มช.รับ240ล.พัฒนา6กลุ่มงานวิจัยเน้นสังคมภาคเหนือ-ขยับศักยภาพสู่สากล
|
ผศ.ดร.ณัฐ วรยศ
รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า
ตามที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับคัดเลือกและการประกาศให้เป็นมหาวิทยาลัย
วิจัยแห่งชาติมหาวิทยาลัยจะได้รับงบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติมเป็นเวลา 2
ปีติดต่อกันในจำนวน 160 ล้านบาทในสองปีแรก และ 80 ล้านบาทในปีที่ 3
โดยสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.)จะประเมินทุกปี ทั้งนี้
งบประมาณที่มหาวิทยาลัยได้รับเป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนางานวิจัยของประเทศ
ที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมวิจัยในสถาบันศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น
เพิ่มระดับคุณภาพของงานวิจัยจากบุคลากรและนักศึกษาให้ทัดเทียมกับอารยประเทศ
นำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในระดับโลก และคาดหวังให้มหาวิทยาลัยทั้ง
9 มหาวิทยาลัยที่ได้รับการสนับสนุน
ได้พัฒนาสร้างศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
เพื่อสร้างองค์ความรู้ตอบสนองต่อทั้งจุดเด่นของนักวิจัยของแต่ละสถาบัน
และรวมไปจนถึงการสร้างนวัตกรรมนำความรู้ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม
ผศ.ดร.ณัฐ กล่าวว่า
งบประมาณในส่วนนี้จะเป็นส่วนเพิ่มเติมกับงบประมาณที่มหาวิทยาลัยได้รับอยู่
เดิมแล้ว กล่าวคือ งบประมาณวิจัยประจำปีจากงบประมาณแผ่นดินจำนวน34.2
ล้านบาท งบประมาณเงินรายได้จำนวน 52 ล้านบาท
งบประมาณในส่วนของการบริการวิชาการ 90
ล้านบาทและงบประมาณที่ได้รับจากแหล่งทุนภายนอกจำนวน 1,006.3
ล้านบาทโดยที่การพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติโดย
สมบูรณ์จะอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารงานวิจัย
และบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย
"งบประมาณที่ได้รับเพิ่มจะใช้ไปในการสนับสนุนกลุ่มวิจัยที่ถูกคัดสรรว่าเป็น
ศูนย์รวมนักวิจัยชั้นแนวหน้าของมหาวิทยาลัยที่สามารถพัฒนางานออกสู่สังคมได้
ทันที จำนวน 6 กลุ่มในปีแรก ได้แก่
1.กลุ่มวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพในการวินิจฉัย
การรักษาและการป้องกันโรคเอดส์/เอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
และโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่สัมพันธ์กับโรคเอดส์2.กลุ่มวิจัยพัฒนาระบบการตรวจ
คัดกรอง การวินิจฉัย การรักษาและการตรวจติดตามผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช
(ปากมดลูก รังไข่ มดลูก ฯลฯ) ในภาคเหนือ
3.กลุ่มวิจัยเพื่อการวินิจฉัยและควบคุมกลุ่มอาการดาวน์
เพื่อจำนวนของทารกกลุ่มอาการดาวน์ลดลงอย่างเป็นรูปธรรม
หรือคุณภาพของทารกดาวน์จะดีขึ้นจากการวินิจฉัยก่อนคลอด
4.กลุ่มวิจัยทางด้านพลังงานสะอาดและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน
สร้างองค์ความรู้ไปสู่นวัตกรรม
5.กลุ่มวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของการผลิตและแปรรูปพืชและสัตว์เศรษฐกิจ
ภาคเหนือ 6.กลุ่มวิจัยทางวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยีวัสดุ
เพื่อสร้างวัสดุใหม่ๆ ภายในประเทศ" รองอธิการบดี มช.กล่าว
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด |
|
โพสเมื่อ :
06 ม.ค. 54
อ่าน 8923 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |