|
อัจฉริยภาพเกิดที่บ้าน สร้างเด็กเก่ง-ดีด้วยต้นทุนชีวิต รายงานพิเศษ 1.ดวงสมร คล่องสารา 2.น.พ.สุริยเดว ทรีปาตี สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัด ค่ายคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้แก่นักเรียนในโครงการอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. จ.ปทุม ธานี พร้อมประชุมผู้ปกครองในโครงการไปพร้อมกัน โดย น.พ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายพิเศษให้ผู้ปกครองของเด็กเก่งฟังเรื่อง บทบาทของผู้ปกครองกับการส่งเสริมความเบ่งบาน ของอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของลูก ว่า ต้นทุนชีวิตเป็นปัจจัยสร้าง หรือเป็นปัจจัยเชิงบวกทางด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม ที่จะหล่อหลอมให้เด็กคนหนึ่งเจริญเติบโตและดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ ถ้าต้นทุนชีวิตอ่อนแอ จะมีปัญหาตามมา เช่น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดความรัก หรือคนที่ไว้วางใจที่มีความผูกพัน สุดท้ายจะไปหาความรักจากภายนอก ใช้ยาเสพติด ความรุนแรง เป็นต้น จากการสำรวจเด็กวัยรุ่นไทย พบว่า ต้นทุนชีวิตที่น้อยที่สุด คือ การแบ่งปันน้ำใจ พ่อแม่จำนวนไม่น้อยเลี้ยงลูกแบบ ขาดความเข้าใจในพัฒนาการ เด็กคนใดเกิดมาท่ามกลางครอบครัวและสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่น ต้นทุนชีวิตก็จะพัฒนาเพิ่มพูนเป็นทุนที่เข้มแข็ง เด็กคนใดเกิดมาท่ามกลางความขัดสน ด้อยโอกาส สิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้สิ่งที่ดี ต้นทุนชีวิตก็จะถูกบั่นทอนลดลงไปเรื่อยๆ บ้านเป็นที่ชาร์จแบตฯ หรือทำลายแบตฯ ของลูก โรงเรียนกี่แห่งที่มีสถานที่ชาร์จแบตฯ ชีวิตให้เด็ก สถานที่ใดในชุมชนเป็นที่ชาร์จแบตฯ ให้เด็ก พ่อแม่ต้องทำบ้านให้มีความสุข เมื่อลูกก้าวเข้ามาในบ้านแล้วอบอุ่น มีกำลังใจที่จะออกไปเผชิญปัญหาอุปสรรคนอกบ้าน บทบาทของการเป็นพ่อแม่ ต้องเป็นผู้ฟังที่ดี ให้ความรักความอบอุ่น ความไว้วางใจ พ่อแม่สามารถแสดงความคิดเห็นคล้อยตามหรือขัดแย้งกันได้ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง สอนวินัยเชิงบวก ยอมรับความสามารถของเด็ก สังคมปัจจุบันเป็นแบบ Fast Life คือใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ ยับยั้งอารมณ์ไม่ได้ ในขณะที่ชีวิตแบบ Flow Life เป็นการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีค่า ฉะนั้น คงต้องเน้นมิติทุนชีวิตให้มากขึ้น เพราะอำนาจของพ่อแม่ยิ่งลดลงเมื่อลูกก้าวเข้าสู่วัยรุ่น จึงต้องประคับประคองให้ได้ทุนสังคม และทุนชีวิต เพื่อให้เขาเป็นผู้ใหญ่ที่สมานสามัคคีไปด้วยกัน ขณะที่ นางดวงสมร คล่องสารา รองผอ.สสวท. กล่าวว่า ผู้ปกครองในโครงการมีบุตรหลานที่มีความสามารถพิเศษ และผู้ปก ครองเองก็มีศักยภาพที่จะดูแลบุตรหลานเป็นอย่างดี ทำให้มีโอกาสดีกว่าเด็กอื่นๆ อีกหลายคน อยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองส่งเสริมลูกอย่างที่เขาควรจะเป็น ไม่ควรนำความต้องการของตนเองมาผลักดันลูก ถ้าลูกได้ทำสิ่งที่ตัวเขาสนใจ อยากทำ และอยากเป็นเขาจะมีความสุขที่สุด ถ้าผู้ปกครองให้เด็กแบกรับความคาดหวังจากพ่อแม่และสังคมรอบตัว เด็กก็จะเกิดความกดดันและเกิดความรู้สึกแพ้ไม่ได้ ผู้ปกครองไม่ควรปลูกฝังให้เด็กมุ่งแต่การแข่งขัน เอาชนะ ถ้าเด็กแพ้ไม่เป็นจะปรับตัวอยู่ในสังคมได้ยาก จึงอยากเห็นเด็กมีความสุข ความมั่นใจ รู้จักรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักการให้และแบ่งปัน
ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod |
| โพสเมื่อ : 27 พ.ค. 54 อ่าน 88922 ครั้ง คำค้นหา : |