|
ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ โดย ฯพณฯ
ชินวรณ์ บุณยเกียรติรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นการศึกษาสู่โลกกว้าง
โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่ง ดร.ศศิธารา
พิชัยชาญณรงค์เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ได้สนับสนุนการศึกษาการอาชีวศึกษาชายแดนภาคใต้
โดยกำหนดเป็นกลยุทธ์ความร่วมมือกับต่างประเทศ เข้าแผนพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงเดินหน้ายุทธศาสตร์การส่งเสริมการศึกษาเพื่อสร้างอาชีพและการมีงาน ทำ พร้อมยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยศูนย์พัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้(ศพต.) ยังดำเนินการแลกเปลี่ยนและยกระดับวิชาชีพไปสู่อาเซียนสากลซึ่งเป็นการขยายผล ต่อยอดความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย และของประเทศอินโดนีเซีย กำหนดความร่วมมือในระยะแรกจำนวน 3 ปี คือระหว่างปีพ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2555 เพื่อแลกเปลี่ยนการจัดการเรียนการสอนสายวิชาชีพร่วมกัน ระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาของไทยและอินโดนีเซียโดยผู้บริหารสถานศึกษาของ ทั้ง 2 ประเทศได้เดินทางมาศึกษาดูงานซึ่งกันและกัน จนทำให้ได้ข้อตกลงให้มีการจับคู่สถานศึกษาประเภทคล้ายคลึงกันได้ 19 คู่ โดยเป็นสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อทำความร่วมมือในระดับสถานศึกษา ในรูปแบบของการจัดทำหลักสูตรร่วมกัน แลกเปลี่ยนครู-นักเรียนระหว่าง 2 สถานศึกษานอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมเข้าค่ายอาชีวศึกษาไทย - อินโดนีเซียของนักเรียนนักศึกษาและครู เมื่อวันที่ 30 ก.ค. - 8 ส.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 19 คู่รวมทั้ง 2 ประเทศมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 246 คนต้องนับว่าเป็นแนวคิดเพื่อสร้างความรู้จักในระดับปฏิบัติการที่น่าสนใจ ด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ จัดให้ครูนักเรียนของประเทศอินโดนีเซียเยี่ยมชมสถานที่สำคัญในประเทศ และเยี่ยมชมกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่เป็น คู่ Partner Ship นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ไปสัมผัสเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนคู่สถานศึกษา ที่จัดการเรียนการสอนคล้ายคลึงกัน หรือที่เรียกว่า School Partner Ship เพื่อจัดทำแผนความร่วมมือในอนาคตร่วมกัน ผู้ร่วมกิจกรรมเข้าค่ายในครั้งนี้ยังได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกีฬา ดนตรี ศิลปวัฒนธรรมความเป็นอยู่ซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ที่สร้างความคุ้นเคย ก่อเกิดเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไป ความสำเร็จของค่ายอาชีวศึกษาไทยอินโดนีเซียครั้งนี้ทำให้เกิดความสัมพันธ์ อันดีของครูนักเรียนทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งพร้อมจะมีการติดต่อแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์กันต่อไป อีกทั้งยังเกิดแผนปฏิบัติการอันเป็นรูปธรรม นำไปใช้ได้จริงในทุกคู่เครือข่ายสถานศึกษา ที่สำคัญเกิดความพร้อมจะพัฒนาด้านวิชาชีพ วิชาการไปสู่มาตรฐานเพื่อเตรียมรองรับการแลกเปลี่ยนแรงงานคุณภาพไปสู่ ภูมิภาคอาเซียนต่อไปซึ่งนับจากนี้ก็จะเป็นการสานต่อของแต่ละสถานศึกษาเพื่อ ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ทั้ง2ฝ่ายอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนเป็นความ ร่วมมืออันนำไปสู่มิติแห่งการพัฒนาสถานศึกษาซึ่งกันและกัน และเพื่อศักยภาพของการอาชีวศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ใน วันนี้และวันข้างหน้า--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน |
| โพสเมื่อ : 14 ก.ย. 53 อ่าน 14500 ครั้ง คำค้นหา : |