สกศ.หวั่นบัณฑิตไทยถูกแย่งงาน
สกศ.หวั่นบัณฑิตไทยถูกแย่งงาน
ดร.เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมแนวโน้มและทิศทางการจัดการศึกษาข้ามพรมแดนในประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่โด่งดัง และติดอันดับต้น ๆ ของโลก จะจัดการศึกษาในประเทศอื่นด้วย เช่น การจัดตั้งเป็นวิทยาเขต หรือ มีหลักสูตรต่าง ๆ ที่ตนถนัดและเป็นความต้องการของคนในพื้นที่ อีกทั้ง ในปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดยจะมีการเปิดการค้าเสรีกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งด้านบริการ ด้านสังคม และด้านวัฒนธรรม ซึ่งการศึกษาถือเป็นเรื่องหนึ่งของการเปิดเสรี แต่ประเทศไทยกฎหมายบางอย่างยังไม่เอื้ออำนวยและสอดคล้องกับข้อตกลงของอาเซียน จึงต้องมีการปรับแก้กฎหมายเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เลขาธิการ สกศ.กล่าวต่อไปว่า การติดต่อสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่จะพบว่าเด็กไทยยังด้อยในเรื่องนี้ รมว.ศึกษาธิการ จึงมีนโยบายให้เด็กไทยได้เรียนและหัดพูดภาษาอังกฤษ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ตนเห็นว่าควรจะต้องมีนโยบายอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น จะทำอย่างไรให้คนต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น และจะทำอย่างไรให้การศึกษาของไทยมีมาตรฐานสากลขณะเดียวกันจะต้องบุกออกไปยังต่างประเทศด้วย เช่น มหาวิทยาลัยของไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ด้านพยาบาล ด้านโรงแรม ด้านบริการและการท่องเที่ยว จะต้องดึงต่างชาติให้เข้ามาเรียน หรือ ออกไปเปิดหลักสูตรในต่างประเทศ เป็นต้น ผมเป็นห่วงว่าในอนาคตจะมีแต่คนต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพราะปัจจุบันจะเห็นว่าเราถูกแย่งงานในระดับพื้นฐานไปแล้ว ต่อไปเราจะถูกแย่งงานในระดับสมองด้วย ดังนั้น ควรส่งเสริมเด็กที่เก่งในสาขาต่าง ๆ เช่น สาขาวิศวกรรม สาขาแพทย์ สาขาบัญชี ฯลฯ ไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อจะได้ไม่ขาดดุล เพราะหากว่าเราไม่ขยายตัวหรือไม่ส่งเสริมให้ไปทำงานยังต่างประเทศ เกรงว่าจะตกงานกันมากขึ้น ฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรร่วมกันหาแนวทางในการส่งเสริมให้นักศึกษาที่จบใหม่ให้พร้อมที่จะไปทำงานยังต่างประเทศ ดร.เอนก กล่าว.
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ |
|
โพสเมื่อ :
22 ธ.ค. 54
อ่าน 20880 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |