ดัน พรบ.อุดมศึกษาแก้มหาวิทยาลัยนอกลู่ เพิ่มอำนาจ"สกอ." กู้ภาพ"เสือกระดาษ"คาดประก
ดัน พรบ.อุดมศึกษาแก้มหาวิทยาลัยนอกลู่ เพิ่มอำนาจสกอ. กู้ภาพเสือกระดาษคาดประกาศใช้ทันปีนี้
ภาวิช เผย พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.... เตรียมคลอด หวังเป็นเครื่องมือแก้ปัญหามหาวิทยาลัยในภาพใหญ่ คาดหากการเมืองไม่สะดุดน่าจะประกาศใช้ทันปีนี้ ชี้ให้อำนาจ สกอ.บี้มหา’ลัยออกนอกลู่นอกทางได้เต็มที่มากกว่าเดิม เล็งเสนอ พงศ์เทพ ขับเคลื่อนนโยบายมหา’ลัยรัฐไทย 20 แห่งสู่ระดับโลก เสนอควรเพิ่มงบอุดมฯ ก้าวกระโดด 1.6 แสนล้านต่อปี ต่อเนื่องจากช่วงปลายปี พ.ศ.2555 ที่มีการออกมาตีแผ่ข้อมูลปัญหาการศึกษาระดับอุดมศึกษา อาทิ ปัญหาการเปิดศูนย์การศึกษานอกสถานที่ตั้งเถื่อน ไร้คุณภาพ การจัดการศึกษาระบบทางไกล การมุ่งผลิตนักศึกษาเชิงธุรกิจ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยน้อยกว่าครูโรงเรียนรัฐ เป็นต้น ซึ่งต้นเหตุของปัญหาส่วนหนึ่งมาจากมหาวิทยาลัยมีอิสระมากเกินไปนั้น ศ.(พิเศษ) ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงการสรรหาคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ชุดใหม่ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนที่คณะกรรมการสรรหากำลังพิจารณารายชื่อที่ได้รับการเสนอมาให้เหลือ 30 คน จากนั้นจะเสนอนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาคัดเลือกให้เหลือ 15 คน และเสนอเพื่อประกาศตามขั้นตอนต่อไป โดยกระบวนการสรรหาบอร์ด กกอ.ชุดใหม่ คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ดังนั้นเรื่องการแก้ปัญหาอุดมศึกษาต่างๆ ช่วงนี้จึงชะลอไป อีกทั้งต้องรอร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.... ให้เกิดก่อน เพื่อเป็นเครื่องมือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไว้จัดการมหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษานอกลู่นอกทาง นับเป็นการจัดการในภาพใหญ่ ซึ่งบอร์ด กกอ.ชุดใหม่มาสานต่อ ซึ่งคงใช้เวลาเสนอตามขั้นตอนอีกนาน คาดว่าหากไม่มีอุปสรรคอะไร อย่างเร็วก็น่าจะประกาศได้ในปีนี้ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี ที่ปรึกษาฯ กล่าวต่อว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษาฯ นั้น เรายังให้อิสระกับมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม แต่ความอิสระจะมีการถ่วงดุลด้วยการรับผิดชอบ อย่างกรณีการเปิดหลักสูตรก็ยังเป็นอำนาจพิจารณาของสภามหาวิทยาลัย แต่หากหลักสูตรที่เปิดไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ เปิดหลักสูตรไม่มีอาจารย์สอน จำนวนรับนักศึกษาจริงเกินกับที่แจ้งขอรับทราบหลักสูตรไว้ เป็นต้น ทั้งนี้ เคยได้หารือกับนายพงศ์เทพแล้ว ก็แสดงท่าทีเห็นชอบในหลักการ และเข้าใจว่าน่าจะสนับสนุนการผลักดันให้เกิดร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษาฯ ในเร็ววันด้วย ศ.(พิเศษ) ภาวิช เปิดเผยว่า จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาภาพใหญ่อุดมศึกษาไทยถูกสะท้อนว่าอ่อนแอลง ทั้งจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ที่เราเคยติดหลายแห่ง มาทุกวันนี้ติดเพียงบางแห่ง ขณะที่รัฐบาลก็มีนโยบายแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่คือ นโยบายผลักดันให้มีมหาวิทยาลัยระดับโลกในมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งที่เป็นไปได้ เบื้องต้นจะคัดเลือกมหาวิทยาลัยของรัฐประมาณ 15-20 แห่ง จากมหาวิทยาลัยรัฐทั้งหมด 80 แห่ง แล้วทุ่มงบประมาณมหาศาลเข้าไปยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา อย่างไรก็ดี เพราะการยกระดับมหาวิทยาลัยจะเกิดประโยชน์กับสังคมหลายอย่าง อาทิ เราจะมีบัณฑิตที่มีคุณภาพจริงกลุ่มใหญ่ออกมาจำนวนหนึ่ง สามารถเพิ่มจำนวนงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมให้มากขึ้นได้ เป็นต้น การผลักดันมหาวิทยาลัยไทยให้เป็นระดับโลก เราดูแบบมาจากประเทศจีน ในโครงการ 211 คือ ศตวรรษที่ 21 และ 1 หลังคือ มหาวิทยาลัย 100 แห่ง ที่เขาอยากยกระดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก ทั้งนี้ จีนก็มีปัญหาเหมือนไทยที่ว่ามีมหาวิทยาลัยในประเทศจำนวนมาก ซึ่งจีนมีประมาณ 2,000 แห่ง แต่การจะยกระดับมหาวิทยาลัยทั้งหมดพร้อมกันทำไม่ได้ จึงเลือกมาเพียงจำนวนหนึ่งก่อน เบื้องต้นคงต้องหารือกับ รมว.ศึกษาธิการ ขยายผลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวต่อไป ศ.(พิเศษ) ภาวิช กล่าว ที่ปรึกษาฯ กล่าวอีกว่า หากเทียบงบประมาณอุดมศึกษาระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่มีคุณภาพอุดมศึกษาระดับดีนั้น จะพบว่าเรายังลงทุนกับอุดมศึกษาน้อยมาก ยกตัวอย่างดังนี้ งบอุดมศึกษาของไทยต่อปี 80,000 ล้านบาท อุดมศึกษาระดับดีอย่างประเทศสิงคโปร์ 7 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งหากมองในมิตินี้ยังพบว่าแต่ละประเทศลงทุนไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่หากมาดูที่ตัวหารใช้งบนั้น ไทยมีมหาวิทยาลัยประมาณ 79 แห่ง 20 วิทยาลัยชุมชน นักศึกษา 2 ล้านคน สิงคโปร์มีมหาวิทยาลัย 3 แห่ง กำลังก่อตั้งใหม่อีก 1 แห่ง มีนักศึกษา 7 หมื่นคน มิตินี้จะพบว่าเรามีตัวหารเยอะที่สุด ซึ่งเฉลี่ยงบตัวหัวเด็กคือ เด็กไทยได้งบอุดมศึกษาต่อหัว 40,000 บาท เด็กสิงคโปร์ได้ 1.4 ล้านบาทต่อหัว หากจะยกระดับอุดมศึกษาในภาพใหญ่ได้ สกอ.จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนงบต่อปีเพิ่มอีกเท่าตัว คือ 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่มากหากเทียบกับงบทั้งประเทศ 2 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ ผมสังเกตว่างบของทหารก่อนและหลังปฏิวัติปี พ.ศ.2549 ก็ยังมีพัฒนาที่ก้าวกระโดดได้ อย่างช่วงก่อนปฏิวัติทหารได้งบต่อปีไม่เกิน 6 หมื่นล้านบาท แต่พอหลังปฏิวัติแล้วงบสูงขึ้นเป็น 180,000 ล้านบาทแล้ว ยิ่งบางปีได้งบทะลุ 200,000 ล้านบาทก็มี ศ.(พิเศษ) ภาวิชกล่าว.
ที่มา: http://www.thaipost.net |
|
โพสเมื่อ :
14 ม.ค. 56
อ่าน 1743 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |