แด่ครูชายแดนใต้...ด้วยดวงใจ
แด่ครูชายแดนใต้...ด้วยดวงใจ
ประภาศ ปานเจี้ยง คณะศิลปศาสตร์และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เหตุการณ์การตายของครูในจังหวัดชายแดนใต้ที่คนร้ายผู้ก่อความไม่สงบลอบฆ่าถี่ยิบในช่วงปลายปีนี้ สร้างความเศร้าสะเทือนใจให้แก่ผู้ได้ยินได้ฟัง ได้เห็นจากข่าวของสื่อมวลชน จากการตายของครู นันทนา แก้วจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน การตายของครู ฉัตรสุดา นิลสุวรรณ ครูโรงเรียนบ้านตาโงะ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม การบาดเจ็บปางตายของครู ธีระพล ชูส่งแสง ครูโรงเรียนบ้านบอเกาะ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม จนถึงการตายของครูตติยารัตน์ ช่วยแก้ว ผู้อำนวยการ และครู สมศักดิ์ ขวัญมาครูโรงเรียนบ้านมาโง อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นับเป็นสิ่งที่สะเทือนใจผู้ที่ทราบข่าวและสะเทือนขวัญของครูที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดชายแดนใต้ยิ่งนัก และการตายเช่นนี้ของครูก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต มิพักต้องพูดถึงเหตุการณ์ลอบวางเพลิงเผาโรงเรียนที่เกิดขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง นับเนื่องเฉพาะตั้งแต่ พ.ศ.2547 เป็นต้นมา ที่ทั้งสะเทือนใจและเศร้าสลดใจเหลือเกิน เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้กับครูและสถานศึกษา สิ่งที่ทำให้เราเป็นกังวลต่อจากเหตุการณ์การตายของครูและการถูกวางเพลิงของโรงเรียนก็คือ เหตุการณ์ปิดโรงเรียนในฐานะครูคนหนึ่งผู้เขียนต่อต้านการให้นักเรียนหยุดเรียนเนื่องด้วยเหตุผลอันไม่สมควรมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในสภาพปกติ หรือพื้นที่ที่อยู่ในสภาวะความไม่สงบ ไม่ว่าพื้นที่ทั่วไป หรือพื้นที่พิเศษอย่างสามจังหวัดชายแดนใต้และสี่อำเภอพิเศษของจังหวัดสงขลา และที่สำคัญรวมทั้งการหยุดเรียนในลักษณะที่โรงเรียนเปิด กล่าวคือการหยุดเรียนแบบที่นักเรียนมาโรงเรียนแต่ครูไม่ได้สอน ซึ่งมีจิปาถะสาเหตุ เช่น ต้องต้อนรับเจ้านายระดับสูงจากกรมจากกระทรวงบ้าง ต้องเตรียมทำเอกสารต่างๆ มากมายเพื่อต้อนรับคณะกรรมการที่มาประเมินโรงเรียนบ้าง ครูต้องไปร่วมงานต่างๆ ของส่วนราชการในท้องถิ่นบ้าง ต้องไปเป็นกรรมการอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องบ้าง รวมทั้งการที่ต้องให้นักเรียนไปเดินแถวเข้าร่วมกิจกรรมนั้นกิจกรรมนี้ ของสังคมที่เกินความสมเหตุสมผลบ้าง การไม่ได้สอนของครูและการไม่ได้เรียนของเด็กในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่สังคมภายนอกมองไม่เห็นเป็นกลุ่มเป็นก้อนชัดเจน แต่ครูแต่ละคนและแต่ละโรงเรียนทราบดี นับเป็น ความสูญเสียที่มองไม่เห็น ครูบางคนก็ได้สอนชดเชย ครูหลายๆ คนก็ไม่ได้สอนชดเชย เนื่องจากไม่มีเวลาบ้าง หรือถึงเวลาสิ้นเทอมแล้วบ้าง เมื่อจะจัดการเรียนการสอนชดเชยเวลาที่หายไปกลับพบว่าครูไม่ว่างบ้าง ผู้เรียนไม่ว่างบ้าง ก็เลยหยวนๆ กันไปอีกตามเคย การที่ผู้เรียนได้เรียนไม่ครบเวลาหรือเนื้อหาตามที่หลักสูตรกำหนด ความหมายง่ายๆ ตรงๆ ก็คือผลการเรียนรู้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร เราจึงเจอปัญหานักเรียน ไม่เปลี่ยนแปลง ในเรื่องความรู้ ความจำ ความเข้าใจ ความรู้สึกนึกคิด และทักษะต่างๆ กล่าวคือขาดความรู้ ขาดความเข้าใจในสิ่งที่หลักสูตรกำหนด อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ สะสม ไปเรื่อยๆ ไปจนประถมศึกษาปีที่ 6 และหลายๆ รายขาดความรู้ความเข้าใจหรืออ่านไม่คล่องเขียนไม่คล่องไปจนจบมัธยมศึกษาตอนต้น ซ้ำร้ายบางรายต่อยอดไปถึงระดับสูงกว่านั้นอีก แต่หากกล่าวเฉพาะการปิดสถานศึกษาอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบของชายแดนใต้ในขณะนี้นั้น ผู้เขียนคิดว่าสมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนใต้ทราบดีว่าเกิดความ เสียหาย แก่ความเจริญงอกงามทางการศึกษาของเยาวชนชายแดนใต้อย่างไร แต่จะทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อครูชายแดนใต้ถูกฆ่าตายรายวันอยู่เช่นนี้ จะเรียกร้องอุดมการณ์อะไรให้มากมายจากคนที่ขวัญกำลังผวา แรงจูงใจกำลังกระเจิดกระเจิง แต่ผู้เขียนก็เชื่อแน่ว่ายังมีครูในสภาวะความไม่สงบของชายแดนใต้จำนวนหนึ่งที่ขวัญและกำลังใจแข็งแกร่งและมุ่งมั่นที่จะสอนหนังสือ และต่อสู้เพื่อเด็กของเราต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แน่นอน คนไทยทุกคนเราควรสรรเสริญครูชายแดนใต้ที่ยังปฏิบัติหน้าที่กันอยู่ คำถามใหญ่ของกรณีนี้ก็คือ รัฐบาลจะ เร่งเครื่อง แก้ไขปัญหาครูถูกฆ่ารายวันอย่างไร ลำพังการตั้งชุดทหารคุ้มครองและคอยรักษาความปลอดภัยให้แก่ครูในขณะสอนหนังสือหรือในขณะเดินทางระหว่างบ้านและโรงเรียนไม่น่าจะเพียงพอ ในเมื่อเหตุการณ์ฆ่าครูยังเกิดให้เห็นกันอยู่ไม่ขาดสาย ผู้เขียนคิดว่าคนไทยเกือบทั้งประเทศกำลังภาวนาให้ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้คลี่คลายและยุติ กำลังภาวนาให้ครูของเราที่ปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนใต้อยู่รอดปลอดภัย ครูสามจังหวัดชายแดนใต้จงรับรู้เถิดว่า....ดวงใจไทยหลายล้านดวงหลอมรวมเป็นพลังกันอยู่ เพื่อท่านได้อดทนต่อสู้เพื่อเยาวชนของเราจนกว่าสันติภาพในพื้นที่จะบรรเจิด
--มติชน ฉบับวันที่ 26 ธ.ค. 2555 (กรอบบ่าย)-- |
|
โพสเมื่อ :
25 ธ.ค. 55
อ่าน 1697 ครั้ง คำค้นหา :
|
| |