กก.คุรุสภาร้อง’ป.ป.ช.-ปปง-สตง.’ สอบ’บิ๊ก-กก.’เอี่ยวปมป.บัณฑิตม.อีสาน กล่าวหา




      

กก.คุรุสภาร้อง'ป.ป.ช.-ปปง-สตง.' สอบ'บิ๊ก-กก.'เอี่ยวปมป.บัณฑิตม.อีสาน กล่าวหา'ประโยชน์ทับซ้อน-ทุจริตหน้าที่'

 

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายธนารัชต์ สมคเณกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ทำหนังสือถึงกรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) รวมถึงนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีเป็นต้น เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีผู้บริหารคุรุสภา ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ไม่ปฏิบัติตนให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกิจการของคุรุสภา โดยจัดการศึกษาระดับปริญญาโทนอกที่ตั้งอย่างผิดกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หรือมีส่วนได้เสียกับกิจการที่กระทำต่อคุรุสภาไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อม
          นายธนารัชต์กล่าวด้วยว่า เอกสารระบุด้วยว่ากระทำตนไม่เหมาะสมกับการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามที่มีข่าวกรณีซื้อขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิต(ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู มหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.)หรือชื่อเดิม วิทยาลัยบัณฑิตบริหารธุรกิจ ซึ่งต่อมาคุรุสภามอบให้นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภาและนายธงทอง จันทรางศุกรรมการคุรุสภา ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้วนอกจากนี้ นายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดีมอส. ได้ให้ข้อมูลต่อนายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูรหัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ.    ในฐานะประธานคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง โดยตรวจพบว่ามีผู้บริหารคุรุสภาและกรรมการคุรุสภา รวม 2 คน เข้าไปทำธุรกรรมโดยร่วมจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาโทในศูนย์นอกที่ตั้งของ มอส. ที่ผิดกฎหมาย สกอ.จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ศูนย์หนองเรือ จ.ขอนแก่น ศูนย์ทรายมูล จ.ยโสธรและศูนย์จังหวัดเลย โดยสภา มอส.ไม่ได้อนุมัติการจัดตั้ง นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานใบสำคัญรับเงินจำนวน 3 ฉบับ และเอกสารยืนยันข้อเสนอการร่วมจัดการศึกษาหลายฉบับของผู้บริหารคุรุสภา ที่เขียนถึงนายอัษฎางค์ ที่ทำให้เห็นว่าได้ร่วมจัดการศึกษานอกที่ตั้งอย่างผิดกฎหมายใน มอส.มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 และปัจจุบันเชื่อว่าก็ยังมีการดำเนินการ เพราะนักศึกษายังไม่ได้รับการอนุมัติจบจากสภา มอส.
          จากข้อมูล สรุปว่ามีการสมคบกันหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อว่ามีการเรียนการสอนอย่างถูกต้องที่ศูนย์นอกที่ตั้ง จึงมีผู้หลงเชื่อและมีการจ่ายเงินลงทะเบียนจริงเพื่อให้ได้ความรู้ระดับปริญญาโทแต่ไม่มีการจัดให้สมกับปริญญาโทและเป็นศูนย์การศึกษาเถื่อน ความเสียหายเกิดขึ้นแล้วกับผู้เข้ามาศึกษา คณะผู้ร่วมก่อตั้งจึงถือได้ว่าสมคบกันหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อและฉ้อโกงประชาชนโดยเจตนา เป็นความผิดฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงอีกด้วย นายธนารัชต์กล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการควบคุมการดำเนินการของ มอส. วันที่ 20 กรกฎาคมได้เชิญนางจรรยา แสวงการ ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งมอส.เข้ามาร่วมหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาหลักสูตร ป.บัณฑิต

 

 

          --มติชน ฉบับวันที่ 21 ก.ค. 2554 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 20 ก.ค. 54   อ่าน 42778 ครั้ง      คำค้นหา :