อกท.เวทีสร้างผู้นำเกษตรกร




      

อกท.เวทีสร้างผู้นำเกษตรกร

 

          ครัวไทยสู่โลก เป้าหมายที่ยังก้าวไปไม่ถึง แต่มีความเป็นไปได้สูง เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งมีฐานการพัฒนามาจากอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่การจะทำให้ผลผลิตทั้งที่เป็นวัตถุดิบ และแปรรูปแล้ว  เป็นอาหารที่ปลอดภัย ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก ให้สามารถส่งจำหน่ายเลี้ยงพลโลกได้ นั้น ต้องใช้กำลังคนภาคเกษตรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีความสามารถในการจัดการ และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

          การจัดเตรียมเกษตรกรรุ่นใหม่ที่รอบรู้ เพื่อทดแทนเกษตรกรรุ่นเก่านี้ ส่วนหนึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่จัดการเรียนการสอนด้านการ เกษตร ซึ่งเน้นเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และจัดให้มีการโชว์ผลงานที่ได้จากการเรียนการสอน โดยทุก ๆ ปีจะมีการจัดประชุมวิชาการระดับชาติของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้สมาชิกได้นำเอาทักษะวิชาชีพมาแข่งขัน นำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และการพัฒนาประเทศในระยะยาว

          มองย้อนกลับไปนับเป็นเวลากว่า 51 ปี ที่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) หรือ Future Farmers of Thailand : FFT ได้จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย โดยเริ่มจากผู้ก่อตั้งในครั้งแรกต้องการทดลองวิชาสร้างผู้นำด้านการเกษตร จากการเป็นชมรมของนักศึกษาจากวิชาเลือก กลายเป็นกิจกรรมหลักบังคับนักศึกษาทุกคนในวิทยาลัยเกษตรกรรมต้องสมัครเป็นสมาชิก อกท.และใช้เป็นสื่อในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร โดยมุ่งเน้นให้สมาชิกเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง กำหนดให้มีการประชุมวิชาการของสมาชิก อกท. ใน 3 ระดับ คือ ระดับหน่วยหรือวิทยาลัย ระดับภาค และระดับชาติ

          เรื่องที่สร้างความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้นให้แก่ชาว อกท. คือ การที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงรับ อกท. ไว้ในพระราชูปถัมภ์ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2533 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติทุกปีจนถึงปัจจุบัน

          ปีนี้ได้มีการจัดการประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 33 ขึ้น ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ ภายใต้ชื่อ เหลืองกระบี่ ศรีอันดามัน อาชีวะเกษตรแฟร์ 55 โดยได้จัดสถานที่อย่างสวยงาม มีทั้งการประกวดนิทรรศการที่เป็นผลงานของสมาชิก อกท. การแข่งขันทักษะวิชาชีพ การสัมมนาทางวิชาการของสมาชิก และครู รวมถึงการนำเสนอทางด้านศิลปวัฒนธรรมของแต่ละภาค การฝึกอบรม 108 อาชีพ และการแสดงผลงานโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน โดยแต่ละกิจกรรมล้วนแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของอนาคตเกษตรกรรุ่นใหม่ในแต่ละภาค

          เห็นได้จากการประกวดนิทรรศการทางการเกษตร จาก 12 สุดยอดของนิทรรศการระดับภาค ซึ่งเป็นการนำผลงานชนะเลิศอันดับ 1-3 จาก 4 ภูมิภาค มาเฟ้นหาผู้ชนะเลิศระดับชาติอีกครั้งในงานนี้ โดยผลงานที่คว้าคะแนนสูงสุดคือ รู้แล้วรวย ด้วยงานวิจัย ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.)ลำพูน ที่ได้นำกระบวนการเรียนการสอนแบบโครงงานเป็นฐานเข้ามาใช้ ด้วยการปรับกระบวนการเรียนแบบได้ยิน ได้ฟัง และจดจำ เป็นการเรียนรู้ด้วยการตั้งข้อสงสัยและการค้นคว้าหาความจริง โดยนำกระบวนการวิจัยเข้ามาใช้ในการทำโครงงาน มีครูเป็นผู้ให้คำปรึกษาเมื่อผู้เรียนพบปัญหาอุปสรรค ซึ่งการเรียนแบบนี้นอกจากจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ผู้เรียนยังสามารถนำกระบวนการต่าง ๆ ไปพัฒนาสู่การศึกษาค้นคว้า ชิ้นงาน หรือ ผลิตภัณฑ์ที่สนใจได้อย่างต่อเนื่องตามติดเป็นอันดับสองด้วยผลงาน

          รวยด้วยกาก วษท.ชุมพร ที่ได้คิดค้นการนำกากมะพร้าวที่เหลือใช้จากการคั้นกะทิ มาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ อาทิ  ซีเรียลกากมะพร้าว ขนมโสมนัส  คุกกี้กากมะพร้าว น้ำพริกสวรรค์กากมะพร้าว เป็นต้น ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่ากากที่ไร้ค่าสู่อาหารที่แสนอร่อย ที่นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดอาหารที่มีไขมันสูงด้วย  อย่างไรก็ตามการผลิตเกษตรกรรุ่น ใหม่ก็ยังมีเรื่องที่น่าเป็นห่วง ซึ่ง ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา บอกว่า หากดูข้อมูลของนักศึกษาในสังกัด สอศ.แล้ว พบว่า สาขาวิชาเกษตรกรรม มีจำนวนนักศึกษาน้อยมาก เมื่อเทียบกับสาขาวิชาอื่น ๆ ขณะที่ประเทศต้องการกำลังคนด้านการเกษตรมาก ดังนั้นต้องเร่งแนะแนวให้นักเรียนเห็นว่า เรียนเกษตรแล้วมีอนาคตดี ได้ประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน ขณะเดียวกันจะปรับปรุงหอพักนักศึกษาในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั่วประเทศ  ขยายโครงการความร่วมมือส่งนักศึกษาไปฝึกงานในประเทศต่าง ๆ จัดการเรียนการสอนเกษตรภาคภาษาอังกฤษ โดยเริ่มในปีการศึกษา 2555 นี้ เพื่อเตรียมพร้อมนักศึกษาในการรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี  2558

          ที่สำคัญ สอศ.จะเปิดให้เกษตรกรตัวจริงที่ทำนา ทำไร่ ได้มาเทียบระดับความรู้และเรียนเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดหายไป แล้วให้ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) โดยเน้นเรื่องการเทียบโอนประสบการณ์ และยกระดับฝีมือของเกษตรกร ดร. ชัยพฤกษ์ กล่าว  การจัดงาน อกท. ระดับชาติ ครั้งที่ 34 ซึ่งจะจัดขึ้นที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี ในปี 2556 เราคงจะได้เห็นผลงานการต่อยอดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดจากสมองและสองมือของสมาชิก ดั่งคติพจน์ของ อกท. ที่ว่า เราเรียนรู้ด้วยงานการฝึกหัด  เราปฏิบัติเพื่อหวังทางศึกษาหาเลี้ยงชีพเพื่อชีวิตพัฒนา ใช้วิชาเพื่อบริการงานสังคม

 

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 23 มี.ค. 55   อ่าน 9516 ครั้ง      คำค้นหา :