’คลัง’ค้านตั้ง4สถาบันอาชีวะนำร่อง




      

'คลัง'ค้านตั้ง4สถาบันอาชีวะนำร่อง

         ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้นำเสนอโครงการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษานำร่องใน 4 ภูมิภาค ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2554 โดยได้เสนอร่างกฎกระทรวงการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา 4 ฉบับ ได้แก่ 1. ร่างกฎกระทรวงการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาเทคโนโลยีการเกษตรพิจิตร 2. ร่างกฎกระทรวงการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาอุตสาหกรรมยานยนต์อุบลราชธานี  3. ร่างกฎกระทรวงการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาเทคโนโลยีการจัดการโรงแรมกรุงเทพ และ 4.ร่างกฎกระทรวงการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาพาณิชยนาวีนครศรีธรรมราช นั้น
          ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ตนได้เห็นมติ ครม.ดังกล่าวแล้ว ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า ครม.ต้องการให้ ศธ.ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และให้การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาเกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันโดยจัดตั้งในลักษณะการรวมกลุ่มสถาบัน  และทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่าเห็นควรให้จัดตั้งโดยการรวมกลุ่มสถานศึกษา ที่สำคัญกระทรวงการคลังโดยนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ให้ความเห็นว่ากรณีนี้เป็นการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ซึ่งจะทำให้รัฐต้องรับภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายสำนักงาน เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง รวมถึงค่าตอบแทนบุคลากร ประกอบกับมติ ครม. วันที่ 7 ก.ย. 2553 ได้เห็นชอบการขยายเวลามาตรการระงับการขอ
          ตั้งหน่วยงานใหม่หรือขยายส่วนราชการ ดังนั้นการเสนอจัดตั้ง 4 สถาบันนี้จึงไม่เป็นไปตามมติครม.และไม่เห็นสมควรอนุมัติ
          อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้บอร์ดกอศ.ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีมติให้มีการจัดตั้งสถาบันแบบรวมกลุ่มจังหวัด 10 สถาบันก่อนตามคำแนะนำของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยไม่เห็นด้วยกับการยกฐานะของสถานศึกษาขึ้นเป็นสถาบันเฉพาะทาง ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลมองเห็นผลประโยชน์ของการจัดการอาชีวศึกษาของประเทศชาติเป็นสำคัญด้วยการใช้ทรัพยากรร่วมกันและพิจารณาสภาพความพร้อมของสถานศึกษา สภาพเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่จะมาร่วมจัดการศึกษาด้วย ประธานบอร์ดกอศ.กล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.ได้มีมติ 1. เห็นชอบในหลักการให้มีการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาทางด้านเกษตร อุตสาหกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีการจัดการโรงแรม และพาณิชยนาวี โดยควรให้มีการกระจายไปทุกภาคของประเทศ2. มอบให้ ศธ.จัดทำแผนการใช้ทรัพยากรร่วมกันของสถาบันการอาชีวศึกษาที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ในกลุ่มสถาบันที่มีลักษณะและประเภทเดียวกัน ทั้งด้านสถานศึกษา บุคลากร หลักสูตรการเรียนการสอน งบประมาณ และการบริหารจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกันได้ ทั้งนี้การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และ 3. เมื่อศธ.ดำเนินการตามข้อ 2. แล้วให้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาดำเนินการยกร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาดังกล่าว แล้วนำเสนอ ครม.พิจารณาอีกครั้ง.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



โพสเมื่อ : 18 พ.ค. 54   อ่าน 46824 ครั้ง      คำค้นหา :