ห่วงไทยไม่พร้อมเข้าสู่อาเซียนปี’58" ผลวิจัยชี้’ผอ.-ครู-น.ศ.’รู้แค่เปลือกนอก เ
ห่วงไทยไม่พร้อมเข้าสู่อาเซียนปี'58 ผลวิจัยชี้'ผอ.-ครู-น.ศ.'รู้แค่เปลือกนอก เชื่อกระทบบัณฑิตทำ'ตกงาน'มากขึ้น
เมื่อวันที่28 พฤษภาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ทำวิจัยโครงการพัฒนาบุคลากรและผลิตภาพบุคลากร เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 นั้น พบว่าข้าราชการครู ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษา ประมาณ 70-80% มีความรู้เกี่ยวกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนน้อยมาก หรือแทบไม่รู้เลยและที่สำคัญไม่รู้ว่านโยบายที่ออกมาเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนนั้น มีอะไรบ้าง ตอนนี้การเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ ศธ.นั้น เมื่อไปสอบถามผู้อำนวยการสถานศึกษาผู้อำนวยการ สพท.จะระบุว่า ไม่มีงบประมาณสนับสนุนและนโยบายของ ศธ.ก็ไม่มีกรอบและความชัดเจนว่าจะดำเนินการและเตรียมการอะไรในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ไปที่ไหนทุกคนก็คิดว่ามีความพร้อม แต่สิ่งที่พบคือจะเห็นห้องอาเซียนและตุ๊กตาสิบชาติ ธงชาติเหมือนกันหมดตั้งแสดงไว้ และโมเดลเหล่านี้เป็นของภาคเอกชนทั้งหมดที่สถานศึกษาจัดหามีราคาตั้งแต่ 5,000-30,000 บาท ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแค่เปลือกนอกเท่านั้น และจะทำให้ไทยไม่ทันชาติอื่นในอาเซียนและในที่สุดก็จะเสียเปรียบ จากการลงภาคสนามในการทำวิจัย ยังพบปรากฏการณ์นักเรียนจีนและเวียดนามเข้ามาเรียนเมืองไทยมากผิดปกติ และไม่ยอมกลับประเทศของตนเอง หรือเรียนจบช้า สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเด็กมาอยู่ในประเทศไทยนานก็จะมีเพื่อนเรียนรู้ภาษาไทยได้ดีและสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ คนกลุ่มนี้จะมีการลงทุนค้าขายต่างๆ เช่น นำสินค้าเข้ามาขายในเมืองไทยตามการเปิดเสรี ส่วนแรงงานฝีมือก็จะทะลักเข้ามา นายสมพงษ์กล่าว และว่า การวิจัยยังได้สอบถามนักศึกษาไทยด้วยและพบว่าเด็ก 8 คน จาก 10 คน ไม่กล้าที่จะไปทำงานต่างประเทศในอาเซียน เพราะกลัวเรื่องภาษาแต่เมื่อไปถามนักศึกษาประเทศอื่นๆในอาเซียนทุกคนต้องการจะเข้ามาทำงานที่เมืองไทย ส่วนการเรียนสายอาชีวศึกษานั้น ขณะนี้มีการส่งนักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเรียนในประเทศไทยอย่างนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร มีนักเรียนประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจำนวนมาก นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า เมื่อประเมินแล้วสถานการณ์ของไทยน่าเป็นห่วงมากเพราะอีก 3 ปีข้างหน้า ระบบการศึกษาไทยกับเรื่องอาเซียนยังเป็นไม้หลักปักขี้เลนมีการพูดว่าประชาคมอาเซียนมีความสำคัญ แต่ไม่ได้ดำเนินการอะไรมากพอสมควร ที่เห็นทำอยู่ก็จะมีโครงการส่งเสริมภาษาอังกฤษ ปิดเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น และหากเป็นเช่นนี้เมื่อมีการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ก็จะเริ่มเห็นผลกระทบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัญหาการที่นักศึกษาไทยที่จบออกมาจะมีอัตราการตกงานเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าควรจะต้องมีการรื้อระบบหลักสูตรการเรียนการสอนของไทย และสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ ประเทศไทยต้องรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเหมือนที่เขารู้จักประเทศไทย ทั้งนี้ ผลการวิจัยดังกล่าว จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเดือนกันยายน เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ในการที่ ศธ.จะนำมาปรับปรุงเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนที่เหลือเวลาอีก 3 ปี
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
|
โพสเมื่อ :
29 พ.ค. 55
อ่าน 21096 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |