ทิศทางการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
: ทิศทาง ก.ค.ศ. ในการสร้างขวัญกำลังใจครูเพื่อพัฒนาครู พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 7 กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียก โดยย่อว่า ก.ค.ศ.และมาตรา 20 กำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกโดยย่อว่า สำนักงาน ก.ค.ศ. โดยมีเลขาธิการ ก.ค.ศ. ซึ่งมีฐานะเป็นอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและบริหารราชการของสำนักงาน ก.ค.ศ. หน้าที่หลักของสำนักงาน ก.ค.ศ. คือการเป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของ ก.ค.ศ. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีองค์ประกอบในลักษณะไตรภาคีประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ) เป็นประธานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์)เป็นรองประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง 8 คนประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการ ก.ค.ศ.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน ซึ่งมีความรู้ความ เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ และผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 9 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จากการที่ได้มีการตั้งสำนักงาน ก.ค.ศ. เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2547เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันเป็นวาระครบรอบ 6 ปีของสำนักงาน ก.ค.ศ. ภายใต้การบริหารงานของเลขาธิการ ก.ค.ศ. ประกอบด้วย นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ นายนิราศ สร่างนิทร และนายประเสริฐ งามพันธุ์ สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ดำเนินการต่างๆที่เป็นการส่งเสริมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดังนี้ 1. ออกกฎระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ และปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู จำนวนกว่า 150 เรื่อง 2. ส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะ จำนวน 13,356 รายในจำนวนนี้ได้รับอนุมัติให้เลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ 5 ราย 3.ส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวินัยทางการเงิน ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และแก้ไขปัญหาหนี้สินครู 4.จัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และที่เกี่ยวข้อง 5.สนับสนุนการบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่การศึกษาด้านงบประมาณ และการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการต่าง ๆ ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 ซึ่งเป็นวันที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นวันแรก และถือเป็นการรับตำแหน่งประธาน ก.ค.ศ.พร้อมกันด้วย จากการที่ รมว.ศธ.เคยเป็นข้าราชการครูมาก่อน จึงมีความ มุ่งมั่นและตั้งใจจริงที่จะดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและโปร่งใส ด้วยความปรารถนาที่จะส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน เพื่อที่จะถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้เรียนด้วยจิตวิญญาณความเป็นครูที่สมบูรณ์ จูงใจให้คนเก่ง คนดี เข้ามาสู่วิชาชีพครูส่งเสริมให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ให้ครูได้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างสมฐานะ รมว.ศธ. จึงประกาศนโยบายในการสร้างขวัญกำลังใจครู และพัฒนาครูทั้งระบบ โดยดำเนินการผลักดันการออก กฎ ระเบียบหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารงานบุคคล ตลอดจนกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมซึ่งในปี พ.ศ. 2553 ได้นำพา ก.ค.ศ. สร้างผลงานที่สำคัญๆ ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนี้ 1.ผลักดันพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่...) พ.ศ.... แล้ว และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ขณะนี้รอการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร จะทำให้ผู้เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับเงินเดือนในอันดับครูผู้ช่วยขั้นต่ำ 8,700 บาท ขั้นสูง16,840 บาท คศ.1 ขั้นต่ำ 11,930 บาท ขั้นสูง 29,700 บาท คศ. 2 ขั้นต่ำ 15,410 บาท ขั้นสูง 36,020 บาทคศ.3 ขั้นต่ำ 18,910 บาท ขั้นสูง 50,550 บาท คศ. 4 ขั้นต่ำ 23,230 บาท ขั้นสูง 59,770 บาท คศ.5 ขั้นต่ำ28,550 บาท ขั้นสูง 66,480 บาท 2.ประกาศ กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนต่ำกว่าหรือสูงกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ. 2553 มีผลทำให้ผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มแล้วจะได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้น ดังนี้ วุฒิปริญญาตรี 4 ปี จาก 7,940 บาท เป็น 10,770 บาทวุฒิปริญญาโททั่วไปจาก 9,700 บาท เป็น 13,240 บาทและปริญญาเอกจาก 13,110 บาท เป็น 17,560 บาท 3.จัดทำเครื่องมือและคู่มือการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม 4 สายงาน เพื่อให้ทั้งผู้เสนอขอรับการประเมินและผู้ประเมินมีความเข้าที่ถูกต้องตรงกัน ก.ค.ศ.จึงมีมติให้สำนักงาน ก.ค.ศ. จัดทำเครื่องมือและคู่มือการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและส่วนราชการ และได้มีการจัดประชุมชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษา และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและส่วนราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับคำขอวิทยฐานะแล้วใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ 4.ดำเนินการเกี่ยวกับกองทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู กองทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2540 ปัจจุบันมีวงเงินหมุนเวียนกว่า 1,200 ล้านบาท จัดสรรให้ข้าราชการครูกู้ยืมจำนวน 500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีแนวคิดที่จะให้ข้าราชการครูได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูดังกล่าว จึงมีนโยบายที่จะจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู หรือ ธนาคารครู เพื่อเป็นการปลูกฝังให้ครูมีวินัยทางการเงิน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป 5.กำหนดและพัฒนากฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เช่น 5.1 หลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดตำแหน่งข้าราชการปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร และรองผู้อำนวยการสำนักงานกศน.จังหวัด/ ได้รับเงินเดือนในอันดับ คศ.4 ได้ หากผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด 5.2 การขยายผลระบบทะเบียนประวัติอิเล็กทรอนิกส์ (ก.พ.7 อิเล็กทรอนิกส์) ไปแล้ว 48 เขตพื้นที่การศึกษา 5.3 พัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม 3 หลักเกณฑ์ ได้แก่ หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะโดยใช้ระบบ e-Training หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและหลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม 6.จัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการแก่ครอบครัวข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ทั้งในพื้นที่ปกติ และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครม.ในการประชุมวันที่ 21 ธันวาคม 2553 เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการแก่ครอบครัวข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการหลักการโดยสังเขป คือ การกำหนดให้มีการปรับให้ได้รับเงินเดือนในอันดับถัดไป แล้วจึงให้เลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษไม่เกิน 7 ขั้น มีการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ไม่เกิน2ชั้นมีการสงเคราะห์และช่วยเหลือทายาท เช่น หากบิดาหรือมารดาเสียชีวิตให้ทายาทได้รับสิทธิบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาครอบครัวละ 1 คน แต่หากเสียชีวิตทั้งบิดาและมารดาให้ทายาทมีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน การให้ได้รับสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล ด้านการศึกษาและค่าครองชีพ ตามควรแก่กรณี 7.การดูแลขวัญและกำลังใจบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความตั้งใจที่จะดูแลขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรกลุ่มนี้โดยการสนับสนุน ส่งเสริมให้บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) มีความก้าวหน้าในวิชาชีพทัดเทียมกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประเภทอื่น โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบกฎก.ค.ศ. เกี่ยวกับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) ว่าด้วยการจัดประเภทตำแหน่งการให้ได้รับเงินเดือน และการได้รับเงินประจำตำแหน่งรวม 3 ฉบับ และตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2)เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบตำแหน่งของบุคลากรกลุ่มนี้ การดำเนินงานด้านขวัญและกำลังใจครู และพัฒนาครูในโอกาสต่อไป ในโอกาสต่อไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ให้แนวนโยบายแก่สำนักงาน ก.ค.ศ. ภายใต้การบริหารงานบุคคลของนางศิริพร กิจเกื้อกูลเลขาธิการ ก.ค.ศ.ในปัจจุบัน ในการดำเนินการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนี้ 1. ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในวงวิชาชีพครู ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มีความก้าวหน้าทางวิชาชีพ ตามความรู้ความสามารถที่แตกต่างกัน และจะมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2. ประกาศตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา 3. ศึกษาระบบค่าตอบแทนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ให้มีความทัดเทียมกับข้าราชการประเภทอื่น 4. ศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบตำแหน่งของบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2)เพื่อให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพทัดเทียมกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประเภทอื่น 5. จัดทำหลักสูตรเสริม เพื่อการพัฒนาศักยภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ e-Training ทรรศนะผู้นำ : ทิศทาง ก.ค.ศ.กับทิศทางการพัฒนาครู นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจากการที่กระทรวงศึกษาธิการได้ถวายพระราชสมัญญานามพระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน ปีพ.ศ.2554 จะเป็นปีทองของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะจะมีการประกาศเป็นคุณภาพครู ก.ค.ศ. จะเดินหน้านโยบายการบริหารงานบุคคลให้มีผลในทางปฏิบัติ มีความเป็นธรรมเพื่อพัฒนาครูให้นำไปสู่การพัฒนาผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นปีแห่งการร่วมมือร่วมใจแสดงพลังครูในการร่วมกันจัดตั้งกองทุนพัฒนาครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาต่อไป นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ การจะพัฒนาครูได้นั้น ต้องมาจากหลายส่วน ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นงานของก.ค.ศ. ในปีแห่งการประกาศคุณภาพครู ก.ค.ศ. จะต้องสร้างกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ต่างๆ ให้เอื้อต่อการสร้างขวัญกำลังใจครูจัดสวัสดิการ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลให้แก่ครู เพื่อนำไปสู่การพัฒนาวิชาชีพต่อไป รศ. ดร. สุขุม เฉลยทรัพย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ ผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่จะรองรับการทำงานของ ก.ค.ศ. ในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี พ.ศ.2554 ซึ่งเป็นปีแห่งการประกาศคุณภาพครูก.ค.ศ.จะดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีขวัญกำลังใจ ได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่
ที่มา : --มติชน ฉบับวันที่ 24 ธ.ค. 2553 (กรอบบ่าย)-- |