ศึกษาธิการ * อุดมศึกษาไทยน่าห่วง ฟองสบู่ใกล้แตก ภาวิช เผยอีกไม่กี่ปีไทยจะมีดอกเตอร์เดินชนกันเป็นว่าเล่น เหตุมหาวิทยาลัยแห่เปิดหลักสูตรปริญญาเอก โดยเฉพาะศูนย์นอกที่ตั้งเปิดรับอื้อซ่า บางแห่งทำสถิติ 1 หลักสูตรมีคนเรียนเป็นร้อยคน ขณะที่ สกอ.เป็นแค่เสือกระดาษ ทำอะไรไม่ได้ เพราะมหา'ลัยไม่จำเป็นต้องแจ้งหรือขออนุญาตก็เปิดเรียนสอนกันได้แล้ว ด้านการผลิตครูก็เฟ้อพอกัน ไม่มีเป้าหมายการผลิตที่ชัดเจน หวั่นกระทบคุณภาพบัณฑิตที่ได้อ่อนปวกเปียก
วันที่ 3 มกราคม 2555 ศ.(พิเศษ) ภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงข้อห่วงใยการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาเอกจำนวนมากในศูนย์นอกที่ตั้งนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยทำกันอยู่ ทั้งของรัฐและเอกชนหลายแห่ง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรทำ เพราะจะทำให้ความเชื่อมั่นปริญญาผู้จบดอกเตอร์ของไทยตกต่ำลง ขณะที่การผลิตดอกเตอร์ที่ดีนั้นจะต้องมีความพร้อมทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะเรื่องงานวิจัยที่เข้มข้นซึ่งจะต้องมาจากจำนวนอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัยและตัวนักศึกษาเองด้วย อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าว ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เข้าไปแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจ และเป็นเพียงเสือกระดาษอุดมศึกษา สุดท้าย สกอ.จะทำได้เพียงค้นหาความจริงแล้วมาประกาศให้ประชาชนรับทราบ
ปัญหาการผลิต ดร.ไร้คุณภาพเป็นสิ่งที่เราแก้ปัญหาอยู่ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากอย่าง ม.เอกชน หากไม่บอกว่ามีการผลิต ดร.ในศูนย์นอกที่ตั้ง สกอ.ไม่รู้ ก็ไม่ผิดอะไร ขณะที่ ม.รัฐ การผลิต ดร.ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของบประมาณ ทำให้มหาวิทยาลัยไม่ต้องแจ้ง สกอ.ก็ได้ ยกตัวอย่างกรณี ม.อีสาน ที่เป็นเรื่องราวมาได้ ก็เพราะมีเหตุการณ์มาก่อนแล้ว ซึ่ง สกอ.ก็ใช้โอกาสนั้นเข้าไปแก้ปัญหา ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสถิติจำนวนนักศึกษา ป.เอก 100 คนต่อ 1 หลักสูตร ซึ่งจำนวนมากอย่างนี้ไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน ขณะที่การผลิต ดร.ภาพรวมยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน ศ.(พิเศษ) ภาวิช กล่าว
อีกประเด็นที่น่าเป็นห่วง ที่ปรึกษาฯ กล่าวอีกว่า ตามที่ตนได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลการรับนิสิตนักศึกษาคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ในปีการศึกษา 2555 ว่ามีนักศึกษาใหม่ในชั้นปีที่ 1 เกือบแสนคนนั้น ข้อมูลดังกล่าวตนได้รับแจ้งมาจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ทั้งนี้ จากข้อมูลทำให้สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย เป็นห่วงว่าระหว่าง สกอ.และสภาคณบดีฯ อาจมีข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อนจนอาจเกิดความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ไม่ส่งบุตรหลานมาเรียนสาขานี้ได้ เพราะกลัวตกงาน ดังนั้นตนจึงให้สำนักนโยบายและแผน สกอ.ไปสำรวจข้อมูลอีกครั้ง พบข้อมูลเบื้องต้นว่าปีการศึกษา 2555 กลุ่มคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์มียอดรับนักศึกษาใหม่จำนวน 49,279 คน อาทิ กลุ่มมหาวิทยาลัยรัฐ 2,767 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏ 30,663 คน มหาวิทยาลัยรัฐไม่จำกัดรับ 6,799 คน มหาวิทยาลัยเอกชน 250 คน สถาบันการพลศึกษา 1,725 คน เป็นต้น
ศ.(พิเศษ) ภาวิช แนะนำอีกว่า ต้องมาดูปริมาณการผลิตครูให้สอดคล้องกับความต้อง การของประเทศ และต้องจัดทำเป็นแผนระดับชาติ ว่ามีความต้องการการผลิตครูแต่ละปีเท่าไร ขณะเดียวกันต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักที่ดูแลเรื่องการผลิตครูแต่ละปีนี้ด้วยทั้งนี้ ปกติแล้ววิชาชีพอื่นๆอาทิ แพทยสภา จะมีการกำหนดปริมาณการผลิตแพทย์แต่ละปีให้สอดคล้องกับความต้องการ ทำให้คงคุณภาพการผลิตแพทย์ของไทยไว้ได้ ซึ่งในส่วนของวิชาชีพครูก็มีคุรุสภาที่ดูแลวิชาชีพนี้ แต่ไม่ได้เป็นผู้ที่กำหนดปริมาณการผลิต ทำให้แต่ละมหาวิทยาลัยจะพยากรณ์การผลิตจากอัตราการเกษียณอายุราชการของครูในแต่ละปีแทน
สำหรับผลประเมินศูนย์การศึกษานอกสถานที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา ประจำปี 2555 ของ สกอ. ที่พบหลักสูตรไม่ผ่านประเมินจำนวนมาก จากปัญหาความไม่พร้อมด้านกายภาพ เช่น ห้องสมุด ระบบบริหารนิสิตนักศึกษา ระบบไอซีที เป็นต้น แต่ไม่มีการพูดถึงเรื่องคุณภาพการจัดการศึกษานั้น จริงๆ แล้วปัญหาทางกายภาพเป็นองค์ประกอบหนึ่งของเกณฑ์การประเมิน ซึ่ง สกอ.จะดูเชิงประจักษ์เป็นประการแรกว่า หากสิ่งดังกล่าวไม่มี ที่เหลือก็ไม่น่าผ่าน แต่ สกอ.ดูเยอะกว่านั้น เช่น จำนวนอาจารย์ คุณวุฒิอาจารย์ สัมภาษณ์อาจารย์และนักศึกษาแยกโดยไม่มีใครรบกวน เป็นต้น.
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์