กพฐ.รับลูกสอบรร.ดังรีดแป๊ะเจี๊ยะ’ภตช.’โต้ฝากเด็กจี้ดำเนินคดี’ผอ.’
กพฐ.รับลูกสอบรร.ดังรีดแป๊ะเจี๊ยะ'ภตช.'โต้ฝากเด็กจี้ดำเนินคดี'ผอ.'
กพฐ. สั่งตรวจสอบโรงเรียนรีดแป๊ะเจี๊ยะ หวั่นตีความการสละสิทธิคลาดเคลื่อน ภตช. เผยมีหลักฐานแน่นเอาผิดโรงเรียนดังแฉใช้วิธีซิกแซ็กให้นร.ย้ายไปฝากชื่อโรงเรียนอื่นรอให้เรื่องเงียบก่อนย้ายกลับมาภายหลัง เตรียมแจ้งความเอาผิด ผอ. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.54 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงกรณีภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.) พร้อมด้วยนักเรียนและผู้ปกครองให้ตรวจสอบการรับนักเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า และล่าสุดผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าได้ออกมาชี้แจงว่าดำเนินการด้วยความโปร่งใส ว่า กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นมีหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติของการรับนักเรียนชั้นม.1 และ ม.4 หลายเงื่อนไข โดยเฉพาะประเด็นการสละสิทธิของเด็กอาจมีการตีความคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นตนได้มอบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป ทั้งนี้ตนได้รับรายงานว่าการรับนักเรียนชั้น ม.4 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้ามีขั้นตอนการดำเนินการ2 วิธี ได้แก่ การรับเด็กที่จบชั้น ม.3 ต่อ ม.4 โรงเรียนเดิม ร้อยละ 80 และสอบคัดเลือกทั่วไปร้อยละ 20 โดยมีเด็กที่สละสิทธิต่อ ม.4 โรงเรียนเดิม ดังนั้นเมื่อมีการสละสิทธิเกิดขึ้นและทางโรงเรียนได้เรียกเด็กจากบัญชีสำรองบัญชีไหนขึ้นมานั้นคงต้องไปตรวจสอบข้อเท็จริงอย่างละเอียดต่อไป เด็กที่มาร้องเรียนเป็นเด็กที่คะแนนไม่ถึงตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ และไม่อยู่ในกลุ่มที่สามารถเรียนต่อ ม.4 ได้อัตโนมัติ ซึ่งเด็กจะต้องมาสอบในโควตาทั่วไป และเมื่อสอบแล้วเด็กยังอยู่ในลำดับสำรองอยู่ โดยนักเรียนคนอื่นที่ถูกเรียกไปก็อยู่ในลำดับสำรองเช่นเดียวกันแต่ก็เข้าใจว่าทางโรงเรียนต้องพิจารณาจากคะแนนสะสมและการขึ้นบัญชีซึ่งประเด็นนี้อาจมีการตีความคลาดเคลื่อนได้จึงต้องขอให้เขตพื้นที่การศึกษาตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง เลขาธิการ กพฐ. กล่าว นายสรายุทธ ฟูทรัพย์นิรันดร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กล่าวว่า ทางโรงเรียนไม่สามารถรับเด็กคนดังกล่าวเข้าเรียนได้เพราะขณะนี้ห้องเรียนเต็มหมดแล้ว และทุกอย่างต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ด้าน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) กล่าวยืนยันว่าหลักฐานที่ตนได้มาเป็นหลักฐานที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยหลักฐานที่ประกาศรายชื่อผู้สอบได้และหลักฐานที่เรียกเข้าเรียน เป็นการเรียกกระโดดข้ามไป อีกทั้งโรงเรียนยังซิกแซ็กให้นักเรียนย้ายไปเรียนสายอื่น และเท่าที่ทราบมีการฝากชื่อไว้กับโรงเรียนอื่นเพื่อให้เรื่องซาก่อนแล้วค่อยย้ายชื่อกลับมาภายหลังเพราะตอนนี้ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เป็นรมว.ศึกษาธิการ รักษาการ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก น่าจะให้ความเป็นธรรมกับนักเรียนที่มีสิทธิได้เข้าไปเรียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามสิทธิอันชอบธรรมที่เขาจะได้รับ อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากให้เรื่องนี้บานปลายจนเกิดความเสื่อมเสียกับนโยบายของรัฐ แต่ก็เป็นเรื่องความยุติธรรมที่เด็กจะได้รับ แต่ทางโรงเรียนก็ยังยืนยันว่าทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ถูกต้อง นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่โรงเรียนระบุว่าตนได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ฝากนักเรียนคนดังกล่าวเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมฯนั้น ทางโรงเรียนก็ต้องทำแบบนี้อยู่แล้ว เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง ถ้ายังแก้ปัญหาเรื่องเก่าไม่ได้ก็ต้องใส่ไฟให้กับคนอื่น สังคมไทยก็เป็นเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม หนังสือที่ตนขอความอนุเคราะห์ไปยังโรงเรียนเตรียมฯ ก็เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้โรงเรียนดำรงความยุติธรรมตามสิทธิที่เด็กจะได้รับ แต่ไม่ได้ขอความอนุเคราะห์เพื่อฝากเด็ก คิดว่าตอนนี้โรงเรียนคงดูแลกันภายในแล้วจึงได้ออกมาให้ข่าว ซึ่งเป็นการขาดความชอบธรรมในการดำเนินการ ดังนั้นในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ จะไปยื่นหนังสือต่อนายชินวรณ์อีกครั้ง เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว ซึ่งข้าราชการควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีของประเทศ โดยเฉพาะข้าราชการครูที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา มีพฤติกรรมที่ไม่ยอมรับความจริงในสิ่งที่ตัวเองทำ น่าจะถูกย้ายไปพักราชการที่ชายแดนภาคใต้ หรือไม่ก็ย้ายออกจากกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งหลังจากพบนายชินวรณ์แล้วจะไปแจ้งความดำเนินคดีนายสรายุทธตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในฐานละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นายมงคลกิตติ์ กล่าว
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ |
|
โพสเมื่อ :
10 มิ.ย. 54
อ่าน 109747 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |