ยกเครื่องครูพันธุ์ใหม่ เรียนจบได้ปริญญาโท ศึกษาฟรี การันตีมีงานทำ กลับพัฒนาบ้านเกิด



ยกเครื่องครูพันธุ์ใหม่ เรียนจบได้ปริญญาโท ศึกษาฟรี การันตีมีงานทำ กลับพัฒนาบ้านเกิด

 

นายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการครูพันธุ์ใหม่ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการครูพันธุ์ใหม่ ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัตินักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการครูพันธ์ ใหม่นำร่อง ปีการศึกษา 2552 ซึ่งรับประกันการมีงานทำ แต่ไม่มีทุนการศึกษาให้ จำนวน 948 คน จากผู้สมัครทั้งหมด 2,100 คน ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,000 คน โดยนักศึกษาทั้ง 948 คน มาจาก 46 มหาวิทยาลัย ใน 140 หลักสูตร เป็นหลักสูตร 4+1 ปี ซึ่งจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก รวมทั้งเขตพื้นที่การศึกษาที่นักศึกษาเลือกบรรจุผ่านทางเว็บไซต์สำนักงานคณะ กรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) www.moa.go.th ในวันที่ 16 กันยายนนี้


นายไชยยศกล่าวว่า สาเหตุที่ไม่สามารถคัดเลือกได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติไว้ค่อนข้างสูง คือผู้สมัครต้องได้เกรดวิชาเอก เกรดวิชาพื้นฐานไม่ต่ำกว่า และเกรดเฉลี่ยทุกวิชาไม่ต่ำกว่า 3.00 เพราะต้องการผลิตครูพันธ์ใหม่จริงๆ ที่มีความรู้และสามารถชี้นำสังคมได้  ยอดที่ต่ำกว่าเป้าจำนวน 1,052 คน จะนำไปทบยอดในปีการศึกษา 2553 แทน

 


 นายไชยยศกล่าวว่า ที่ประชุมยังหารือกรณีที่คุรุสภายกเลิกการรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตร บัณฑิตวิชาชีพครู หรือป.บัณฑิตวิชาชีพครู โดยสนับสนุนทางคุรุสภาเพื่อให้การผลิตครูได้มาตรฐานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เกิดปัญหาที่ครูจำนวนมากเมื่อสอนได้ระยะหนึ่งจะขอลาเพื่อศึกษาต่อ ปริญญาโท ทำให้จำนวนครูไม่เพียงพอ ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหานี้ โดยไม่เป็นการเสียเวลาของผู้เรียน รวมทั้งจูงใจให้คนเก่งมาเรียนครูเพิ่มขึ้น ที่ประชุมจึงมีมติว่า ตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไป ให้ปรับปรุงโครงการครูพันธุ์ใหม่ จากเดิมเป็นหลักสูตรผลิตครู 5 ปี ให้เป็นหลักสูตรครู 5+1 ปี คือ 6 ปี รับวุฒิปริญญาโท


 นายไชยยศกล่าวว่า ผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับทุนการศึกษาจนจบปริญญาโท เมื่อบรรจุเข้ารับราชการครูก็จะได้รับเงินตามวิทยฐานะที่สูงขึ้น ส่วนโครงการครูพันธุ์ใหม่ในหลักสูตร 4+1 ปี คือรับผู้ที่จบปริญญาตรีจากสาขาอื่นมาเรียนหลักสูตรป.บัณฑิตเพิ่มเติมอีก 1 ปี เพื่อผลิตครูในสาขาขาดแคลนนั้น ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับเป็นหลักสูตร 4+2 ปี ได้รับวุฒิปริญญาโทด้วย เนื่องจากคุรุสภายกเลิกการรับรองหลักสูตรป.บัณฑิตวิชาชีพครูไปแล้ว


 “ การปรับเป็นหลักสูตร 4+2 ปี จะให้ทุนการศึกษาแก่ผู้ที่จบปริญญาตรีจากสาขาอื่นๆ มาต่อยอดปริญญาโทด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เมื่อจบแล้วจะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูทันที ซึ่งนายสมบัติ นพรัก คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย รับปากว่าจะปรับเป็นหลักสูตรครู 5+1 ปี และหลักสูตร 4+2 ปี ได้ทันปีการศึกษา 2554 เพราะมีโครงสร้างหลักสูตรเดิมอยู่แล้ว แต่หากปรับไม่ทันก็ให้ใช้หลักสูตรเดิมไปพรางก่อน 1 ปี ”  รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.กล่าว


นายไชยยศกล่าวว่า ต่อไปการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นครู จะต้องผ่านการประเมินศักยภาพด้านการสอนด้วย เพราะไม่ต้องการครูที่เก่งอย่างเดียว แต่ต้องการครูที่ถ่ายทอดเป็นด้วย ทั้งนี้ มอบหมายให้ สกอ.ไปหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคุรุสภา เพื่อกำหนดกรอบตัวเลขจำนวนครูที่จะเกษียณในอีก 6 ปีข้างหน้าว่า มีจำนวนเท่าไหร่ รวมทั้งวิเคราะห์อัตรารองรับการบรรจุครูแทน และตัวเลขงบประมาณที่จะต้องใช้ผลิตครูพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)


นายไชยยศกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับปริญญาตรี (หลักสูตร 5 ปี) รุ่นปีการศึกษา 2547 ซึ่งเป็นรุ่นแรก จำนวน 2,042 คน เข้ารับราชการครูในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั้ง 185 เขตทั่วประเทศ และสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ได้บรรจุบัณฑิตที่จบหลักสูตรครู 5 ปีตามโครงการนี้ลงในเขตพื้นที่ฯที่เด็กเลือก ส่วนใหญ่จะเป็นภูมิลำเนาเดิม โดยตามเงื่อนไขเด็กจะต้องอยู่ในพื้นที่ฯเป็นเวลา 2 ปี

 

ด้านนายสมบัติกล่าวว่า จากข้อมูลจำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาที่จะเกษียณใน อีก 10 ปีข้างหน้า ระหว่างปีงบประมาณ 2552-2562 จะมีรวมทั้งสิ้น 192,285 คน โดยปีงบฯ 2553 จะเกษียณฯ 6,424 คน และปีงบฯ 2554 จำนวน 8,422 คน เมื่อดูข้อมูลลึกลงไปถึงสาขาวิชาที่ครูผู้สอนจะเกษียณฯพบว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า จะมีครูสาขาวิชาต่างๆ เกษียณฯใน 10 อันดับแรก ดังนี้ประถมศึกษา 28,721 คน ภาษาไทย 28,578 คน บริหารการศึกษา 22,549 คน สังคมศึกษา 22,106 คน การงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี 19,802 คน คณิตศาสตร์ 16,949 คน วิทยาศาสตร์ 15,502 คน สุขศึกษา/พลศึกษา 12,181 คน ภาษาต่างประเทศ 11,781 คน และศิลปะ 6,098 คน นอกจากนี้ พบว่าครูที่สอนในโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ตรงวิชาเอกที่จบมาถึง 26,396 คน แบ่งเป็นสอนฟิสิกส์ 1,342 คน เคมี 1,400 คน ชีววิทยา 2,027 คน คณิตศาสตร์ 8,724 คน คอมพิวเตอร์ 5,454 คน และภาษาอังกฤษ 7,449 คน ส่วนครูที่สอนตรงตามวิชาเอกมี 57,963 คน ซึ่งต้องยอมรับว่า ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


"ปัญหาที่น่าห่วงมากในขณะนี้คือ การเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ซึ่งเด็กไทยกำลังมีปัญหาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้เพิ่มขึ้นทุกปี ในขณะที่ครูสอนภาษาไทยกำลังจะเกษียณฯจำนวนมาก ดังนั้น ผมจะหยิบยกปัญหานี้ไปหารือในคณะอนุกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ ที่มีนายวรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธาน เพื่อวางแผนการผลิตและพัฒนาครูสอนภาษาไทยต่อไป"นายสมบัติกล่าว


โพสเมื่อ : 11 ก.ย. 53   อ่าน 17444 ครั้ง      คำค้นหา :