|
30 ปี ทรงงานโภชนาการเด็ก โรงเรียนต้องเป็นฐาน ครูเป็นแกนนำหลัก ในวโรกาสที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ทรงดำเนินโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ครบ 30 ปี สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านอาหารและโภชนาการ จัดการประชุมวิชาการโภชนาการ แห่งชาติ ครั้งที่ 4 ว่าด้วยเรื่อง การขับเคลื่อนงานโภชนาการ เพื่อคุณภาพชีวิต เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติ ในการเป็นองค์ต้นแบบการส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตลอดจนมุ่ง ส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางโภชนาการแก่ประชาชน ชาวไทย รวมทั้งมีการจัดนิทรรศการ เจ้าฟ้านักพัฒนาโภชนาการ : 30 ปี โครงการพระราชดำริในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการฯ ถึงวันที่ 15 ก.ย. 2553 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และทรงบรรยายพิเศษเรื่อง 30 ปี ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ว่า โครงการพัฒนาเด็กฯ ความจริงมีอายุมา 20 ปี ก่อนหน้านี้ได้รับเงินช่วยเหลือจากเอ็นจีโอและประชาชนในประเทศเยอรมนีมานานกว่า 10 ปี โดยการให้เรียนหนังสือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้ อย่างน้อยควรพูด อ่าน เขียน ภาษาไทยได้ ส่วนเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าทำให้เด็กรัก และแสดงให้เห็นถึงความงามความมีประโยชน์เด็กจะอนุรักษ์ รวมถึงสอนให้รักษาวัฒนธรรม ตลอดจนเรื่องการให้คนไม่มีสัญชาติได้เรียนหนังสือ เพียงแต่ไม่ได้รับประกาศนียบัตรเท่านั้น เพื่อให้มีอาชีพติดตัว ปัจจุบันพ่อแม่ชอบให้ลูกอยู่ใกล้ตัว จึงได้ให้ขยายโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ด้วยการให้กรมอาชีวศึกษาตั้งเป็นวิทยาลัยการเกษตรเล็ก ๆ ซึ่งได้ผลดีมาก ส่งเสริมให้มีหลักสูตรด้านสุข ศึกษาให้ลึกขึ้นไปอีก เนื่องจากปัจจุบันยังทำได้ไม่ดี เท่าที่ควร เพราะเจ้าหน้าที่ ตชด. บางทีต้องทำคลอดด้วย อีกทั้งยังได้มีการขยายกลุ่มเป้าหมายด้วยการดูแลเด็กที่ติดตามพี่มาเรียนจึงมีการเปิดเป็นชั้นเรียนให้ ตลอดจนมีการส่งเสริมธาตุเหล็กให้เด็กหญิงมีครรภ์ที่ยังต้องให้นมบุตร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นว่าควรให้เด็กได้เรียนถึงชั้นมัธยมต้น จึงเริ่มให้ทุนเรียนมาตั้งแต่ปี 2530 เพราะถ้าไม่ช่วยจะไม่มีโอกาสเรียนแน่นอน ปัจจุบันมีการส่งให้เรียนถึงระดับปริญญาโท รวมถึงมีนักเรียนหลายคนได้เป็นครูในโครงการครูหายาก นอกจากนี้ยังมีการขยายพื้นที่โครงการความช่วยเหลือด้วยการ ส่งเสริมไปในแนวทาง โรงเรียน ตชด., โรงเรียนในสังกัด กทม. ฯลฯ มีการขยายงานสู่ต่างประเทศ ได้แก่ อินเดีย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, พม่า ตลอดจนได้ร่วมกันทำเรื่องพัฒนาเยาวชนและพัฒนาสตรีในถิ่นทุรกันดารร่วมกับประเทศจีน เป็นต้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายต่อว่า ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จจะต้องมี โรงเรียนเป็นฐานและครูเป็นแกนนำหลัก อนาคตที่จะพัฒนาสู่คุณภาพจะต้องพยายามรุกต่อไปข้างหน้า เพื่อหาบุคคลที่ยังขาดโอกาสและส่งเสริมลงไปในเชิงลึกที่ดีขึ้น โดยเน้นด้านการเกษตรเป็นสำคัญ รวมถึงการลดขยะและการใช้พลังงานทดแทน เพราะปัจจุบันในระดับโลกภัยการขาดอาหารเป็นภัยที่สำคัญ นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมการดูแลรักษาฟัน โรคพยาธิ และให้มีการศึกษาอย่างมีคุณภาพ เนื่องจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในปัจจุบันยังต่ำกว่าคุณภาพ จึงจะให้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ รู้จักการใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็น และถ้าจะให้ก้าวหน้าต้องได้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาจีนและอังกฤษ ให้ได้ครบทั้ง สุ จิ ปุ ริ ให้เหมาะสมกับกาลสมัย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ครูได้มีความรู้ภาษาไทยดีขึ้น รวมถึงภาษาจีนและอังกฤษ เน้นให้ครูเรียนต่อโดยไม่ต้องทิ้งพื้นที่.--จบ-- ที่มา: http://www.dailynews.co.th |
| โพสเมื่อ : 15 ก.ย. 53 อ่าน 18973 ครั้ง คำค้นหา : |