การศึกษาแดนมังกรละเลย “เด็กชนบท” สอบเข้า ม.ชั้นนำได้น้อยคนนัก




      

การศึกษาแดนมังกรละเลย เด็กชนบท สอบเข้า ม.ชั้นนำได้น้อยคนนัก

                  ไชน่า เดลี่ - ผู้เชี่ยวชาญ เผยตัวเลขในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน มีนักเรียนชนบทศึกษาอยู่เพียง หนึ่งในห้า เท่านั้น
          ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาออกมาชี้ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่า ปัจจัยทางการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมระหว่างชนบทกับเมือง ส่งผลให้นักเรียนชนบทไม่ได้รับการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และไม่สามารถสอบแข่งขันกับเด็กเมือง เพื่อชิงที่นั่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ ซึ่งจำนวนเด็กชนบทก็สามารถดูได้จากสองมหาวิทยาลัยชั้นนำ คือ ม. ชิงหวา และปักกิ่ง
          สยง ปิ้งฉี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการศึกษาศตวรรษที่ 21 ให้สัมภาษณ์กับไชน่า เดลี่ว่า นักเรียนชนบทมีจำนวนน้อยมากในม.ชิงหวาและปักกิ่ง
          อย่างไรก็ตาม สำนักกิจการนักศึกษา ม.ชิงหวา และปักกิ่งไม่เปิดเผยตัวเลขล่าสุดของนักเรียนชนบทใน ม.ของตน เพราะเกรงจะเป็นประเด็นอ่อนไหวหากมีการตีแผ่สู่สาธารณะ
          สถาบันวิจัยการศึกษาศตวรรษที่ 21 เคยเผยตัวเลขเมื่อปี 2548 ว่า เมื่อปี 2542 นักเรียนชนบทที่เรียนใน ม.ปักกิ่งมีเพียง 16.3 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ ปี 2543 ม.ชิงหวา ก็มีนักเรียนชนบทเพียง 17.6 เปอร์เซ็นต์
          แนวโน้มนักเรียนชนบทในมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นทั่วแผ่นดินจีน พีเพิล เดลี่ เผยสัดส่วนของนักเรียนชนบทที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของจีน ตกจาก39 เปอร์เซ็นต์ในปี 2544 มาอยู่ที่ 31 เปอร์เซ็นต์ในปี 2550 ขณะที่มหาวิทยาลัยหนันไค มีนักเรียนชนบทในปี 2549 จำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ พอถึงปี 2551 เหลือนักเรียนชนบทเพียง 24 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
          อย่างไรก็ตาม เมื่อวัดด้วยเครื่องมือทางการศึกษาแบบอีคิวโอ (Essential-Quality-Oriented) นักเรียนชนบทวันนี้เทียบคุณภาพนักเรียนในเมืองแทบไม่ติดฝุ่น
          สยง กล่าวว่า หากมีการจัดการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก หรือค่ายภาษาอังกฤษ เด็กชนบทจะสู้เด็กเมืองไม่ได้และตกไปอยู่อันดับท้าย ๆ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากทรัพยากรการศึกษาในชนบทที่ขาดแคลน
          การแสดงออกทางด้านการสื่อสารและภาษาของเด็กชนบทจะอ่อนมาก เนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอาศัยอยู่ค่อนข้างสันโดษ จึงจำกัดการมีปฏิสัมพันธ์ต่อโลกภายนอก เทียบกับเด็กเมืองจะมีโอกาสตรงนี้มากกว่า
          ครูชนบทบางคนไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ จึงไม่สามารถสอนแบบมีมาตรฐานได้ หากจะแก้ไขปัญหานี้ กระทรวงศึกษาธิการต้องออกชุดมาตรการคัดเลือกพิเศษ เพื่อดึงดูดให้ครูเก่ง ๆ ลงสู่พื้นที่ชนบท
          รัฐบาลเคยมีโครงการจูงใจให้ครูกว่า 180,000 คน กระจายไปในโรงเรียนชนบทกว่า 18,000 แห่ง ทั่วพื้นที่ 900 อำเภอ ทั่วประเทศจีน ตั้งแต่ปี 2549 โดยครูที่เข้าร่วมโครงการนี้ หากสอนครบสามปี จะได้รับการเสนอให้ศึกษาปริญญาโท ครุศาสตร์ โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก ปัญหาก็คือ ครูเหล่านี้จะอยู่สอนในชนบทเพียงสามปี หลังจากนั้นก็กลับเข้าเมืองตามปรกติ
          สยง ชี้ว่า ครูต้องโยกย้ายบ่อยมาก เพราะพื้นที่ชนบทนั้นโดดเดี่ยว ทั้งด้านภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม คนเมืองยากจะทนได้ ผลก็คือจำนวนครูที่มีคุณภาพในเมืองและชนบท หลายปีมานี้ค่อย ๆ ห่างชั้นกว้างขึ้นทุกที
          อีกปัจจัยที่สำคัญก็คือ ในโรงเรียนชนบทการแข่งขันไม่สูง เด็กชนบทจึงพลาดโอกาสและประโยชน์จากการปฏิรูประบบการสอบเข้าศึกษาต่อของรัฐบาลจีน
          กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติให้ 22 มหาวิทยาลัย มีโควต้าพิเศษรับเด็กชนบทเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน เช่นนักเรียนที่มีความสามารถทางด้านศิลปะ กีฬา วรรณคดี สามารถเข้าเรียนได้ แม้จะสอบได้คะแนนน้อย
          ตัวอย่างเช่น จัง เทียนฉือ ผู้มีพรสวรรค์ด้านการสีไวโอลิน จากเมืองจิ่นโจว มณฑลเหลียวหนิง ก็ได้คะแนนพิเศษ 60 คะแนนจนสามารถเข้า ม.ชิงหวา ได้เมื่อปีที่แล้ว
          ขณะนี้มีมหาวิทยาเข้าร่วมโครงการพิเศษนี้แล้วกว่า 80 แห่ง และผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า โครงการนี้จะทำลายระบบการสอบเข้า ของกระทรวงที่ใช้มาอย่างยาวนาน
          อย่างไรก็ตามผลการวิจัยทางด้านการศึกษา ลงสำรวจพื้นที่ 5 เมืองหลัก ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ หนันจิง หังโจว หนิงปัว และซูโจว พบว่าเนื้อหาของข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาจากเนื้อหาที่ไม่ได้สอนในโรงเรียน จึงไม่เป็นธรรมต่อนักเรียนชนบทที่มีฐานะยากจน ไม่สามารถไปเรียนกวดวิชาได้
          หวัง เฉิง นักเรียนชนบทจากมณฑลเหอเป่ย ให้สัมภาษณ์กับไชน่าเดลี่ว่า โครงการโควต้าพิเศษนั้นออกแบบมาเพื่อเด็กเมืองมากกว่า ซึ่งไม่เป็นธรรมสำหรับเด็กชนบทอย่างเขา
          เราไม่มีแม้แต่ครูภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงติวเตอร์พิเศษที่จะมาสอนคณิตศาสตร์โอลิมปิกหลังเลิกเรียน เหมือนกับนักเรียนในเมือง

ที่มา : กรุงเทพฯ--19 พ.ย.--ASTVผู้จัดการออนไลน์



โพสเมื่อ : 19 พ.ย. 53   อ่าน 12534 ครั้ง      คำค้นหา :