วางแผนทุกวัน พฤหัสบดีที่ 2 และ 4 ของเดือน ห้ามพลาด!! นักศึกษาประเทศสหรัฐอเมริกาที่จะเข้ามาเปิดสถานศึกษาในไทยบอกว่า มีความคิดที่จะมาเปิดมหาวิทยาลัยในประเทศไทยในแบรนด์ของสหรัฐเอง เป้าหมายเพื่อดึงนักศึกษาประเทศใกล้บ้านอย่าง ลาว พม่า มาเลเซีย ฯลฯ เข้ามา แต่คนไทยไม่ใข่เป็นเป้าหมาย
--คมชัดลึก ฉบับวันที่ 20 ก.พ. 2555 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
20 ก.พ. 55
อ่าน 44468 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |