สถานี ก.ค.ศ. : การสอบสวนในกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง




      

คอลัมน์ : สถานี ก.ค.ศ. : การสอบสวนในกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง

          กำพล วันทา
            นิติกรชำนาญพิเศษ สำนักงาน ก.ค.ศ.

          พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 98 วรรคเจ็ดบัญญัติว่า ในกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่สอบสวนก็ได้ และในกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง พ.ศ.2549 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาสามารถลงโทษข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยไม่ต้องสอบสวนหรืองดการสอบสวนก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ คือ
          1.ได้กระทำความผิดอาญาจนต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้นั้นกระทำผิดและผู้บังคับบัญชาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำพิพากษานั้นได้ความประจักษ์ชัดแล้ว หรือกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษหนักกว่าจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้ลงโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
          2.ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวัน และผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ
          3.กระทำผิดวินัยและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาหรือให้ถ้อยคำรับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและได้มีการบันทึกถ้อยคำรับสารภาพเป็นหนังสือ
          เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวแล้วดูประหนึ่งว่า กฎหมายดังกล่าวกำหนดเป็นข้อยกเว้นที่ไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ที่บัญญัติให้ผู้บังคับบัญชาจะต้องให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน แต่แท้ที่จริงแล้ว บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และกฎ ก.ค.ศ. ดังกล่าวมิได้เป็นข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 แต่ประการใด เพียงแต่กฎหมายดังกล่าวกำหนดว่าเมื่อมีกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่บัญญัติแล้ว ผู้บังคับบัญชาจะลงโทษโดยไม่สอบสวนหรืองดการสอบสวนก็ได้ แต่ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาจะต้อง ให้โอกาสหรือ ให้สิทธิ แก่ผู้ถูกกล่าวหาได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนด้วย ซึ่งเมื่อผู้บังคับบัญชาได้ให้โอกาสหรือให้สิทธิแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาจะไม่ใช้โอกาสหรือไม่ใช้สิทธินั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้น ในการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนที่ผู้บังคับบัญชาจะออกคำสั่งที่มีผลเป็นการกระทบต่อสิทธิของผู้ใดแล้ว ผู้บังคับบัญชาจะต้องให้โอกาสแก่ผู้นั้นได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนด้วย
          มิเช่นนั้นแล้วการกระทำนั้นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

          --มติชน ฉบับวันที่ 1 พ.ย. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 01 พ.ย. 53   อ่าน 9609 ครั้ง      คำค้นหา :